“ตรัง”บูรณาการทุกหน่วยเตรียมรับมือภัยพิบัติ พร้อมระวัง 3 โรคสำคัญ

ผุ้สื่อข่าวรายงานว่า จ.ตรังกำชับให้หน่วยงานทางน้ำ ออกลาดตระเวนแจ้งเตือนการเดินเรือ ให้เพิ่มความระมัดระวัง มีอุปกรณ์ชูชีพให้เพียงพอ และให้ถือปฏิบัติอย่างเข้มงวดในการตรวจตราสภาพความพร้อมก่อนออกเรือ พร้อมช่วยเหลือประชาชนหากได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ ในช่วงที่เกิดภัยและช่วงการฟื้นฟูขณะที่ สสจ.ตรัง เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพหน้าฝน ระวัง 3 โรคสำคัญ ฉี่หนู โรคทางเดินหายใจ โรคอุจจาระร่วง

นายไพบูลย์ โอมาก รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า จังหวัดตรังได้เตรียมความพร้อมป้องกัน รับมือและลดผลกระทบจากสาธารณภัย ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและร่างกายของประชาชนในพื้นที่ ในกรณีคลื่นลมแรงบริเวณชายฝั่งหรือในทะเลมีคลื่นสูง ทั้งนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานทางน้ำ ประกอบด้วย สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาตรัง สำนักงานประมงจังหวัดตรัง และสถานีตำรวจน้ำ 2 กองกำกับการ 9 ออกลาดตระเวนแจ้งเตือนการเดินเรือเล็ก เรือประมง เรือท่องเที่ยว เรือข้ามฟาก ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง มีอุปกรณ์ชูชีพให้เพียงพอและให้ถือปฏิบัติอย่างเข้มงวด ในการตรวจตราสภาพความพร้อมก่อนออกเรือ

ส่วนชาวเรือก็ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองในช่วงนี้จังหวัดตรัง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ที่มีภูเขาลาดชันและพื้นที่ซึ่งเคยเกิดสถานการณ์แล้ว พร้อมทั้งติดตามปริมาณน้ำฝนสะสม 24 ชั่วโมง หลังมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่

“ทั้งนี้ได้กำชับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังสถานการณ์เป็นพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มบริเวณอำเภอเมืองตรัง อำเภอนาโยง อำเภอปะเหลียน อำเภอย่านตาขาวและอำเภอห้วยยอด เมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติขึ้นในพื้นที่ ให้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ พร้อมรายงานสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทราบโดยเร็ว ทางโทรศัพท์หมายเลข 075-218750, 075-214382 หรือทางวิทยุสื่อสารช่องความถี่ 161.200 MHz และช่องความถี่ 162.800 MHz นามเรียกขาน “มรกต” ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นายไพบูลย์ กล่าว

นายราวี บุญสอน ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงตรัง เปิดเผยว่า แขวงทางหลวงตรังรับนโยบายของกระทรวงคมนาคม และกรมทางหลวง ที่ให้เฝ้าระวังในช่วงสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง หรือช่วงที่มรสุมพัดผ่าน ที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ในส่วนทางแขวงทางหลวงตรัง ได้มีการเตรียมการในเรื่องของการรับมือปัญหาน้ำท่วม วาตภัย หรืออุทกภัย ภัยพิบัติต่าง ๆ ซึ่งได้เตรียมการมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มีจุดเสี่ยงที่ต้องมีการเฝ้าระวังดินสไลด์บนเขาพับผ้า ซึ่งเป็นเส้นทางที่เชื่อมกันระหว่างจังหวัดตรัง และจังหวัดพัทลุง ที่ผ่านมานั้นเคยเกิดเหตุดินสไลด์ลงจากภูเขา ปิดทับเส้นทาง ทางเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงตรังได้นำเครื่องจักรเข้าไปเคลียร์เส้นทางจนสามารถใช้งานได้

นอกจากนี้ ยังมีการเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากลงมาจากเทือกเขาบรรทัด ในพื้นที่อำเภอนาโยง ที่ผ่านมาน้ำป่าไหลหลากลงมาอย่างรวดเร็ว และเข้าท่วมบริเวณเทศบาลตำบลนาโยงเหนือ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากเกิดสถานการณ์เจ้าหน้าที่ของแขวงทางหลวงตรัง ที่มีอยู่ 7 หมวด สามารถนำเครื่องจักรออกช่วยเหลือประชาชนได้ทันที นอกจากนี้ ยังเตรียมรถบรรทุกเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ไม่สามารถอพยพออกมาได้ ดังนั้น แขวงทางหลวงตรังมีความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนหากได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติในช่วงนี้ โดยกรมทางหลวงได้เน้นย้ำในการให้ความช่วยเหลือตั้งการการเกิดภัย จนถึงการฟื้นฟูให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

“ดังนั้น จึงขอเตือนประชาชนในระยะนี้ จังหวัดตรังมีมรสุมพัดผ่านขอให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง อย่าขับรถเร็วเกินที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะเส้นทางบนเขาพับผ้า ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักจากฝั่งอันดามันไปยังฝั่งอ่าวไทย และมีประชาชนใช้รถใช้ถนนจำนวนมาก อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุจากฝนตกถนนลื่นได้ ส่วนการก่อสร้างบริเวณที่ถูกน้ำกัดเซาะที่บริเวณถนนสายตรัง-สิเกา ที่เกิดการกัดเซาะบริเวณไหล่ทาง และบริเวณคอสะพานคลองช้าง ทำให้คอสะพานทรุดตัวลง ขณะนี้ ได้ทำการถมหินขนาดใหญ่เรียบร้อยร้อยแล้ว ระยะต่อไปคือการเสริมผิวให้ได้ระดับรับกับสะพาน ซึ่งจะสามารถป้องกันการกัดเซาะของสะพานได้ ส่วนการก่อสร้างสะพานนั้นยังต้องรองบประมาณ”

ด้านนายแพทย์บรรเจิด สุขพิพัฒปานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง กล่าวว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝน ทำให้ในหลายพื้นที่จังหวัดตรังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ประชาชนควรระมัดระวัง อาจเจ็บป่วยได้ง่าย รวมถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ลมพายุ อุบัติเหตุจากการจราจรและการจมน้ำ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังจึงได้เตรียมความพร้อม เฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบร่วมกับหน่วยงานในสังกัดอย่างใกล้ชิด เพื่อดูแลประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบดังกล่าว

“ทั้งนี้ ประชาชนควรระมัดระวังโรคที่อาจเกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์ เช่น โรคฉี่หนู โรคทางเดินหายใจ และโรคอุจจาระร่วง เป็นต้น โดยประชาชนสามารถขอความช่วยเหลือด้านการป้องกันควบคุมโรค ได้จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรัง หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขในพื้นที่” นายแพทย์บรรเจิด กล่าว