“เชียงใหม่” เดินหน้าชิมช้อปใช้ เฟส 2 ดึงธุรกิจโรงแรม-ทัวร์-รถเช่าเข้าร่วม

นางลักษณา พงศ์ภิญโญโอภาส ผู้อำนวยการ กลุ่มงานกำกับและบริหารการเงินการคลัง สำนักงานคลังจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2562 ที่เห็นชอบให้มีการรับสมัครลงทะเบียนผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมมาตรการ “ชิมช้อปใช้” ระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2562 โดยเน้นการกระจายไปยังกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ทัวร์ และรถเช่า เข้าร่วมโครงการเป็นประเภทใช้

โดยขณะนี้ในส่วนการดำเนินโครงการ “ชิมช้อปใช้” เฟส 2 ของจังหวัดเชียงใหม่ ได้เริ่มเปิดรับสมัครและเชิญชวนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวให้เข้ามาเป็นส่วนหนี่งในโครงการ ซี่งกำลังเร่งประสานไปยังสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการร้านค้าที่จะสมัครเข้าร่วมมาตรการ ให้เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เช่น สถานที่จำหน่ายสินค้า ต้องมีหลักแหล่งแน่นอน เพื่อป้องกันมิให้มีผู้เข้ามาหาประโยชน์จากมาตรการนี้ ชื่อและที่อยู่ผู้ประกอบการ สถานประกอบการ ต้องมีความถูกต้องและตรงกับเอกสารการจดทะเบียนพาณิชย์ หรือเอกสารจดทะเบียนการค้า รวมทั้งเอกสารการประกอบกิจการต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานราชการเรียบร้อยแล้ว

สำหรับร้านค้าเดิมที่เคยลงทะเบียนแล้วในเฟส 1 สามารถเข้าร่วมมาตรการระยะที่ 2 ได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ ซึ่งมาตรการ “ชิมช้อปใช้” ระยะที่ 2 นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งส่งเสริมการใช้จ่ายผ่าน g-Wallet ในกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพในการเดินทางและการใช้จ่าย การเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อท่องเที่ยวและใช้จ่ายในจังหวัดอื่นๆ ทำให้มีการกระจายการใช้จ่ายไปยังเศรษฐกิจฐานราก ทำให้ชุมชนได้รับประโยชน์มากขึ้น ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มียอดการใช้จ่ายรวมทั้ง 2 กระเป๋า (g-Wallet 1 และ g-Wallet 2) ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2562 จำนวน 210.34 ล้านบาท อยู่ในลำดับ 10 ของประเทศ

นางลักษณากล่าวต่อว่า ในภาพรวมของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมมาตรการ “ชิมช้อปใช้” ระยะที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม – 15 ตุลาคม 2562 ทั้งประเทศมีจำนวนกว่า 177,655 ร้านค้า ในส่วนของภาคเหนือตอนบน (8 จังหวัด) มีจำนวน 8,884 ร้านค้า แบ่งเป็นร้านประเภทชิม จำนวน 4,047 ราย ประเภทช้อป จำนวน 4,126 ราย และประเภทใช้ จำนวน 711 ราย ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวน 3,171 ราย แบ่งเป็นร้านประเภทชิม จำนวน 1,584 ราย ประเภทช้อป จำนวน 1,460 ราย และประเภทใช้ จำนวน 127 ราย อยู่ลำดับที่ 5 ของประเทศ

ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการในเฟส 1 พบว่า ร้านค้าหลายแห่งมียอดขายเพิ่มขึ้น อาทิ ร้านค้าในตลาดวโรส มียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 20% และร้านอาหารเจี่ยท้งเฮง มียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 20% เช่นกัน

Previous articleกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเปิดการประชุมสิ่งแวดล้อมศึกษาโลกครั้งที่ 10
Next articleชู “ระยองโมเดล” ครบวงจร ต้นแบบจัดการขยะ “อีอีซี”