เปิดใจ”ยศวัจน์ รุ่งคณาวุฒิ”นำ”แอททรีคอนโด”ดังชั่วข้ามคืน ทำไมยอมเจ็บ”โควิด”เคสแรก จ.พิษณุโลก

สัมภาษณ์

กลายเป็นความวิตกกังวลอย่างหนักของผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม เมื่อมีข่าวการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้นในคอนโดมิเนียมหลายแห่ง ท่ามกลางการแพร่ระบาดที่ทวีความรุนแรงขึ้น

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “ยศวัจน์ รุ่งคณาวุฒิ” นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์จังหวัดพิษณุโลก และกรรมการผู้จัดการ บริษัทในกลุ่มแอททรีคอนโด จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งกลายเป็นคอนโดฯที่ถูก talk of the town ไปทั่วประเทศเพียงชั่วข้ามคืน

เมื่อพบผู้อยู่อาศัยในอาคารชุดแอททรีคอนโดติดเชื้อโควิด-19 เป็นเคสแรกของจังหวัดพิษณุโลก ทำให้นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดได้มีคำสั่งที่ 2194/ 2563 “สั่งปิดชั่วคราว” อาคารชุด แอททรีคอนโด เป็นการชั่วคราวทั้ง 3 อาคาร ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 เวลา 23.00 น. จนถึงวันที่ 8 เมษายน 2563 เวลา 23.00 น.

และห้ามผู้ใดเข้าไป หรือออกจากสถานที่ดังกล่าว เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ

“ยศวัจน์” ได้เล่าย้อนเหตุการณ์อันระทึกว่า ผมรับทราบเรื่องว่ามีผู้ติดเชื้อตั้งแต่ช่วงเช้า ผมก็เช็กข้อมูลแล้วข้อมูลอีกว่า ใช่ลูกค้าที่อยู่แอททรีคอนโดของผมจริงหรือเปล่า เมื่อทราบชัดเจน ผมก็ตกใจ เครียดเลย ทุกคนตกใจกันหมด เราก็เป็นห่วงคนในอาคาร และตอนแรกที่ท่านผู้ว่าฯจะประกาศว่ามีผู้ติดเชื้ออาศัยอยู่คอนโดฯ ท่านก็ไม่กล้าประกาศชื่อว่าเป็นคอนโดฯอะไร ผมก็บอกว่ายิ่งไม่บอกคนจะยิ่งสงสัย ผมบอกให้บอกทุกคนรู้ไปเลย ท่านผู้ว่าฯจึงระบุชื่อคอนโดฯไปในประกาศคำสั่งจังหวัด เพราะเหตุการณ์ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่งเกิดขึ้นเป็นรายแรก และคู่แรกของจังหวัดพิษณุโลก และน่าจะเป็นเคสแรกของประเทศไทยด้วย เพราะผู้ติดเชื้ออยู่บนคอนโดฯ คนส่วนใหญ่ก็ตกใจ มีความตื่นตระหนก เราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย และความกังวลใจของคนเมืองพิษณุโลก เพื่อส่วนรวมของจังหวัดด้วย

การที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศปิด เพื่อกักตัวผู้อยู่อาศัยในคอนโดฯทั้ง 3 อาคารในช่วงแรก ผมเข้าใจท่านต้องแอ็กชั่นอย่างนี้ ในฐานะผู้นำของเมือง เราเองมองว่า ไวรัสโควิด-19 มันก็น่ากลัว เพื่อเป็นประโยชน์ของเมืองพิษณุโลก คือผมอยู่ต่างจังหวัดด้วย ผมมองถ้าเกิดมีการแพร่เชื้อไปติดคนอื่น เหมือนในต่างประเทศ แล้วเราไม่ได้ทำอะไร คงไม่ได้ แต่ถ้าเราควบคุมสถานการณ์ได้ และไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อลุกลาม ก็ต้องยอมให้เด็ดขาดจริง ๆ มีเจ็บตัวกันบ้าง

ยอมรับว่า หมายสั่งปิดอาคารมาตอนดึก ตอนเช้าวุ่นวายมาก คนจะออกไปทำงานก็ออกไม่ได้ คนจะลงไปซื้อข้าวกิน ออกไปทำงานข้างนอก จะกลับเข้าคอนโดฯก็ไม่ได้วุ่นวายกันไปหมด โชคดีที่ผมเตรียมตัว และแก้ไขให้รอดไปได้ แทบแย่เลยครับ บางคนก็ยังไม่ทราบว่า ในตึกพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ผมก็รีบให้มาทำบิ๊กคลีนนิ่งกัน โดยมีทางสาธารณสุขจังหวัดเข้ามาให้คำแนะนำ

ผมแจ้งลูกบ้านให้รู้ตำแหน่งของห้องของผู้ติดเชื้ออยู่ชั้นไหน อาคารไหนตั้งแต่แรก ผู้อยู่อาศัยในคอนโดฯเองไม่รู้จะกังวล เราสื่อสารให้เข้าใจดีกว่า ผมต้องทำความเข้าใจกับลูกบ้าน ช่วงแรกลูกบ้านหลายคนไม่สบายใจ ก็กลัวอยู่ดี และได้ร้องขอให้นำรถโมบายและหมอมาดูหน่อยแล้วกัน เพราะคนวิตกกังวล อยากจะขอชุดตรวจโควิด-19 มาตรวจลูกบ้านแต่ละคนไปเลยได้หรือไม่ แต่เข้าใจว่า ชุดตรวจแต่ละที่มีจำกัด และเมื่อมีหมอเข้ามาตรวจดูทำให้สบายใจระดับหนึ่ง

ผมโชคดีที่ให้ตั้งกลุ่มไลน์ของลูกบ้านไว้ เพราะเราทำนิติบุคคลเอง มีการซักถาม พูดคุยกันว่ามีความจำเป็นเพื่อสุขภาพ และความปลอดภัยของทุกคนเองด้วย ซึ่งผมก็ขอโทษที่ทำให้เดือดร้อน ซึ่งผมก็เข้าใจท่านผู้ว่าฯด้วย ระหว่างนั้นผมก็ยังพูดกับลูกบ้าน ผมเสนอขอเข้าไปกักตัวอยู่ในคอนโดฯด้วยก็ได้ มีอะไรจะได้สอบถามช่วยเหลือกัน แต่ลูกบ้านบอกให้ผมอยู่ข้างนอก ให้การสนับสนุนช่วยเหลือดีกว่า อย่างที่บอกวันนี้ จริง ๆ ลูกบ้านทุกคนไม่ใช่ผู้ร้าย การไปกักตัวไว้ผมก็เข้าใจ

แอททรีคอนโดมี 3 อาคาร ความสูง 7 ชั้น มีจำนวนห้องกว่า 200 ห้อง แต่ปัจจุบันมีคนอยู่อาศัยรวมกันประมาณ 100 กว่าห้อง ถ้าดูจากผังอาคารที่มีผู้ติดเชื้อ จะแยกจากกันกับอาคารอื่น นอกจากนี้ในแอททรีคอนโดมีผู้อยู่อาศัยที่เป็นนายแพทย์ประมาณ 10% ซึ่งคุณหมอแต่ละคนก็บอกไม่เป็นไร ผมอยู่ได้ ทั้งที่คุณหมอหลายคนมีเคสต้องไปผ่าตัดที่โรงพยาบาล ต้องมีภารกิจ ถ้าโดนกักตัวไว้ 14 วัน ผมว่าจะเดือดร้อนมาก เราไม่ได้นิ่งนอนใจ

ช่วงเวลานั้นมีผู้ประกอบการ คนรู้จักหลายคนโทรมาหาผมว่า ทำไมให้ผู้ว่าฯทำขนาดนี้ ไม่ควรจะยอม แต่ผมบอกเราเป็นเคสแรกคู่แรกของจังหวัดพิษณุโลก คือเอาเถอะครับ ผมว่าเอาชีวิต และความสบายใจดีกว่า ผมคิดว่าถ้าเราดูแลลูกบ้านดี ลูกบ้านก็มีกำลังใจ ผมคิดว่าในยามวิกฤต ถ้าเจ้าของคอนโดฯอยู่เคียงข้างลูกบ้าน ดูแลเขา ผมว่าตรงนี้ไม่เป็นไร ผมว่าชื่อเสียงเราสร้างกลับมาใหม่ได้ แต่ชีวิตของคนสำคัญกว่า เรื่องนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด และตอนนี้เกิดได้ทุกหนทุกแห่ง

หลังจากสาธารณสุขจังหวัดเข้ามาสอบสวนโรค และคัดกรองอย่างละเอียด โดยเฉพาะประเด็นอยู่ตรงชั้น 2 มีใครบ้างไปใช้ฟิตเนสร่วมกันกับผู้ติดเชื้อ ซึ่งไปไล่ดูได้ ผ่านไป 2-3 วัน ท่านผู้ว่าฯก็ผ่อนปรนให้เปิด 2 อาคารที่มีผู้อยู่อาศัย 70 คน และไม่พบผู้ติดเชื้อให้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ คือ อาคาร North และอาคาร East เหลือเพียงอาคาร West ที่มีประชาชนอาศัยอยู่อีก 30 คน ต้องกักตัวให้ครบ 14 วัน พร้อมกับมีการส่งอาหารให้ทุกมื้อไปจนถึงวันที่ 8 เม.ย.นี้

ตอนนี้สาธารณสุขจังหวัดเข้ามาตั้งระบบคัดกรองเข้มงวด มีหมอมาตรวจวัดอุณหภูมิทุกวัน ทำให้คนในตึกสบายใจขึ้น ผมคิดว่าระบบการควบคุมที่เข้มงวด การรักษาความสะอาดต่าง ๆ ภายในตึกตอนนี้อยู่ข้างนอกยังอันตรายกว่าอยู่ในคอนโดฯ ผมเชื่อว่าการเฝ้าระวังคัดกรองในทุกวัน และบอกว่า คนไหนความเสี่ยงสูง คนไหนความเสี่ยงต่ำ ลูกบ้านเองก็สบายใจ หากพบผู้ติดเชื้อจะมีการกันตัวออกมาก่อนเข้าตึก จะไม่ไปแพร่โรคให้คนอื่น ปัญหาจะน้อย

วันนี้ผมเลยรณรงค์จะทำให้ทุกคนอยู่คอนโดฯแล้วรู้สึกปลอดภัย ก็เพิ่มมาตรการ safety รปภ. แม่บ้านก็ต้องตรวจอุณหภูมิก่อนเข้าไป ก่อนเข้าลิฟต์ต้องมีการคัดกรอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้คนอยู่อาศัย และคนเหล่านี้จะเป็นกระบอกเสียงให้เรา ถึงแม้ข้างนอกจะมองอย่างไร ตอนนี้ผมก็ดังทั่วประเทศเลย แต่ผมก็คิดว่าไม่เป็นไร ในวิกฤตก็มีโอกาส เราได้ใจลูกบ้าน และทำให้ทุกตระหนัก ทุกคนจะระมัดระวัง นอกจากนี้ผมได้เห็นความรัก ความเป็นห่วงกันจากห้องข้าง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันก็มารู้จักกัน ตอนนี้ทุกคนเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน

เคสนี้ที่เกิดขึ้นต่อไป ผู้ประกอบการอสังหาฯคงต้องปรับมาตรฐานคอนโดฯในการเข้าไปดูแลผู้อยู่อาศัย เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิก่อนเข้าอาคาร ก่อนเข้าลิฟต์ การทำความสะอาดตามมาตรฐานสาธารณสุข ผมมองว่าเป็นจุดเปลี่ยน ถ้าคอนโดฯไหนทำได้ ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ