ทำเลฮอต “รอบศูนย์ประชุมเชียงใหม่” คอนโดฯ-โรงแรม-ร้านกาแฟพรึ่บรับ MICE โต

เชียงใหม่เติบโตอย่างรวดเร็วในเชิงการพัฒนาของภาคธุรกิจ รวมถึงการขยายตัวของประชากร พื้นที่ศูนย์กลางธุรกิจหลายทำเลมีการพัฒนาการลงทุนอย่างหนาแน่น อาทิ ช้างคลาน นิมมานเหมินท์ ซึ่งความแออัดในเชิงพื้นที่ทำให้การพัฒนาเริ่มขยับออกสู่รอบนอกมากขึ้น

ปัจจุบันทำเลที่มีการลงทุนคึกคักไม่แพ้พื้นที่รอบนอกอื่นก็คือ “ถนนคันคลองชลประทาน-ศูนย์ประชุมฯ นานาชาติเชียงใหม่” ด้วยศักยภาพเด่นด้านคมนาคมที่สะดวก เป็นเส้นทางเลี่ยงเมืองเชื่อมต่อกับถนนหลักหลายสาย เช่น อำเภอหางดง, ถนนสุเทพ, ถนนนิมมานเหมินท์, ถนนห้วยแก้ว และอำเภอแม่ริม

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ที่จะเริ่มเกิดมรรคผลจากการลงทุน และจะส่งอานิสงส์ต่อธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้าน MICE รวมถึงด้านเศรษฐกิจการค้าในรัศมีใกล้เคียงด้วย

นอกจากนี้ ในอนาคตการวางโครงการระบบขนส่งสาธารณะจังหวัดเชียงใหม่ ที่จะมีโครงข่ายรถไฟฟ้ารางเบาพาดผ่านเส้นทางมายังศูนย์ประชุม ก็จะทำให้การเดินทางมาย่านนี้สะดวกมากยิ่งขึ้น

สำหรับอีเวนต์การประชุมและการจัดงานแสดงสินค้าของศูนย์ประชุมถือว่ามีอัตราการใช้ถี่สูงขึ้น อัตราการหมุนเวียนของประชาชนที่มาใช้พื้นที่เพิ่มขึ้น ตามเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางการประชุมและแสดงสินค้าหรือ MICE ในภาคเหนือและประเทศเพื่อนบ้าน

ล่าสุด นักลงทุนจีนให้ความสนใจที่จะใช้พื้นที่ศูนย์ประชุมเป็นเวทีในการจัดแสดงสินค้าและจับคู่ธุรกิจระหว่างประเทศ และขยายการแสดงสินค้าของจีนมาใช้ที่เชียงใหม่ โดยร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) และบริษัท วิศวกรรมยูนนานหวันปอ จำกัด (Yunnan Wanbo Exhibition Engineering Co.,Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน นับเป็นสัญญาณว่าศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ จะมีอีเวนต์คึกคักมากขึ้นในอนาคต

จากการสำรวจของ “ประชาชาติธุรกิจ” พบว่า ขณะนี้มีการลงทุนในย่านดังกล่าวหนาแน่นขึ้นทั้งโรงแรม คอนโดมิเนียม ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ที่ถือว่าอนาคตจะเป็นทำเลเศรษฐกิจแห่งใหม่ของเชียงใหม่


B2 ยึดหัวหาดผุดคอนโดฯ

นายวสันต์ จาวลา กรรมการบริหาร กลุ่มจาวลาเชียงใหม่ กรุ๊ป เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า นอกเหนือจากการสร้างแบรนด์โรงแรม B2 ที่ทางกลุ่มได้ขยายสาขาไปยังหลายจังหวัดทั่วไทยแล้ว ยังได้ลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ

โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเริ่มพัฒนาโครงการแรกเมื่อราว 10 ปีที่แล้ว บนพื้นที่ย่านถนนคันคลองชลประทาน ใกล้กับศูนย์ประชุมนานาชาติ โครงการแรกคือ The Convention เป็นอาคารสูง 11 ชั้น โครงการที่ 2 คือ Mountain Front เป็นคอนโดมิเนียมหน้ากว้าง ขนาด 7 ชั้น โครงการที่ 3 คือ Mountain View เป็นคอนโดมิเนียมหน้ากว้าง 6-8 เมตร สูง 7 ชั้น และโครงการที่ 4 The Resort Condominium บนพื้นที่ 5 ไร่ เป็นอาคารสูง 7 ชั้น อยู่ริมถนนทางเข้าด้านหน้าศูนย์ประชุมนานาชาติ ซึ่งทั้ง 4 โปรเจ็กต์มีมูลค่าโครงการกว่า 700 ล้านบาท และทุกโครงการปิดการขายแล้วทั้งหมด มีผู้อยู่อาศัยจริง ทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยมีสัดส่วนราว 20-30% ที่ปล่อยให้เช่า

นายวสันต์กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทางกลุ่มเลือกที่จะลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมบนพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากเป็นจุดที่อยู่ใกล้ถนนนิมมานเหมินท์ ย่านเศรษฐกิจที่สำคัญของเชียงใหม่ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกซื้อโครงการก็ด้วยเหตุผลนี้เป็นประการสำคัญ นอกจากนี้ ยังเป็นทำเลที่มีวิวภูเขาติดดอยสุเทพ สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ เหมาะแก่การพัฒนาที่อยู่อาศัย อีกปัจจัยหนึ่งก็คือ เป็นการรองรับโครงการศูนย์ประชุมนานาชาติ ที่เป็นโครงการขับเคลื่อนภาครัฐขนาดใหญ่ ซึ่งอนาคตจะส่งผลให้ย่านนี้มีความคึกคักทางเศรษฐกิจมากขึ้น

“ทำเลคันคลองชลประทาน-ศูนย์ประชุมเป็นพื้นที่มีศักยภาพ ซึ่งในอนาคตจะมีโครงข่ายรถไฟฟ้ารางเบาพาดผ่านเส้นทางนี้ ก็จะทำให้การเดินทางมาย่านนี้สะดวกมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ที่ดินในย่านนี้ค่อนข้างมีจำกัด โดยเฉพาะโซนก่อนถึงศูนย์ประชุมเลียบคลองชลประทานทั้งสองฝั่งถูกครอบครองแล้วเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่โซนถัดจากศูนย์ประชุมจะเป็นพื้นที่ของกรมธนารักษ์ที่สามารถจัดสรรเฉพาะหน่วยงานราชการ ซึ่งไม่สามารถพัฒนาการลงทุนเชิงธุรกิจได้”

นายวสันต์กล่าวต่อว่า หากในอนาคตโครงการรถไฟฟ้ารางเบาเข้ามาสู่พื้นที่นี้ คาดว่าจะเป็นแรงดึงดูดให้เกิดการลงทุนเพิ่มมากขึ้นในพื้นที่ที่ยังคงมีอยู่มากพอสมควรตามตรอกซอยของทั้งสองฝั่งถนนเลียบคลองชลประทานและพื้นที่ใกล้เคียงศูนย์ประชุมเนื่องจากราคาที่ดินยังคงจับต้องได้มากกว่าย่านนิมมานเหมินท์ ปัจจุบันราคาที่ดินย่านนิมมานเหมินท์ ตารางวาละ 200,000 บาท ขณะที่รอบศูนย์ประชุมเริ่มต้นเฉลี่ยอยู่ที่ 50,000-100,000 บาทต่อตารางวา และในถนนซอย ราคาที่ดินอยู่ที่ราว 30,000-40,000 บาทต่อตารางวา สำหรับการลงทุนที่มีศักยภาพ ได้แก่ ที่อยู่อาศัย อพาร์ตเมนต์ และคอนโดมิเนียม (เกรดพรีเมี่ยม) ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ถือเป็นธุรกิจที่มีโอกาสมาก

อย่างไรก็ตาม คาดหวังให้มีการบริหารจัดการศูนย์ประชุมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยพัฒนาให้ศูนย์ประชุมแห่งนี้เป็นไมซ์เพลส (MICE Place) ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่นี้กลายเป็นย่านธุรกิจและเป็นพื้นที่เศรษฐกิจอีกแห่งหนึ่งของเชียงใหม่ในอนาคต

คาเฟ่ เดอ โอเอซิส สุดฮอต

นายภาคิน พลอยภิชา ซีอีโอแห่งโอเอซิส สปา (Oasis Spa) กล่าวว่า คาเฟ่ เดอ โอเอซิส เป็นร้านกาแฟและร้านอาหาร เปิดดำเนินการมาได้ราว 3 ปีกว่า ตั้งอยู่บริเวณด้านข้างศูนย์ประชุมนานาชาติ โดยจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการมีอัตราเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง สามารถรองรับลูกค้าได้ครั้งละ 120 ที่นั่ง โดยจำนวนลูกค้าจะหมุนเวียนกันเข้ามาใช้บริการ เฉลี่ย 200 – 300 คนต่อวัน กลุ่มลูกค้าหลัก อาทิ นักออกแบบ นักเขียน คนทำงานอิสระ ชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยว บุคคลทั่วไป รวมถึงลูกค้าจากศูนย์ประชุมนานาชาติที่มาร่วมงานอีเวนต์ต่าง ๆ โดยตลอดระยะ 3 ปีของการให้บริการ มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องราว 10% ต่อปี มียอดขายมากกว่า 8 ล้านบาท/ปี

ทั้งนี้ พื้นที่บริเวณโดยรอบศูนย์ประชุมถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพของการพักอาศัยโซนใหญ่ การลงทุนด้านที่พักจึงมีโอกาสสูงมาก เนื่องจากเป็นโซนที่มีบรรยากาศของการใช้ชีวิตที่เงียบสงบและอยู่ใกล้เมือง ปัจจุบันมีการลงทุนโครงการคอนโดมิเนียมมากที่สุด และค่อนข้างเต็มพื้นที่แล้วบริเวณที่ติดถนนคลองชลประทาน แต่ก็ยังมีที่ดินเหลืออยู่อีกมากบริเวณถนนซอย ที่สามารถพัฒนาโครงการได้

นอกจากนี้ ร้านอาหารและร้านกาแฟก็มีโอกาสการลงทุนสูงเช่นกัน เนื่องจากสามารถรองรับผู้อยู่อาศัยในโซนนี้ได้ แต่ต้องเป็นร้านที่มีคุณภาพ รวมถึงยังสามารถรองรับลูกค้าจากศูนย์ประชุม ซึ่งในอนาคตการเป็นศูนย์กลาง MICE ของเชียงใหม่มีแนวโน้มเติบโตขึ้น การจัดอีเวนต์ในพื้นที่ศูนย์ประชุมก็จะมีมากขึ้น ธุรกิจโดยรอบก็จะได้รับผลประโยชน์เชิงบวก ขณะเดียวกัน ในอนาคตโครงการระบบขนส่งสาธารณะรถไฟฟ้าที่จะผ่านมายังเส้นทางศูนย์ประชุมก็จะทำให้การเดินทางเข้าถึงพื้นที่โซนนี้สะดวกยิ่งขึ้น

เป็นอีกหนึ่งทำเลเด่น พื้นที่เศรษฐกิจแห่งใหม่ของเชียงใหม่ที่น่าจับตา