“โควิด” แพร่หนักกระทบส่งออกทุเรียน เวียดนาม-จีนกักตัวคนขับ14วัน รถค้างด่าน100ตู้

รัฐบาลเวียดนาม-จีนตรวจเข้มรถขนส่งทุเรียนไทยเข้าจีน หลังมีข่าวการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 หนักในไทย ล่าสุดจู่โจมขอดูใบรับรองแพทย์ปลอดโควิด-19 คนขับรถทุเรียนไทยผ่านเส้น R12 โดยไม่บอกล่วงหน้า ทำบริษัทขนส่ง-ผู้ส่งออกรับมือไม่ทัน ส่งผลรถคอนเทนเนอร์ 100 คัน มูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท ค้างเติงที่ด่านจอหรอ เวียดนาม เพราะคนขับรถโดนกักตัว 14 วัน ทำบริษัทขนส่งวิ่งวุ่นหาคนขับพร้อมใบรับรองแพทย์ไปเปลี่ยนตัว แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้เวลา ส่งผลราคาทุเรียนที่ดีดขึ้นช่วงต้นเดือนมีนาคม ดิ่งลงอีกจาก 160 บาท/กก. เหลือ 130 บาท/กก. ล่าสุดผู้ส่งออกดิ้นเบนเข็มใช้เส้นทางบ่อเต็น R3 เลี่ยงผ่านด่านเวียดนาม ด้านสมาคมผู้ส่งออกทุเรียน มังคุด เตือนผู้ประกอบการเตรียมรับมือใช้เส้นทางเรือช่วงพีกทุเรียน มังคุด หวั่นราคาวูบหากไทยคุมสถานการณ์ไม่อยู่

แหล่งข่าวจากวงการส่งออกทุเรียนเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนมีนาคมมีท่าว่าจะเป็นปีทองของทุเรียนกลับขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากที่ประเทศจีนเริ่มควบคุมสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ได้ ส่งผลให้ราคาทุเรียนพุ่งสูงขึ้น 150-160 บาทต่อกิโลกรัม ตลาดจีนเริ่มสั่งออร์เดอร์เข้ามา ขณะที่ปริมาณทุเรียนต้นฤดูยังมีน้อย ทำให้ผู้ส่งออกบางรายยอมเฉือนเนื้อขาดทุนทุ่มซื้อราคาสูง เพื่อให้มีทุเรียนส่งออกตามออร์เดอร์ที่ไปตกลงทำสัญญากับผู้นำเข้าจีนไว้ ขณะที่ราคาตลาดภายในจีนลดลงเหลือ 137-138 บาท แต่ปรากฏว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อมีข่าวว่าประเทศไทยมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากขึ้น แม้จะไม่ได้ยกเป็นระดับ 3 ทำให้รัฐบาลเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศทางผ่านเส้นทางรถบรรทุก และรัฐบาลจีนเริ่มมีมาตรการเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าข้ามแดน ส่งผลให้การขนส่งผลไม้ที่ใช้เส้นทาง R12 ผ่านจังหวัดนครพนมเข้า สปป.ลาว ผ่านด่านจอหรอ เวียดนาม และเข้าจีนที่ด่านโหย่วอี้กวน ถูกตรวจเข้ม โดยมีมาตรการให้คนขับรถที่จะผ่านด่านทุกคนต้องมีใบรับรองแพทย์ปลอดโควิด-19 มาแสดงด้วย โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า เมื่อคนขับไม่มีใบรับรองแพทย์ต้องถูกกักตัว 14 วันที่ด่าน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ทำให้รถขนส่งทุเรียนไม่สามารถผ่านด่านได้ และตกค้างอยู่ที่ด่านเวียดนามตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563 ประมาณ 100 ตู้คอนเทนเนอร์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 300 กว่าล้านบาท

“ปกติการขนส่งทุเรียนไปจีน บริษัทขนส่งจะมีคนขับรถถึง 3 ชาติ คือ คนขับไทยจะไปได้แค่ สปป.ลาว จากนั้นคนขับรถสัญชาติเวียดนามนำหัวรถลากตู้คอนเทนเนอร์ของไทยข้ามไปเวียดนาม และข้ามด่านเข้าไปในจีน ต่อจากนั้นจะมีคนขับจีนวิ่งกระจายไปยังเมืองต่าง ๆ ในอีกทอดหนึ่ง ตอนนี้คนขับเวียดนาม และคนขับจีนนอกจากถูกตรวจร่างกาย ดูการสวมชุด สวมหน้ากากอนามัยที่ปลอดภัยแล้ว ได้ขอดูใบรับรองแพทย์ว่าปลอดโควิด-19 ซึ่งหลายบริษัทขนส่งพยายามวิ่งวุ่นหาคนขับไปเปลี่ยนตัว ซึ่งก็หายาก และขั้นตอนการขอใบรับรองแพทย์ในเวียดนาม และจีนเท่าที่ทราบต้องใช้เวลาหลายวัน ขณะที่การจ้างคนขับเพิ่ม บริษัทขนส่งจะมาบวกกับผู้ส่งออก ทำให้ต้นทุนรวมเพิ่มสูงขึ้นอีก”

หนีใช้ R3 เลี่ยงผ่านเวียดนาม

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปว่า ล่าสุดมีผู้ส่งออกหลายรายได้แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า โดยย้ายเส้นทางขนส่งไปทางเชียงของ บ่อเต็น เส้น R3 แล้ว แต่สถานการณ์ราคาทุเรียนในตลาดจีนอ่อนไหวมาก และไม่สามารถคาดเดาได้ อย่างตอนนี้ราคาทุเรียนต้นทางสูงมาก หมอนทองราคากิโลกรัมละ 150-160 บาท แต่ตลาดปลายทางจีนจากที่ช่วงต้นเดือนมีนาคม ราคาอยู่ที่กล่องละ 1,000 หยวน (18 กิโลกรัม) ตอนนี้ราคาเฉลี่ยลดเหลือราคา 650 หยวน คิดหักต้นทุนค่าแวต ค่าขนส่งค่าการตลาด เหลือ 550 หยวน เฉลี่ยขายได้กิโลกรัมละ 137.50 บาท ขาดทุนแน่นอน แต่บริษัทใหญ่ยังซื้อราคาสูงได้เพราะมีออร์เดอร์จากตลาดจีนมาแล้ว ต้องรักษาสัญญา ยอมซื้อขาดทุนเพราะทุเรียนมีปริมาณน้อยต้องปิดตู้ให้ได้ เมื่อรถถูกกัก ตรวจคนขับชายแดนเวียดนาม ส่งผลให้ราคาหน้าสวนที่ล้งรับซื้อเหลือ 130 บาท ล้งบางแห่งต้องหยุดซื้อ เพราะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น 3-5 วันกว่าจะส่งออกไปถึงปลายทาง จากเดิมใช้เวลาประมาณ 2 วัน ทุเรียนเริ่มเสียหายจะมีผลต่อราคา และจีนเองตรวจเข้ม ที่ผ่านมาสินค้าระบายได้ช้า ตลาดกวางสีรถติดยาวตั้งแต่เดือนมีนาคม

ทั้งนี้ หากช่วงที่ทุเรียนออกมากช่วงปลายเดือนเมษายนและพฤษภาคม ถ้าปัญหาไวรัสโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย ระบบการขนส่งน่าจะเปลี่ยนไปใช้ทางเรือกันมากขึ้นกว่าทุกปี ข้อดีคือไม่ต้องผ่านด่าน สปป.ลาว และเวียดนาม ค่าขนส่งถูกกว่ามาก แต่บางครั้งต้องรอเรือเต็มและใช้ระยะเวลา 4-5 วัน มีเรือให้บริการเพียง 2 เที่ยว และจะเพิ่มเป็น 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ เที่ยวละ 200 ตู้คอนเทนเนอร์ บางครั้งต้องรอให้ตู้เต็ม นั่นหมายถึงปริมาณทุเรียนจำนวนมากจะส่งไปถึงปลายทางจีนพร้อมกันจำนวนมาก ราคาจะลดต่ำลง ต่างกับการขนส่งทางรถยนต์ที่ปริมาณน้อยทยอยไปได้ทุกวัน

หวั่น เม.ย.ราคาดิ่ง 40 บ./กก.

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการส่งออกรายใหญ่ จ.ตราด กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการเข้มงวดป้องกันไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดของไทยบริเวณด่านชายแดน สปป.ลาว- เวียดนามและจีน ตรวจเข้มขึ้น ปัญหารถขนส่งที่ค้างอยู่ด่านเวียดนาม เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ทำให้ผู้ประกอบการหันไปใช้เส้นทางเชียงของ บ่อเต็น และเข้าไปตลาดจีนตอนใต้ได้เช่นกัน แต่เส้นทางลำบากมากกว่า ที่ผ่านมามีปัญหาการตรวจของด่านจีนที่ต้องรอเจ้าหน้าที่มาตรวจ เพราะทางจีนเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำงานเต็มวัน ทำให้รถขนส่งต้องเสียเวลารอที่หน้าด่าน บางครั้งการขนส่งล่าช้ากว่า จากปกติ 5-7 วัน อาจจะล่าช้าออกไปถึง 10-15 วัน ส่งผลให้ราคาทุเรียนลดวูบทันที จากกล่องละ 18 กิโลกรัม ราคา 8,000-1,000 หยวน เหลือ 600-700 หยวน ผู้ประกอบการขาดทุน หวั่นเดือนเมษายน-พฤษภาคม ที่ทุเรียนออกสู่ตลาดจำนวนมาก ราคาอาจจะต่ำถึง 40-50 บาท ถ้าไทยยังมีปัญหาไวรัสโควิด-19 และมีการยกระดับมาตรการเข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ

“ปัญหาการขนส่งทางเรือไปขึ้นท่าเรือฮ่องกง หรือท่าเรือจีน นอกจากใช้เวลานานกว่า เที่ยวเรือมีเพียง 2 เที่ยวต่อสัปดาห์ และมีเวลาออกที่ไม่แน่นอน ราคาทุเรียนเดือนมีนาคมซื้อกัน 140-150 บาท จะได้รับผลกระทบเต็ม ๆ หากมีปัญหาการตรวจเข้มจากการระบาดไวรัสโควิด-19 ในไทยรุนแรงขึ้น รวมทั้งปริมาณที่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก เกรงว่าจะมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการนำเข้าของจีน จะส่งผลให้ราคาดิ่งลง รัฐบาลต้องหาทางแก้ไขปัญหาไวรัสโควิดให้คลี่คลายสู่ภาวะปกติ หากขึ้นไปถึงระดับ 3 แม้จีนจะคุมได้ แต่เขาจะกลัวไวรัสโควิด-19 จากไทย” แหล่งข่าวกล่าว

พ่นฆ่าเชื้อ 400 ล้งนำเข้ามั่นใจ

ทางด้านนายภานุวัชร์ ไหมแก้ว นายกสมาคมผู้ส่งออกทุเรียน มังคุด กล่าวเพิ่มเติมว่า เส้นทาง R12 นี้ใช้ขนส่งผลไม้มากที่สุดเพราะสะดวก เนื่องจากยังเป็นช่วงต้นฤดู ทุเรียนยังมีปริมาณไม่มากนัก จะมีการขนส่งทุเรียนวันละประมาณ 20-30 ตู้ เมื่อมีปัญหาการตรวจผ่านด่านเวียดนาม ทำให้ต้องเสียเวลารอ เกรงว่าผลไม้จะเสียหายมีผลต่อราคา และเสียค่าขนส่งมากขึ้นเพราะรถค้างหลายวัน จึงได้เปลี่ยนไปใช้เส้นทาง R3 ไปทางเชียงของ บ่อเต็น ผ่านลาวไปจีนตอนใต้ ทางสิบสองปันนา คุนหมิง โดยไม่ผ่านเวียดนาม แต่เส้นทางนี้ขนส่งลำบาก เพราะพื้นที่เป็นภูเขาสูง ไม่สะดวกในการขนส่ง ที่ต้องเตรียมการรองรับไว้ คือ ช่วงทุเรียนออกมาก ๆ รวมทั้งมังคุดด้วย เดือนเมษายน-พฤษภาคม อาจจะมีการเตรียมการขนส่งทางเรือเพื่อไม่ให้มีปัญหาผ่านด่านเวียดนาม

“เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับผลไม้ไทย ไม่ให้ปัญหาไวรัสโควิด-19 กระทบกับราคาทุเรียน และให้การส่งออกทุเรียนแต่ละตู้ปลอดภัย ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สมาคมร่วมกับ อบจ.จันทบุรี และเทศบาลตำบลท่าช้าง ได้ระดมเครื่องมือ รถแอร์บัส ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในโรงคัดบรรจุของสมาชิกของสมาคม เกือบ 400 ล้ง ให้หมดภายในเดือนมีนาคม ทั้งระยอง จันทบุรี ตราด และในแผงจำหน่ายทุเรียนเขตเทศบาลตำบลท่าช้าง แหล่งจำหน่ายทุเรียนขนาดใหญ่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้พ่อค้าและผู้ส่งออกทุเรียน รวมทั้งการดูแลความสะอาด ปลอดภัยของพนักงาน ลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้แรงงานในโรงคัดบรรจุที่มีแรงงานต่างชาติจำนวนมาก” นายกสมาคมกล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ