สมุทรสาคร บังคับโรงงานแยกกักตัวพนักงานติดโควิดที่ FAI เท่านั้น

สมุทรสาครบังคับโรงงานตรวจพบพนักงานติดโควิดต้องกักตัวในโรงพยาบาลสนามของโรงงาน(FAI)ห้ามให้กักตัวที่บ้าน หลังโควิด-19 พุ่ง 1,683 ราย

วันที่ 11 สิงหาคม 2564 รายงานข่าวจากสมุทรสาคร เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 วันที่ 10 กรกฎาคม 2564 เวลา 24.00 น. พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 1,683 ราย แบ่งเป็น 1.ผู้ติดเชื้อจากการค้นหาเชิงรุก 281 ราย 2.ภายในโรงพยาบาล 1,402 ราย แบ่งเป็นในจังหวัด 917 ราย และนอกจังหวัด 306 ราย เสียชีวิต 10 ราย เสียชีวิตสะสม 225 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 63,580 ราย ขณะนี้มีผู้ป่วยอยู่ระหว่างรักษา 16,680 ราย รักษาหาย 29,378 ราย

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร และผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดสมุทรสาครได้ออกคำสั่งจ.สมุทรสาคร ฉบับที่ 80 เรื่อง ให้ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แยกกัก ณ สถานที่ที่กำหนด โดย

1. ให้ผู้ที่ได้รับการตรวจด้วยวิธี RT-PCR หรือวิธี Antigen Test Kit (ATK) แล้วผลเป็นบวก ซึ่งถือว่าเป็นผู้ติดเชื้อ แยกกักในสถานที่ที่กำหนด ดังนี้ 

(1) กรณีพนักงานของสถานประกอบการ ให้แยกกัก ณ โรงพยาบาลสนามสำหรับแยกกักผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในโรงงานหรือสถานประกอบการ (Factory Accommodation Isolation : FAI) หรือสถานที่ที่แพทย์ผู้รับการรักษากำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร และให้มีการควบคุม ดูแล พนักงานงานของสถานประกอบการให้แยกกักจนครบกำหนด

(2) กรณีประชาชนทั่วไป ให้แยกกัก ณ ที่พำนักอาศัยหรือโรงพยาบาลสนามในชุมชน ตามที่แพทย์ผู้รับการรักษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร แล้วแต่กรณีกำหนด โดยพิจารณาจากแนวทางการแยกกักที่บ้าน (Home Isolation) และการแยกกักในชุมชน (Community Isolation) ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

2. ห้ามผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่แยกกัก ออกจากสถานที่แยกกักตามข้อ 1 เว้นแต่ครบกำหนดการแยกกัก หรือได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ  

3.ให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อออกคำสั่งให้ผู้ที่มีผลเป็นบวกจากการตรวจด้วยวิธี RT-PCR หรือวิธี Antigen Test Kit (ATK) เข้ากักตัวในสถานที่ที่กำหนดตามข้อ 1 ทุกราย

ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 1 (1) และ (2) มีโทษตามนัยมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท และผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 2 มีโทษตามนัยมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการ