ภูเก็ตแนวโน้มติดโควิดพุ่งกว่า 500 ราย ปรับแผนรับนักท่องเที่ยวไม่เปิดทั้งเกาะ

โควิด-19 ปกใน 7

สธ.ภูเก็ตชี้แนวโน้มติดโควิดพุ่งกว่า 500 ราย รองผู้ว่าฯเร่งปรับแผนรับนักท่องเที่ยวไม่เปิดทั้งเกาะ

วันที่ 17 เม.ย. 2564 ว่าที่ร้อยตรีวิกรม จากที่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 27/2564 โดยมี นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมฯ ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารคอซิมบี้ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต

นายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ประจำวันที่ 17 เมษายน 2564 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 26 ราย ตั้งแต่วันที่ 3-17 เมษายน 2564 ยอดรวมผู้ติดเชื้อสะสม 192 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 191 ราย กลับบ้านแล้วจำนวน 1 ราย ส่วนที่โรงพยาบาลสนาม มีผู้ป่วยจำนวน 37 ราย และจะเพิ่มเตียงอีก 50 เตียงไว้รองรับผู้ติดเชื้อที่เพิ่มจำนวนขึ้น

“สถานการณ์โรคโควิด-19 ในภูเก็ต ตอนนี้เพิ่มวันละ 20 คน ปีที่แล้วภูเก็ตใช้มาตรการเข้มข้นมากกว่าตอนนี้อัตราติดเร็วกว่าปีที่แล้วเป็นห่วงว่า เดือนนี้จะเพิ่มอีกกว่า 500 รายสะสม ถ้าถึงตอนนั้นสาธารณสุขรับมือไม่เต็มที่ ถ้าระบาดมากจริงบุคลากรด้านสาธารณสุขน่าจะไม่รอดจากการติดเชื้อเหมือนกัน” นายแพทย์กู้ศักดิ์ กล่าว

ด้าน นายแพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า สถานการณ์โรคตอนนี้น่าเป็นห่วง แต่เข้าใจภาคธุรกิจถ้าให้เข้ามาต้องล็อกบุ๊กไปสถานที่ใดที่น้อยที่สุด ไม่ใช่ไปทั่วหมด จะมีโอกาสติดเชื้อ ซึ่งภูเก็ตในระลอกเมษายนที่ติดเชื้อ มีคนนำเชื้อเข้ามาจากกรุงเทพฯ และนำมาติดคนในภูเก็ต และแพร่ระบาดในครอบครัว เพื่อน ญาติ ของคนภูเก็ตติดต่อ ๆ กันไป ถ้าภาคธุรกิจจะรับคนเข้ามาต้องกำหนดเส้นทางท่องเที่ยวที่ชัดเจนไม่ออกไปโดยอิสระเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด

ภายหลังการประชุม เวลา 17.36 น. ว่าที่ร้อยตรีวิกรม จากที่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต โดยเมื่อวานนี้ทาง ศบค.ส่วนกลางได้ออกมาตรการในการเฝ้าระวังโรคมาได้ออกประกาศเป็นพระราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 16 เม.ย. 2564 มีมาตรการหลายเรื่อง

โดยได้ยึดมาตรการตามที่ ศบค.กำหนดมาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาของภูเก็ตที่ส่วนกลางได้ออกคำสั่งมานั้นมีสิ่งใดสอดคล้องกับภูเก็ต หรือดูแล้วสถานการณ์ภูเก็ตรุนแรงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มมากขึ้น เนื่องจากในท้ายคำสั่งของนายกรัฐมนตรีได้ให้จังหวัดวิเคราะห์สถานการณ์ในพื้นที่ตัวเอง สามารถออกคำสั่งเพิ่มมาตรการให้เข้มข้นกว่าเดิมได้

การประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นด้วยตามแนวทางที่ ศบค.กำหนดยกเว้นในบางเรื่องที่เพิ่มเข้าไป เช่น การออกกิจกรรมไดวิ่ง สคูบา การดำน้ำในทะเล เป็นต้น เนื่องจากทางการแพทย์เสนอว่าจากผู้ติดเชื้อที่มีอยู่ตั้งแต่วันที่ 3-17 เม.ย. จำนวน 192 ราย มีคนติดเชื้อจากการดำน้ำกว่า 10 ราย รวมถึงมาตรการปิดเมืองกักตัวหลายจังหวัดกักตัวประชาชนที่มาจากพื้นที่เสี่ยงสีแดง 18 จังหวัด

ภูเก็ตได้รับผลกระทบการติดเชื้อมาใน 3 ระลอกแล้ว สถานการณ์ทางเศรษฐกิจไม่สู้ดีนัก ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทุกภาคส่วน จึงหามาตรการว่า ทำอย่างไร ที่จะไม่ปิดเมือง ไม่ต้องกักตัว แต่ต้องมีมาตรการในการควบคุมไม่ให้มีการแพร่เขื้อเพิ่มขึ้น ได้มีมติว่าให้ยึดถือตามแนวทางที่เคยปฏิบัติในการที่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 1-2 มาปรับใช้ คือ ให้ประชาชนพื้นที่สีแดง 17 จังหวัด ไม่นับภูเก็ต เมื่อเข้ามาภูเก็ตต้องสแกนคิวอาร์โค้ดหมอชนะ ลงทะเบียนในเว็บไซต์ www.gophuget.com

หลังจากนั้นเมื่อเข้าพักที่ใดต้องรายงาน EOC ท้องถิ่นที่ติดตามตรวจสอบในการพักบ้านญาติจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ หรือในส่วนที่พักโรงแรมจะให้ผู้ประกอบการจดแจ้งให้ลงทะเบียนเพื่อติดตามตัวได้ให้ทำบันทึกรายละเอียดการเดินทางในแต่ละวัน ไปที่ใดบ้าง ไปพบปะบุคคลที่ใด อย่างไร เพื่อสะดวกต่อการติดตามในภายหลังจะขีดวงให้แคบที่สุด หากพบการติดเชื้อสำหรับผู้ที่สัมผัสเสี่ยงสูงเสี่ยงต่ำให้มาทำสวอพหาเชื้อเพื่อตัดตอนให้เร็วที่สุด

“จากการประเมินของสาธารณสุขวันนี้ มีความเป็นห่วงที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็ว เราไม่ประมาท มีการวางมาตรการทุกอย่าง ถ้าเราปล่อยไว้อย่างนี้ โดยไม่มีมาตรการเพิ่มเติม ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตภูเก็ตได้มีการประเมินสถานการณ์

คาดว่าในสิ้นเดือนพฤษภาคม นี้จะมีผู้ติดเชื้อถึงประมาณ 500 คน ถ้าไปถึงวันนั้นถือว่าหนักแล้ว เป็นภาระกับทางสาธารณสุขที่จะต้องจัดหาสถานที่บุคลากรต่าง ๆ จึงต้องมาประชุมวางมาตรการให้เข้มขึ้น และให้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย ไม่ปิดเมือง แต่ต้องควบคุมเมืองให้ได้เป็นโจทย์ค่อนข้างหนักต้องทำควบคู่กันไป” ว่าที่ร้อยตรีวิกรม กล่าว และว่า

ในส่วนการออกคำสั่งจังหวัด เดิมได้ออกคำสั่งปิดสถานบริการ สถานบันเทิง ตั้งแต่ 9-18 เม.ย.นี้ เมื่อมีคำสั่งศบค.ในรอบนี้ ยืดระยะเวลาการปิดสถานบริการสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการไปอีกจนถึงวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ รวมทั้ง สปา นวดต่าง ๆ จะไปลงในวันที่ 1 พฤษภาคมเช่นกัน จะมีการปรับแก้รายละเอียดในคำสั่งจังหวัดเพื่อความรอบคอบถูกต้องที่สุด ก่อนออกคำสั่งจะใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย และจะออกคำสั่งให้ปฏิบัติในเร็ว ๆ นี้เพื่อควบคุมโรค

ส่วนการดำเนินคดีกับสถานบันเทิง 3 ราย กรณีจัดปาร์ตี้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ที่ป่าตอง และกมลา นั้น ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต รายงานผลการดำเนินคดีทั้ง 3 ราย อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน จากนั้นตำรวจส่งอัยการดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย เมื่อจับกุมดำเนินคดีศาลมีคำพิพากษาแล้วจังหวัดจะออกคำสั่งปิดตามหลังทุกราย ถือว่าที่ผ่านมาไม่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ