เปิดเบื้องลึก-ปิดตำนาน “ปิตุเตชะ” ปิดโรงแรมระยองซิตี้

เปิดเบื้องลึก-ปิดตำนาน “ปิตุเตชะ” ปิดโรงแรมระยองซิตี้

ธุรกิจโรงแรม ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ออกอาการซวนเซอย่างหนักหลังเกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 

เนื่องจากภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยทั้งระบบได้รับความบอบช้ำอย่างสาหัสจากปัจจัยหลายด้านตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา 

ตั้งแต่นักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักลดจำนวนลง มาถึงเศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในภาวะถดถอย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงนักท่องเที่ยวไทยชะลอการเดินทาง 

และนิ่งสนิทหลังจากหลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้า เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงประเทศไทย

“โรงแรมระยอง ซิตี้”หนึ่งในโรงแรมเก่าแก่ ซึ่งตั้งอยู่ย่านใจกลางเมือง จังหวัดระยอง ถือเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว และประกาศ”ปิดกิจการ”เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา

ด้วยการประกาศลงเฟสบุ๊ค Rayong City โรงแรมระยอง ซิตี้ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 หรือ 3 วันที่ผ่านว่า จะสิ้นสุดการให้บริการ ในวันที่ 31 พฤษภาคม 2563 เป็นวันสุดท้าย และขออภัยท่านผู้มีอุปการะคุณทุกท่านในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นนั้น 

Rayong City โรงแรมระยอง ซิตี้

ตระกูล “ปิตุเตชะ” ผู้บุกเบิก “ระยองซิตี้”

หากเอ่ยถึง”ตระกูลปิตุเตชะ”ในจังหวัดระยอง คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก “นายกช้าง” ปิยะ ปิตุเตชะ อดีตส.ส.ระยอง 3 สมัย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง(อบจ.ระยอง) 

พี่ชายคนโตของ“ดร.สาธิต ปิตุเตชะ”รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 4 สมัย และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 

ด้วยความคร่ำหวอดในแวดวงการเมือง และถือเป็นผู้กว้างขวางในจังหวัดระยอง นายกช้างจึงได้เริ่มก่อตั้งและบุกเบิกลงทุน”โรงแรมระยองซิตี้”ตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อเกือบ 30 ปีที่ผ่านมา ในที่ดินผืนใหญ่ย่านใจกลางตัวเมืองระยอง เพื่อรองรับการเติบโตของ”อีสเทิร์นซีบอร์ด”

ในยุคนั้นโรงแรมระยองซิตี้ถือเป็นโรงแรมอันดับต้นๆ ที่นักการเมือง นักธุรกิจที่แวะเวียนมาเจรจาธุรกิจในจังหวัดระยองต้องแวะมาพัก 

โรงแรมระยองซิตี้

ธุรกิจโรงแรมแข่งเดือด-ตัดใจขายหุ้นทิ้ง

แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป โลกธุรกิจที่แข่งขันกันรุนแรงขึ้น ทำให้มีนายทุนจากกรุงเทพ ทุนท้องถิ่นที่จับมือกับทุนข้ามชาติ รวมถึงทุนท้องถิ่นรายเล็ก รายกลาง รายใหญ่ที่เห็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจโรงแรมในจังหวัดระยอง ต่างหอบเงินเข้าไปลงทุนผุดโรงแรมขึ้นเป็นดอกเห็ด รวมถึง”ธุรกิจคอนโดมิเนียมที่มาทำธุรกิจ”ให้เช่าห้องพักรายวัน”แข่งกับธุรกิจโรงแรม 

ทำให้”นายกข้าง”ถึงกับถอย และขายหุ้นใหญ่ให้กับ”เพื่อนสนิท”อย่าง”ไกร วิมลเฉลา”ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามราชธานี จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจให้บริการจัดหาบุคลากร และธุรกิจให้เช่า ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถิอหุ้นของบริษัท โรงแรมระยองซิตี้ จำกัดอยู่แล้ว

เบื้องหลังการเปลี่ยนมือจากผู้ถือหุ้นตระกูลปิตุเตขะ สู่ตระกูลวิมลเฉลาเกิดขึ้นตั้งแต่ 20 กว่าปีมาแล้ว ทั้งไกร และ”เนาวรัตน์ วิมลเฉลา”ภรรยาของไกร มานั่งในตำแหน่งกรรมการของโรงแรมอย่างเต็มตัว แต่เบื้องหน้ายังอาศัยความกว้างขวาง และอิทธิพลของนายกช้างในการดำเนินธุรกิจในระยองต่อไป ทำให้หลายคนเข้าใจว่า โรงแรมระยองซิตี้ยังอยู่ในมือนายกช้าง

ทุนใหม่ได้เข้าปรับปรุงกิจการ และฉีกแนวรบสร้างจุดแข็งให้โรงแรมระยองซิตี้ โดยพยายามสร้างความโดดเด่น”ด้านธุรกิจสปา” ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี และถือว่ามีขื่อเสียงโด่งดังทีเดียว 

โควิดทำธุรกิจสปาตายสนิท

เมื่อ”โควิด-19”หนัก ส่งผลให้รัฐบาลสั่งปิดกิจการโรงแรม และร้านนวด สปา เมื่อกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา 

ที่สำคัญธุรกิจสปาถูกจัดว่าเป็นธุรกิจที่มี”ความเสี่ยงสูง”เพราะต้องสัมผัสกับผู้คนที่เข้ามาใช้บริการ 

แหล่งข่าวในแวดวงธุรกิจโรงแรม กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ”ว่า แม้รัฐบาลจะมีคำสั่งให้เปิดบริการโรงแรม และบริการร้านนวด สปาได้แล้วในวันที่ 1 มิถุนายน 2563 แต่ผู้ประกอบการหลายคนยังมองไม่เห็นอนาคตที่จะสดใส และเติบโตอย่างในอดีตก่อนเกิดโควิด-19 คงต้องรอการคิดค้น”วัคซีน”รักษาโควิด-19 ได้สำเร็จ ซึ่งจะใช้เวลาอีกอย่างน้อยสุด 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี ดังนั้น สถานการณ์ธุรกิจโรงแรม รวมถึงบริการด้านสปาตอนนี้จึงมีแต่”ทรง”กับ”ทรุด”

ตอนนี้โรงแรมในจังหวัดระยองต่างก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก แต่พยายามประคองธุรกิจกันไป 

“แต่การประกาศ ปิดกิจการ ของโรงแรมระยอง ซิตี้ น่าตกใจไม่น้อย เพราะจะทำให้พนักงาน 100 กว่าคน ที่เพิ่งทราบข่าวในช่วงต้นเดือน พ.ค ที่ผ่านมา ถึงกับช็อคเพราะ ตกงานทันที ส่วนตัวโรงแรมเองมีข่าวลือในวงการโรงแรม บางก็ว่าขายกิจการเปลี่ยนมือไปอีกแล้ว บางก็ว่ายังเงียบๆ อยู่ ซึ่งคงต้องรอดูกันต่อไป”

‘สยามราชธานี’เตรียมขายหุ้นในตลาด

ขณะเดียวกันในช่วงที่ฝุ่นตลบธุรกิจทีองเที่ยวและโรงแรมในช่วงการระบาดของโควิด-19 ”ไกร วิมลเฉลา”และภรรยาในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของโรงแรมระยองซิตี้ กำลังแต่งตัวบริษัท สยามราชธานี จำกัดเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมทุนไปใช้หนี้สถาบันการเงิน และใช้เป็นทุนหมุนเวียน 

โดยล่าสุดบมจ.สยามราชธานี เดินมาถึงขั้นทำโรดโชว์ เพื่อขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนประชาชนทั่วไป(IPO)ไม่เกิน 85 ล้านหุ้น คิดเป็น 27.42% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออก จะส่งผลให้บริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงกว่า 1 เท่า 

แต่แผนการโรดโชว์ และขาย IPO ในไตรมาส 1/63 ต้องเลื่อนออกไป ไม่มีกำหนด หลังโควิดแพร่ระบาด

ดังนั้น จึงเป็นไปได้ที่บมจ.สยามราชธานี จำเป็นต้องหาเงินทุนจากเส้นทางอื่นมาหมุนเวียนหล่อเลี้ยงบริษัทแม่ในวิกฤตโควิดนี้ และธุรกิจ”โรงแรมระยองซิตี้”ไม่ใช่ธุรกิจหลัก 

ที่นักธุรกิจหลายคนมักพูดว่า ยามเดือดร้อนทุกบริษัทจะตัดแขนขาที่ไม่จำเป็นรักษาชีวิต คือ ธุรกิจหลักที่เป็น”หัวใจ”และเส้นเลือดใหญ่”ไว้ก่อน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ