“กรีนเมโทร” ร่วมวงบ้านล้านหลังลุยสร้าง 1.2 พันหลัง 6 จังหวัดอีสาน

“กรีน เมโทร” อุดรร่วมโครงการบ้านล้านหลัง ธอส. ประเดิมทาวน์โฮม 2 ชั้น เฟสแรก 170 ยูนิตขายเกลี้ยง เล็งขึ้นเฟส 2 อีก 150 ยูนิต พร้อมสยายปีกอีก 1,200 ยูนิต ใน 6 จังหวัดอีสาน รองรับความต้องการ

นายวิชัย ประเสริฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท กรีน เมโทร จำกัด ผู้พัฒนาโครงการหมู่บ้านจัดสรรโครงการ ดิ เอนทรีโอ จังหวัดอุดรธานี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กลุ่มกรีน เมโทร เป็นทุนท้องถิ่นอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดอุดรธานี มีโครงการบ้านในเครือประกอบด้วย เมโทรปาร์ค, ดิ เอนทรีโอ และลิเวลโล่ (Livello) ได้ร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ดำเนินโครงการบ้านล้านหลัง เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

จึงได้จัดทำโครงการ ดิ เอนทรีโอ ซึ่งเป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น เฟสแรกจำนวน 170 ยูนิต มูลค่ารวมกว่า 180 ล้านบาท ตั้งอยู่บริเวณริมถนนซอยส่งนํ้าชลประทาน ต.เชียงพิณ อ.เมือง จ.อุดรธานี และห่างจากตัวเมืองประมาณ 2.5 กิโลเมตร โดยได้รับการสนับสนุนวงเงินกู้จำนวน 50 ล้านบาท จาก ธอส. เพื่อก่อสร้างบ้านและพัฒนาสาธารณูปโภคในโครงการ และล่าสุดเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 พบว่าสามารถจำหน่ายได้ทั้ง 170 ยูนิต พร้อมเตรียมสร้างเฟส 2 จำนวน 150 ยูนิต อยู่ติดกับเฟสแรก จะเปิดให้จองเร็ว ๆ นี้

นอกจากนี้ บริษัท กรีน เมโทร จำกัด ยังมีแผนขยายการก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่สามารถเข้าร่วมโครงการบ้านล้านหลังอีก จำนวน 1,200 ยูนิต มูลค่า 1,300 ล้านบาท ในพื้นที่ 6 จังหวัด ประกอบด้วย อุดรธานี, หนองคาย, ขอนแก่น, สกลนคร, ร้อยเอ็ด และนครราชสีมา โดย 6 จังหวัดนี้ถือว่ามีความพร้อม ความต้องการ และกำลังซื้อ ในราคาเท่ากันทุกจังหวัด ซึ่งทั้ง 6 จังหวัดอยู่ห่างจากตัวเมืองไม่เกิน 5 กิโลเมตร หรือขับขี่รถจักรยานยนต์โดยใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที คาดว่าจะส่งมอบบ้านได้กลางปี 2565 โดยคาดว่าจะ kick off เปิดจองพร้อมกันกลางปี 2563 พร้อมกันทั้ง 6 จังหวัด

“บริษัทดูการตอบรับจากโครงการบ้าน 1,200 ยูนิต ใน 6 จังหวัดภาคอีสานแล้ว จังหวัดอื่น ๆ ในภาคอีสานจะเปิดพร้อมกันในปีต่อ ๆ ไปอีก 6,000 ยูนิต” นายวิชัยกล่าว

ด้านนายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธอส.ได้จัดทำโครงการบ้านล้านหลัง เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงาน หรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุได้มีที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท กรอบวงเงินโครงการรวม 60,000 ล้านบาท แบ่งเป็น สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย (post finance) วงเงิน 50,000 ล้านบาท และสินเชื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย (prefinance) วงเงิน 10,000 ล้านบาท ตัวเลข ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 พบว่ามีผู้ติดต่อยื่นคำขอกู้แล้วจำนวน 23,766 ราย วงเงิน 17,513 ล้านบาท และ ธอส.ได้อนุมัติสินเชื่อให้ลูกค้าได้มีบ้านในฝันเป็นของตนเองได้แล้วทั้งสิ้น 22,463 ราย วงเงินกู้ 15,988 ล้านบาท

“ลูกค้าที่ร่วมโครงการบ้านล้านหลัง ล่าสุด ธอส.ได้อนุมัติสินเชื่อไปแล้วถึง 15,935 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงว่าความต้องการที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท มีอยู่จริงในตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่หากซื้อบ้านราคา 1 ล้านบาท จะผ่อนชำระเริ่มต้นเพียงแค่ 3,800 บาทต่อเดือนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ (cash back) จำนวน 50,000 บาทต่อราย หากลงทะเบียนและมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของโครงการบ้านดีมีดาวน์ และจดทะเบียนนิติกรรมจำนองภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563 ซึ่งคาดว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศจะพร้อมลงทุนก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และธนาคารจะสามารถอนุมัติสินเชื่อตามโครงการบ้านล้านหลัง ได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท/เดือน”

ขณะที่สินเชื่อพัฒนาโครงการ ให้กู้สำหรับผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขนำไปจัดทำที่อยู่อาศัยที่มีราคาขายไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อหน่วย ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของหน่วยขายทั้งหมดในโครงการ อัตราดอกเบี้ย MLR -1.25% ต่อปี เฉพาะกรณีสร้างที่อยู่อาศัยที่มีราคาขายไม่เกิน 1 ล้านบาท ส่วนกรณีที่อยู่อาศัยราคาขายเกิน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MLR -0.75% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MLR อยู่ที่ 5.875% ต่อปี) ซึ่งมีผู้ประกอบการได้รับการอนุมัติสินเชื่อแล้ว 2 โครงการ วงเงินรวม 141.49 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการ City Park Condo อาคาร B จำนวน 210 หน่วย ตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ดำเนินการโดยบริษัท อีสาน พิมานกรุ๊ป จำกัด และโครงการดิ เอนทรีโอ ทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น จำนวน 170 ยูนิต ตั้งอยู่ที่ตำบลเชียงพิณ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยบริษัท กรีน เมโทร จำกัด และปัจจุบันทั้ง 2 โครงการได้ก่อสร้างแล้วเสร็จ และมีลูกค้าประชาชนเข้าอยู่อาศัยเรียบร้อยแล้ว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ