เชียงใหม่อัดแคมเปญ “We Love Chiang Mai Super Privilege”กระตุ้นท่องเที่ยว

วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เป็นประธานเปิดกิจกรรม Workshop “We Love Chiang Mai Super Privilege” ณ ห้องประชุมชั้น 4 อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ โดยบอกว่า การก่อตั้งแบรนด์ “We Love Chiang Mai” ตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ถือเป็นการระดมสรรพกำลังของผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีจุดมุ่งหมายส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ให้มีความเข้มแข็ง

จังหวัดเชียงใหม่ให้การสนับสนุนและพร้อมผลักดันทำให้ภาคการท่องเที่ยวของเชียงใหม่ทั้งระบบมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ภาคการท่องเที่ยวมีความเกี่ยวโยงไปถึงภาคประชาชน ภาคประชาสังคม รวมถึงเกษตรกร ถ้าภาคการท่องเที่ยวบริการหยุดชะงัก เกษตรกรก็ไม่มีรายได้ กล่าวคือ ธุรกิจร้านอาหารต้องใช้ผลผลิตจากภาคการเกษตร ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ร้านอาหารได้รับผลกระทบ ต้องปิดกิจการชั่วคราว การสั่งซื้อผลผลิตการเกษตรก็ต้องหยุดชะงักไปด้วย เป็นต้น

ทั้งนี้ “We Love Chiang Mai” จะต้องหาทางกู้วิกฤตโควิด-19 ให้ได้โดยเร็ว ด้วยการสร้างมาตรฐานการบริการภายใต้วิถี New Normal เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่เชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว

นายนวพล คันธวณิช ประธานกองทุน We Love Chiang Mai กล่าวว่า “We Love Chiang Mai” กำหนดยุทธศาสตร์ไว้ 3 ด้าน คือ 1.Product มุ่งส่งเสริมสินค้า บริการ และผลิตภัณฑ์ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ต้องมีคุณภาพและมาตรฐานเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว 2.Activity มุ่งจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและพัฒนาเมืองเชียงใหม่ 3.PR มุ่งสร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน และประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ We Love Chiang Mai

โดยสถานการณ์โควิด-19 เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดกองทุน We Love Chiang Mai ที่จะขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยว สร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำให้ We Love Chiang Mai เป็น แบรนด์ของจังหวัดเชียงใหม่ที่ทุกภาคส่วนได้เป็นเจ้าของร่วมกัน

ด้านนายธนิต ชุมแสง รองประธานกองทุน We Love Chiang Mai และนายกสมาคมร้านอาหารและสถานบันเทิงจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ล่าสุด We Love Chiang Mai ได้ออกแคมเปญ We love Chiang Mai Super Privilege เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายในพื้นที่และส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นแรงกระเพื่อม และทำให้เกิด Traffic ในการซื้อขายสินค้าได้มากขึ้น โดยเป็นแคมเปญสุดคุ้มที่มีส่วนลดสูงสุด 50-70% ซึ่งมีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวบริการและธุรกิจอื่นๆจาก 36 กลุ่มสินค้าและบริการ จำนวนมากถึง 2,000-3,000 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการนี้ อาทิ ร้านอาหารราว 500 แห่ง โรงแรม 300 แห่ง เป็นต้น รวมถึงมีสุดยอดผลิตภัณฑ์เด่นจาก 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่เข้าร่วมในโครงการนี้ด้วย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ