“ภูเก็ต” คลายกฎ มีหลักฐานจองที่พัก ชำระเงินล่วงหน้า เข้าจังหวัดได้

ภูเก็ต
FILE PHOTO : Jack TAYLOR / AFP

ผู้ว่าฯ ภูเก็ตต่อลมหายใจธุรกิจท่องเที่ยว เปิดทางคนทั่วไปเข้าภูเก็ตได้ ต้องมีหลักฐานจองที่พัก ชำระเงินล่วงหน้า ฉีดวัคซีน ตรวจโควิดตามเกณฑ์

วันที่ 11 กันยนยน 2564 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563ซึ่งต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปเป็นระยะ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 และจังหวัดภูเก็ตได้มีคำสั่ง ที่ 5139/2564 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2564เรื่อง มาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 5267/2564 ลงวันที่ 5 กันยายน 2564 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติม มาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ไปแล้ว นั้น

เพื่อเป็นการบังคับใช้บรรดามาตรการที่ได้ประกาศไว้แล้วต่อเนื่องไปให้เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดภูเก็ตจึงพิจารณาปรับปรุงการบังคับใช้บางมาตรการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป และการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 มาตรา 34 มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่25 มีนาคม 2563(ฉบับที่ 24) ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2564(ฉบับที่ 25) ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2564(ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 (ฉบับที่ 28) ลงวันที่ 17กรกฎาคม 2564 และ (ฉบับที่ 30)ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตตามมติที่ประชุมครั้งที่ 54/2564 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564 จึงยกเลิกคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่5139/2564ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 และคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 5267/2564 ลงวันที่ 5 กันยายน 2564 และ ลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ณ วันที่ 11 กันยายน 2564 คำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 5407/2564 เรื่อง มาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID – 19)

สาระสำคัญ ดังนี้ 1.ห้ามบุคคลและผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกประเภท ยกเว้น เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ที่เดินทางมากับผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เข้าจังหวัดภูเก็ต ทั้งทางบก (ด่านตรวจท่าฉัตร์ไชย) ทางน้ำ (ท่าเรือ ทุกท่า) ในจังหวัดภูเก็ต และช่องทางภายในประเทศ (ท่าอากาศยานภูเก็ต) เว้นแต่ เป็นบุคคล หรือผู้ขับขี่ยานพาหนะ ดังต่อไปนี้

1) รถฉุกเฉินทางการแพทย์ ผู้ป่วยฉุกเฉิน กู้ชีพ กู้ภัย
2) ขนส่งยา วัสดุอุปกรณ์ เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ทางการแพทย์
3) ขนส่งสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค สินค้าทางการเกษตร ปศุสัตว์ อาหารสัตว์
4)ขนส่งแก๊สหุงต้ม น้ำมันเชื้อเพลิง
5)ขนส่งเงินของธนาคาร สถาบันทางการเงิน
6) ขนส่งพัสดุและสิ่งพิมพ์
7) ขนส่งวัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร และอะไหล่ที่ใช้ในการซ่อมบำรุง
8) ผู้ขนส่งสินค้าทางเรือ เพื่อนำเข้า – ส่งออกสินค้า ณ ท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต , ท่าเรือคลังน้ำมันปตท.ภูเก็ต และพื้นที่ขนถ่ายสินค้าอื่น ๆ

9) ขนส่งเครื่องมืออุปกรณ์ วัสดุ วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์ ชิ้นส่วนประกอบซ่อมบำรุงพื้นฐานด้านโทรคมนาคม พลังงาน ยานยนต์ อากาศยาน และการอุตสาหกรรมอื่น ๆ

10) ผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือทำงานในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเป็นการประจำ
(ต้องมีเอกสารหลักฐานยืนยัน)

11) ผู้ที่ได้รับคำสั่งหรือมีหนังสือมอบหมายจากต้นสังกัดให้ปฏิบัติหน้าที่ในด้านการป้องกันและควบคุมโรคในจังหวัดภูเก็ต

12) ผู้เดินทางมาตามโครงการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์ และผู้ขับขี่ยานพาหนะ (ต้องมีเอกสารยืนยัน)

13) ผู้ที่ได้รับคำสั่งจากส่วนราชการให้ไปหรือมาปฏิบัติภารกิจจำเป็นเร่งด่วนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
14) ผู้มีความจำเป็นในการเดินทางออกทางช่องทางภายในประเทศหรือระหว่างประเทศท่าอากาศยานภูเก็ต (ต้องมีตั๋วโดยสาร ของวันที่เดินทางเท่านั้น)

15) ผู้ที่มีนัดหมายตามกระบวนการพิจารณาในชั้นศาล พนักงานอัยการ หรือพนักงานสอบสวน ซึ่งต้องมีเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนว่าหากเลื่อนเวลานัดหมายดังกล่าวจะทำให้กระบวนการพิจารณา
เสียหายอย่างร้ายแรง หรือมีนัดหมายการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ มิฉะนั้นจะเกิดความเสียหายแก่คู่กรณีหรือส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างยิ่ง

16) ผู้ที่เดินทางเข้ามาจังหวัดภูเก็ตเพื่อการท่องเที่ยว ต้องมีหลักฐานการจองที่พัก
หรือใบยืนยันรายการนำเที่ยว และชำระเงินล่วงหน้า โดยต้องลงทะเบียนผ่าน www.gophuget.comและแสดง QR CODE ก่อนเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต

17) ผู้ป่วยหรือผู้มีความจำเป็นต้องพบแพทย์หรือเข้ารับบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข(ต้องมีใบนัดหมายทางการแพทย์) รวมทั้งผู้ดูแลบุคคลดังกล่าว แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์
และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องปฏิบัติงานในการให้บริการด้านสาธารณสุข

18) กรณี อื่นใดซึ่งมีปัญหาในทางปฏิบัติที่ต้องวินิจฉัยสั่งการ ให้ผู้บัญชาการเหตุการณ์ประจำด่านตรวจ เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาเป็นรายกรณี

โดยผู้ได้รับการยกเว้นตามกรณีดังกล่าวข้างต้น ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด – 19ชนิดชิโนแวค (Sinovac) , ชิโนฟาร์ม (Sinopharm) , สปุตนิก วี (Sputnik V) ครบ 2 เข็ม หรือชิโนแวค(Sinovac) เข็ม 1 แอสตราเชนิกา (AstraZeneca) เข็ม 2ㆍหรือได้รับวัคซีนชนิดแอสตราเชนิกา (AstraZeneca),ไฟเซอร์ (Pfizer) , โมเดอร์นา (Moderna) , จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnsoni and Johnson) จำนวน 1 เข็ม
มาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน หรือเป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยด้วยโรคโควิด – 19 มาแล้วไม่เกิน 90 วันและต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ด้วยวิธีการ RT – PCR หรือวิธีการ Antigen Test โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนเดินทางถึง

กรณีผู้เดินทางผ่านด่านตรวจท่ฉัตรไชย และด่านตรวจทางน้ำ (ท่าเรือ) สามารถนำชุดตรวจ ATK Antigen Test Kit) ที่ได้มาตรฐานการรับรองจาก อย. มาตรวจเองต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ใช้ยืนยันผลได้
ครั้งละไม่เกิน 72 ชั่วโมง


2. กรณี ผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดภูเก็ตและพังงา ที่เดินทางเข้า – ออก เป็นประจำให้สามารถเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตได้ โดยมีผลการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด และมีผลการตรวจหาเชื้อโควิด – 19เป็นลบ ด้วยวิธีการ RT – PCR หรือวิธีการ Antigen Test จากสถานพยาบาลหรือห้องปฏิบัติการ หรือผู้เดินทางนำชุดตรวจ ATK (Antigen Test IK! ที่ได้มาตรฐานการรับรองจาก อย. มาตรวจเองต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจท่าฉัตรไชย และด่านตรวจทางน้ำ (ท่าเรือ) ใช้ยืนยันได้ครั้งละไม่เกิน 7 วัน

โดยต้องลงทะเบียนผ่าน www.gophuget.com หรือขอหนังสือรับรองจากอำเภอ ภายในจังหวัดภูเก็ต ตามแบบหนังสือรับรองการเดินทาง เข้า – ออก จังหวัดภูเก็ต แนบท้ายคำสั่งนี้

3. ผู้เดินทางมาตามโครงการนำร่องด้านการท่องเที่ยว (7+7 Extension) หรือบุคคลที่เดินทางไปท่องเที่ยวนอกเขตจังหวัดภูเก็ตทางทะเลไปจังหวัดนำร่องอื่น แบบไป – กลับภายในวันเดียว พร้อมคนขับเรือ
มัคคุเทศก์ และพนักงานประจำเรือ ให้สามารถเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตได้โดยมีผลการฉีดวัคชีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยให้ตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ด้วยวิธี ATK (Antigen Test Kit) ทุกสัปดาห์

4. เด็กอายุตั้งแต่ 6 ปี จนถึงผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์การได้รับวัคซีน ต้องได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ด้วยวิธีการ RT – PCR หรือวิธีการ Antigen Test โดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมง ก่อนการเดินทางถึง กรณีผู้เดินทางผ่านด่านตรวจท่าฉัตรไชย และด่านตรวจทางน้ำ (ทำเรือ) สามารถนำชุดตรวจ ATK(Antigen Test Kt) ที่ได้มาตรฐานการรับรองจาก อย. มาตรวจเองต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ใช้ยืนยันผลได้ครั้งละไม่เกิน 72 ชั่วโมง

5. กรณี นักเรียนนักศึกษาอายุไม่ถึง 18 ปี ที่ไม่สามารถเข้ารับการฉีดวัคนป้องกันโรคโควิด – 19ได้และมีความจำเป็นต้องเดินทางผ่านเข้า – ออกจังหวัดภูเก็ตเพื่อการเรียนการศึกษา ให้หน่วยงานต้นสังกัด
ของสถานศึกษาหรือศึกษาธิการจังหวัดออกบัตรประจำตัวเป็นรูปแบบเดียวกัน แสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางผ่านเข้า – ออกจังหวัดภูเก็ต และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตทำการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ด้วยวิธีการ RT – PCR หรือวิธีการ Antigen Test และออกใบรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 ให้มีผลใช้ได้ครั้งละไม่เกิน 1 เดือน

6. การใช้เส้นทางคมนาคมและการตรวจคัดกรองการเดินทาง ผ่านทางด่านตรวจท่าฉัตรไชยห้ามบุคคลและยานพาหนะทุกประเภทเข้าจังหวัดภูเก็ต ระหว่างเวลา 23.00 นาฬิกา ถึงเวลา 03.00นาฬิกา
ของวันรุ่งขึ้น ยกเว้น เมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ

7. ต้องลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.gophuget.com เพื่อแจ้งข้อมูลในการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตล่วงหน้า และแสดงคิวอาร์โค้ด (QR Code) ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อก่อนเข้าจังหวัดภูเก็ตผู้ติดเชื้อที่จงใจปกปิดข้อมูลการเดินทางหรือแจ้งข้อมูลเท็จ ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนและควบคุมโรคเป็นผลให้เชื้อโรคแพร่ออกไป อาจเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ด้วย

ขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ต ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด – 19
(D-M-H-T-T-A) ได้แก่ D- Distancing
= เว้นระยะห่างระหว่างกัน
M -Mask Wearing สวมหน้ากากผ้า / หน้ากากอนามัยเสมอ
H -Hand Washing ล้างมือบ่อย ๆ
T- Temperature ตรวจวัดอุณหภูมิ
T- Testing ตรวจหาเชื้อโควิด – 19
A- Application ติดตั้งและสแกนแอปพลิเคชันไทยชนะ และหมอชนะ

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 51ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือมาตรา 52ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับแห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการ

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ตั้งบัดนี้ป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

 


ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ