แพทย์เชียงรายเผยผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรก ติดเชื้อมาหลายวัน ไม่มีไข้ ไม่ไอ

แพทย์เชียงรายแปลกใจ เผยผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกมีประวัติไปย่านทองหล่อ-บ่อนปอยเปตติดเขื้อมาหลายวัน ไม่แสดงอาการป่วยใดๆ ไม่มีไข้ ไม่ไอ หวั่นผู้เกี่ยวข้องรายอื่นถึงแม้ไม่มีอาการ ต้องพบหมอด่วนก่อนไปแพร่เชื้อต่อ

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.นี้ ที่ห้องประชุมกาสะลองคำ สำนักงานสาธารณสุข จ.เชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาไวรัสโควิด-19 จ.เชียงราย นายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงราย และนายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ร่วมกันแถลงผลการพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายแรกของ จ.เชียงราย โดยระบุว่าผู้ป่วยคนดังกล่าวเป็นชายอายุ 35 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในเขต อ.เทิง โดยมีประวัติเคยเดินทางไปยังสถานบันเทิงย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ และบ่อนคาสิโนปอยเปต ประเทศกัมพูชา แล้วเดินทางด้วยเครื่องบินไปยังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เมื่อวันที่ 7 มี.ค.โดยไม่มีอาการป่วยใดๆ แต่ได้ไปตรวจหาเชื้อเองเมื่อวันที่ 16 มี.ค.และทราบผลตรวจเวลา 23.00 น.วันที่ 19 มี.ค.ก่อนได้รับการยืนยันช่วงเช้าวันที่ 20 มี.ค.ปัจจุบันถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์โดยที่ไม่มีอาการเป็นไข้หรือไอใดๆ เลย

นายประจญ กล่าวว่ากรณีกลุ่มผู้เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศแล้วกลับภูมิลำเนายังไม่พบผู้ติดเชื้อและหลายคนก็พ้นระยะเวลากักตัว 14 วันไปแล้ว แต่กรณีผู้ป่วยที่พบรายล่าสุดไม่ได้ไปทำงานที่ต่างประเทศแต่ไปด้วยธุระอื่นและไปกรุงเทพฯ มาด้วย ปัจจุบันก็ไม่มีอาการป่วยอีก

จึงได้ดำเนินการตามมาตรฐานโดยมีการขยายผลเพื่อสกัดกั้นโรคหลังจากก่อนหน้านี้ได้ปิดจุดผ่านแดนถาวร จุดผ่อนปรนและช่องทางธรรมชาติที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านคือเมียนมาและ สปป.ลาว ไปทั้งหมดแล้วโดยคงเหลือเพียงจุดผ่านแดนถาวร อ.แม่สาย ตรงสะพานน้ำสายแห่งที่ 1 ติดต่อกับ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 4 เชื่อมที่ อ.เชียงของ เชื่อมแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เท่านั้น

นายภาสกร กล่าวว่าปัจจุบัน จ.เชียงราย ได้มีประกาศมาตรการไปแล้ว 3 ฉบับและ 1 คำสั่งคือนอกจากจะปิดจุดผ่านแดนถาวรที่มีจำนวน 6 จุดให้เหลือเพียง 2 จุดดังกล่าว ยังปิดสถานบันเทิง สถานที่ที่สุ่มเสี่ยงต่างๆ ยกเลิกกิจกรรมที่มีความเสี่ยงแต่ยังคงให้เปิดตลาดสดทั่วไปได้ตามปกติ โดยมาตรการปิดจะใช้ระยะเวลา 14 วันแล้วค่อยประเมินสถานการณ์ต่อไป ช่วงนี้นอกจากจะรักษาผู้ป่วยรายแรกและดูอาการกลุ่มเสี่ยงใกล้ชิดยังให้ทุกอำเภอ ตำบลและหมู่บ้านให้เอ๊กซเรย์พื้นที่ของตัวเองซ้ำอีกรอบอย่างเข้มงวด

นายแพทย์ทศเทพ กล่าวว่าได้มีการสืบสวนขยายผลกิจกรรมของผู้ป่วยรายแรกตั้งแต่วันที่ 7-20 มี.ค.แล้ว พบมีผู้ใกล้ชิดที่เป็นกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 10 ราย และได้เก็บตัวอย่างไปตรวจได้ผลเป็นลบจำนวน 9 ราย และรอผลยืนยันอีก 1 รายในวันที่ 22 มี.ค.นี้ต่อไป และจากการดูกิจกรรมยังพบว่าหลังจากกลับจากปอยเปตยังไปร่วมงานบวชด้วยจึงได้ขยายพบกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำอีกจำนวน 20 ราย ซึ่งในทั้ง 2 กลุ่มดังกล่าวก็ได้ใช้การกักตัวเป็นเวลา 14 วันแล้ว ทั้งนี้ผู้ป่วยรายแรกดังกล่าวไม่สามารถยืนยันให้ชัดเจนได้ว่าติดเชื้อมาจากย่านทองหล่อ กรุงเทพฯ หรือจากปอยเปต เพราะเดินทางไปทั้ง 2 แห่ง

กระนั้นก็เป็นที่น่าแปลกที่ไม่ปรากฎอาการป่วยใดๆ เลยและเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับผู้ป่วยรายอื่นๆ ที่ติดจากย่านทองหล่อก็พบว่าผู้ป่วยจากย่านนั้นมีอาการแสดงออกมาน้อยมาก ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับย่านดังกล่าวได้ไปพบเจ้าหน้าที่สาธาารณสุขเพื่อตรวจดูเชื้อเหมือนรายนี้ด้วย

ด้านนายแพทย์ไชยเวช กล่าวว่าปัจจุบันผู้ป่วยรายแรกนอนพักรักษาตัวตามอาการที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โดยยืนยันมีมาตรฐานการที่ดีโดยผู้ป่วย 80% จะรักษาตามอาการและหายเอง แต่จะมีไม่เกิน 5% ที่อาการรุนแรงและต้องใช้ยาที่ผลิตจากประเทศจีนและญี่ปุ่นซึ่งปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขมีรองรับไว้อยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือผู้ที่อยู่ภายนอกมากกว่าเพราะปัจจุบันโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์มีผู้ป่วยวันละประมาณ 800 คน

ดังนั้นตั้งแต่วันจันทร์ที่ 23 มี.ค.นี้จะให้ผู้ป่วยอายุ 70 ปีขึ้นไปที่มีนัดกับแพทย์ได้ใช้การถามอาการทางโทรศัพท์และจัดส่งยาไปให้ที่บ้านแทน เพื่อระวังละอองของเชื้อโรคที่เกิดการฟุ้งกระจายได้ง่ายด้วย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ