ตรังปัดฝุ่นสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียน

รัฐผนึกเครือข่ายเอกชนจังหวัดตรัง ปัดฝุ่นชงรัฐโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียน มูลค่า 1,000 ล้านบาท หวังเปิดพื้นที่อำเภอหาดสำราญ พร้อมชิงความได้เปรียบด้านท่องเที่ยวทางทะเล ดันนักท่องเที่ยวใช้สนามบินตรังเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการท่องเที่ยวจังหวัดอันดามัน กระจายนักท่องเที่ยวสู่จังหวัดสตูล-พัทลุง

นายลือพงษ์ อ๋องเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีตรัง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้หลายภาคส่วนพยายามผลักดันโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียน และถนนเลียบชายทะเล เพื่อเชื่อมพื้นที่ระหว่างอำเภอกันตังกับอำเภอหาดสำราญ รวมระยะทาง 12 กม. มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการเก่าที่เคยผลักดันกันมาหลายปีให้กลับขึ้นมาอีกครั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนและเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างของบประมาณ เพื่อมาศึกษาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (strategic environmental assessment : SEA) รวมถึงการผลักดันโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยว และพัฒนาอำเภอหาดสำราญให้เป็นเมืองตากอากาศที่มีคุณภาพอากาศที่ดีที่สุดในประเทศไทย ถือเป็นยุทธศาสตร์ชิงความได้เปรียบในด้านการท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดตรัง

“การตัดถนนและสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียนเชื่อมโยงอำเภอหาดสำราญและอำเภอกันตัง ช่วยให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ หันมาใช้สนามบินตรังแทนที่จะใช้สนามบินหาดใหญ่ ทั้งนี้ก็เพราะว่าการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลทั้งจังหวัดตรังและจังหวัดสตูล หากใช้สนามบินตรังจะสะดวกรวดเร็วและประหยัดเวลาค่าใช้จ่ายได้มากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ในปัจจุบันนี้นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากสนามบินเชียงใหม่มาลงที่สนามบินหาดใหญ่ ไปเกาะหลีเป๊ะ ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ ระยะทาง 150 กิโลเมตรถึงท่าเรือปากบารา อำเภอละงู จังหวัดสตูล และเดินทางต่อโดยเรือโดยสารประจำทางจากท่าเทียบเรือปากบาราไปยังเกาะหลีเป๊ะอีก 65 กิโลเมตร รวมระยะเดินทางจากสนามบินหาดใหญ่ถึงเกาะหลีเป๊ะ 220 กิโลเมตร” นายลือพงษ์กล่าวและว่า

หากนักท่องเที่ยวเดินทางมาลงที่สนามบินตรัง แล้วเดินทางต่อไปที่อำเภอกันตัง ระยะทาง 20 กม. จากอำเภอกันตังข้ามสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียนไปอำเภอหาดสำราญระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร จากท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวที่แหลมตะเสะ อำเภอหาดสำราญไปเกาะหลีเป๊ะระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร รวมระยะทางจากสนามบินตรังถึงเกาะหลีเป๊ะเพียง 125 กิโลเมตร จะเห็นได้ว่า การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่เกาะหลีเป๊ะ หากใช้สนามบินตรัง จะย่นระยะทางได้ถึง 90 กิโลเมตร

จังหวัดตรังเป็นจังหวัดภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน มีพื้นที่ชายทะเลเลียบชายฝั่งยาว 119 กิโลเมตร หากแบ่งชายฝั่งทะเลออกเป็น 2 ส่วน คือ ชายฝั่งทะเลตรังตอนเหนือ ซึ่งติดต่อกับชายฝั่งทะเลของจังหวัดกระบี่และชายฝั่งทะเลตอนใต้ ซึ่งติดต่อกับชายฝั่งทะเลของจังหวัดสตูล จะเห็นได้ว่า นับตั้งแต่ปี 2530 หลังจากจังหวัดตรังได้รับการประกาศให้เป็นเมืองท่องเที่ยวประมาณ 32 ปี เรามุ่งส่งเสริมและพัฒนาโดยเน้นทะเลตรังตอนเหนือ คือ อำเภอกันตังและอำเภอสิเกาเป็นจุดขายหลัก

โดยกรมเจ้าท่าได้จัดสรรงบประมาณสร้างท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวที่บ้านหาดยาว ตำบลเกาะลิบง เพื่อนำนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวที่เกาะลิบง และได้สร้างสะพานท่าเทียบเรือที่หาดปากเมง ปัจจุบันได้รับการจัดสรรงบประมาณจากกรมเจ้าท่า 147 ล้านบาท มาปรับปรุงขยายท่าเทียบเรือหาดปากเมงให้ได้มาตรฐาน โดยมุ่งหวังที่จะใช้สะพานท่าเทียบเรือแห่งนี้นำนักท่องเที่ยวไปท่องเที่ยวและพักผ่อนที่เกาะกระดาน เกาะมุก เกาะไหง เกาะรอก และถ้ำมรกต

“จากการประชุมร่วมกันหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งภาคการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่นของจังหวัดตรัง ล่าสุดเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมมองว่า ทางภาครัฐละเลยการพัฒนาทะเลตรังตอนใต้ 2 อำเภอ คือ อำเภอปะเหลียนและอำเภอหาดสำราญ ทั้ง ๆ ที่ 2 อำเภอนี้มีศักยภาพสูงทางด้านการทรัพยากร และแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล เช่น เกาะสุกร เกาะเภตรา เกาะเหลาเหลียง เกาะเกียง และเกาะจังกาบ
ซึ่งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงความเป็นธรรมชาติสูง อุดมไปด้วยปะการังหลากสี กัลปังหาหรือดอกไม้ทะเลที่สดสวย แหล่งปลาทะเลและสัตว์น้ำทางเศรษฐกิจ ตลอดจนแหล่งปลาโลมาฝูงใหญ่ที่สุด นับร้อยตัวของจังหวัดตรัง จึงควรเร่งพัฒนาอำเภอหาดสำราญซึ่งเป็นอำเภอที่มีคุณภาพอากาศดีที่สุดในเมืองไทยให้เป็นเมืองตากอากาศของจังหวัดตรัง โดยใช้กลยุทธ์เปิดอำเภอหาดสำราญ ด้วยการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำปะเหลียน และสร้างท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวที่อำเภอหาดสำราญ ไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปตามเกาะต่าง ๆ ในจังหวัดตรังและจังหวัดสตูล” นายลือพงษ์กล่าวและว่า

นอกจากนั้น ทะเลตรังตอนใต้ยังเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและทางบกที่สำคัญ ๆ ของจังหวัดสตูล สำหรับทางทะเล เชื่อมโยงเกาะบุโหลน เกาะตะรุเตา และเกาะหลีเป๊ะ ในส่วนบนชายฝั่ง เชื่อมโยงกับถ้ำเลสเตโกดอน ปัจจุบันเกาะหลีเป๊ะเป็นจุดขายระดับโลก (world destination) และปัจจุบันจังหวัดสตูลได้รับการประกาศจาก UNESCO ให้เป็นสตูลจีโอปาร์ค อุทยานธรณีโลกแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดขายที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความสนใจอยากจะมาท่องเที่ยวจังหวัดสตูล นอกจากนั้น โครงการสะพานเชื่อมสตูล-ปะลิส เชื่อมไทย-มาเลเซีย เชื่อมเมืองสตูลกับรัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย จะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดสตูลเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดตรังนั้น ควรใช้สนามบินตรังเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยง ระบายนักท่องเที่ยวไปจังหวัดสตูลและจังหวัดพัทลุง