ธุรกิจหมื่นล้านหาดใหญ่วูบ มาเลย์เมินใช้บริการคนไทย

ซบเซา - อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่เคยรุ่งเรืองในอดีตวันนี้ กำลัง ประสบปัญหาเศรษฐกิจ ซบเซาจากการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิทัล

ผู้ประกอบการธุรกิจการค้า “หาดใหญ่-สงขลา” กระอักยอดใช้บริการตกฮวบกว่า 80% คนว่างงานเพียบ เหตุนักท่องเที่ยว “มาเลย์-สิงคโปร์-อินโดฯ” เมินใช้บริการคนไทย

แหล่งข่าวจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้กลุ่มผู้ประกอบกิจการหลายสาขาอาชีพใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทั้งกลุ่มบริษัททัวร์ ร้านอาหาร ร้านจิวเวลรี่ ร้านเสื้อผ้า ร้านเบ็ดเตล็ด ร้านของที่ระลึก ร้านนวดแผนโบราณ ได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมสำเนาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประธานคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ร้องเรียนเรื่องประสบปัญหาในการประกอบอาชีพ โดยระบุว่าได้รับผลกระทบจากรูปแบบการค้า ซึ่งมีทั้งห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ และการขายสินค้าทางออนไลน์ รวมถึงรูปแบบการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ยอดขายตกไปประมาณ 70% รถตู้บริการ ยอดการใช้บริการหายไปประมาณ 50% บริษัททัวร์บริการชาวต่างประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ตกไปประมาณ 80% มัคคุเทศก์บริการนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ว่างงานประมาณ 80% และรถบัสปรับอากาศ ผลประกอบการตกไปประมาณ 70-80% สถานนวดแผนโบราณประมาณ 80% โดยร้านค้าขนาดใหญ่ได้ปรับขนาดให้เล็กลง เพื่อปรับลดค่าใช้จ่าย และบางส่วนปิดตัวไปแล้วจำนวนหลายราย พร้อมปิดประกาศขายพื้นที่อาคาร และให้เช่า และหนักสุดในปี 2562 ผลประกอบการตกต่ำลงมาก

“นักท่องเที่ยวหลักของ จ.สงขลา คือชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เดินทางมาท่องเที่ยวในลักษณะครอบครัว เดินทางท่องเที่ยวไปยังจังหวัดต่าง ๆ โดยสั่งจองห้องพักทางออนไลน์ ใช้บริการรถและมัคคุเทศก์ของประเทศมาเลเซีย โดยไม่ใช้บริการของคนไทยแม้แต่อย่างเดียว ทั้งการซื้อประกันการท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ไทย และรถบริการของคนไทย โดยเดินทางเข้ามาเองยัง จ.สงขลา จากชายแดนไทย มาเลเซีย สะเดา ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา และ อ.นาทวี จ.สงขลา และ จ.สตูล ตลอดจนถึง อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เป็นต้น ส่งผลทำให้บริษัททัวร์ มัคคุเทศก์ ผู้ประกอบการรถว่างงาน ไม่มีรายได้ ส่งผลกระทบต่ออาชีพคนไทยและเศรษฐกิจโดยรวมที่เคยสะพัดในอดีตกว่า 50,000 ล้านบาท

โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำการประชาสัมพันธ์ ชี้แจง ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เข้ามาให้ถูกต้อง ใช้บริการมัคคุเทศก์ชาวไทย ใช้บริการประกันการท่องเที่ยว ใช้บริการรถไทย เพื่อความปลอดภัย และธุรกิจท่องเที่ยวจะไม่ได้รับความเสียหาย คนไทยมีงานทำ มีรายได้ เสริมสร้างเศรษฐกิจในพื้นที่และภาพรวม

นายพิชัย จงไพรัตน์ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดสงขลา และประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยภาคใต้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2562 ภาพรวมเอสเอ็มอีไทย จ.สงขลา ยังคงอยู่ในระดับทรงตัว และต่อเนื่องมา 5-6 ปีแล้ว เนื่องจากกำลังซื้ออ่อนตัว และไม่มีโครงการที่จะมากระตุ้นกำลัง ยกเว้นช่วงเทศกาลต่าง ๆ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาจับจ่ายบ้าง ดังนั้นจะเห็นผู้ประกอบการร้านค้าบางส่วนมีการย้ายถิ่นฐาน มีการติดป้ายประกาศขาย ให้เช่า เซ้งกิจการ ขณะที่ผู้ประกอบการที่ยังอยู่จะต้องปรับตัวและหาจุดขายใหม่ เพื่อให้มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่กว้างขึ้น จะอยู่อย่างเดิมไม่ได้ สำหรับทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจหาดใหญ่ในปี 2563 ด้วยภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังไม่มีสัญญาณที่ดี ดังนั้น ผู้ประกอบการแต่ละรายต้องพยายามประคองกิจการไว้ให้ได้

ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ในฐานะหัวหน้าคณะทำวิจัยแนวทางพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดสงขลา และเชื่อมโยงจังหวัดใกล้เคียง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านค้า และธุรกิจท่องเที่ยวในหาดใหญ่ต้องปรับตัว โดยในส่วนของร้านค้ามีธุรกิจร้านสะดวกซื้อเข้ามาแข่งขัน รวมถึงมีคู่แข่งที่ขายสินค้าทางออนไลน์ในราคาต่ำกว่า โดยเฉพาะสินค้าจากประเทศจีนมีราคาถูกกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง ด้านธุรกิจการท่องเที่ยว หาดใหญ่ไม่มีจุดขายที่โดดเด่นดึงดูด จึงเป็นทางผ่านไปท่องเที่ยวยัง จ.สตูล พัทลุง ตรัง กระบี่ จ.ภูเก็ต ฯลฯ ดังนั้น หาดใหญ่ต้องมีการปรับตัว ต้องสร้างไฮไลต์ใหม่ เป็นจุดเด่นจุดขายที่แตกต่างเพื่อสร้างแรงจูงใจ

“หาดใหญ่ สงขลา ด่านนอกอยู่ในจังหวัดเดียวกันต่างต้องสร้างจุดขายให้ต่างกันจึงจะดึงดูดได้ เช่น จะต้องจัดเทศกาลเป็นวีกเอนด์ หรือทุกเดือนและต่อเนื่อง มีการทำประชาสัมพันธ์ แคมเปญ โรงแรม ร้านอาหาร ฯลฯ ให้ชาวต่างประเทศทราบ”

Previous articleยกแรกพลิก! คดีประมูล”เมืองการบินอู่ตะเภา”ตุลาการให้รับซองกลุ่มซี.พี.
Next articleแก้รัฐธรรมนูญ ล้างพิษใต้ตุ่ม – ปราบโกง “ชื่อเล่น” รธน.ไทย