ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ : เปิดคำสั่งเข้าจังหวัดฉบับใหม่ มีผล 16 ต.ค. นี้

ภูเก็ตแซนด์บอกซ์ : เปิดคำสั่งเข้าจังหวัดฉบับใหม่ มีผล 16 ต.ค. นี้
ภาพจากเฟซบุ๊ก สำนักงาน ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต

เปิดคำสั่งเข้าจังหวัดภูเก็ต ฉบับใหม่ มีผลตั้งแต่ 16 ตุลาคม 2564 นี้

วันที่ 12 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงาน ประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต ประกาศคำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 6245/2564 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2564 มาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ระบุว่า

ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 และได้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินคราวที่ 14 ออกไปจนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 และจังหวัดภูเก็ตได้มีคำสั่งที่ 5745/2564 ลงวันที่ 23 กันยายน 2564 เรื่องมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไปแล้วนั้น

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในห้วงเวลาที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ตได้กำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างรัดกุมมาแล้วระยะหนึ่งซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดีรวมถึงการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึงจึงมีความเหมาะสมที่จะผ่อนคลายมาตรการเพื่อเร่งฟื้นฟูการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมควบคู่ไปกับมาตรการทางด้านสาธารณสุข

จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 มาตรา 24 มาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2554 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 19 มิถุนายน 2564 (ฉบับที่ 25) ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2564 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 และ (ฉบับที่ 22) ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2564

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตตามมติที่ประชุมครั้งที่ 58/2564 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2564 จึงยกเลิกคำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 5745/2564 ลงวันที่ 23 กันยายน 2564 และกำหนดมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังต่อไปนี้

1. ผู้เดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตทางด่านตรวจท่าฉัตรไชยทางน้ำ (ท่าเรือทุกท่า) ในจังหวัดภูเก็ตและช่องทางภายในประเทศท่าอากาศยานภูเก็ตต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติและให้ถือปฏิบัติดังนี้

1.1) ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด – 19 ชนิดซิโนแวค (Sinovac), ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca), ไฟเซอร์ (Pfizer), โมเดอร์นา (Moderna), สปุตนิกวี (Sputnik) ครบ 2 เข็มหรือสูตรไขว้ครบ 2 เข็มตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด หรือได้รับวัคซีนชนิดจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson and Johnson) จำนวน 1 เข็มมาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วันหรือผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ได้รับวัคซีนชนิดไฟเซอร์ (Pfizer) จำนวน 1 เข็มมาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วันหรือ

1.2) เป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยด้วยโรคโควิต-19 มาแล้วไม่เกิน 90 วันหรือ

1.3) ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT PCR หรือ ATK (Antigen Test Kit) ที่ยืนยันผลเป็นลบจากสถานพยาบาลหรือห้องปฏิบัติการและสามารถนำชุดตรวจ ATK (Antigen Test Kit) ที่ได้มาตรฐานการรับรองจากอย. ไปตรวจกับสถานพยาบาลหรือห้องปฏิบัติการหรือ รพ.สต. นำผลยืนยันเป็นลบมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ใช้ยืนยันผลได้ครั้งละไม่เกิน 6 วัน

2.ผู้เดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตที่ได้รับการยกเว้นตามข้อ 1.

2.1) เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ที่เดินทางมากับผู้ปกครองหรือผู้ดูแล

2.2)ผู้ที่เดินทางมากับรถฉุกเฉินทางการแพทย์ ผู้ป่วยฉุกเฉิน กู้ชีพ กู้ภัย

3. กรณีนักเรียนนักศึกษาภายในจังหวัดภูเก็ตที่จะเข้ารับการฉีดวัคซีนอายุตั้งแต่ 12 ปีจนถึงผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีในระหว่างที่รอเข้ารับการฉีดวัคซีนตามระยะเวลาที่กำหนดและมีความจำเป็นต้องเดินทางผ่านเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ตให้แสดงแสดงบัตรประจำตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางผ่านเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ต


โดยให้โรงพยาบาลของรัฐหรือ รพ.สต. ในพื้นที่ทำการตรวจหาเชื้อโดริด 19 ด้วยวิธีการ ATK (Antigen Test Kit) และออกใบรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ให้มีผลใช้ได้ครั้งละไม่เกิน 1 เดือนจนกว่าจะได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ที่กำหนด

4. ให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” และลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.gophuget.com เพื่อแจ้งข้อมูลในการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตล่วงหน้า

ผู้ติดเชื้อที่จงใจปกปิดข้อมูลการเดินทางหรือแจ้งข้อมูลเท็จต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนและควบคุมโรคเป็นผลให้เชื้อโรคแพร่ออกไปอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ด้วย

ขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 (D-M-H-T-T-A) ได้แก่

  • D-Distancing เว้นระยะห่างระหว่างกัน
  • M-Mask Wearing สวมหน้ากากผ้า / หน้ากากอนามัยเสมอ
  • H-Hand Washing ล้างมือบ่อย ๆ
  • T- Temperature ตรวจวัดอุณหภูมิ
  • T- Testing ตรวจหาเชื้อโควิด-19
  • A- Application ติดตั้งและสแกนแอปพลิเคชันไทยชนะและหมอชนะ

อนึ่ง เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดผลเสียหายอย่างร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะจึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิโต้แย้งตามมาตรา 30 วรรคสอง (1) แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้อาจเป็นความผิดตามมาตรา 51 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือมาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับแห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558 ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

 


ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ