สมชาติ พงคพนาไกร ผนึกกลุ่ม “โขง ชี มูล” ฟื้นเศรษฐกิจอีสาน

เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ หลังนายกรัฐมนตรีประกาศเปิดประเทศในเดือนพฤศจิกายน 2564 หลายจังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยกำลังเร่งเตรียมพร้อมทั้งภาครัฐและเอกชน

หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สามารถควบคุมได้ คาดว่าการท่องเที่ยวในปลายปีนี้ น่าจะเป็นอีกหนึ่งซีซั่นที่มีความคึกคัก และกระตุ้นเศรษฐกิจได้พอสมควร “จังหวัดอุบลราชธานี” ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวเมืองใหญ่ในภาคอีสานที่กำลังเร่งเครื่องผลักดัน

“สมชาติ พงคพนาไกร” ประธานหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 2 หรือกลุ่ม “จังหวัดโขง ชี มูล” ประกอบด้วย อุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ และอำนาจเจริญ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า

แม้สถานการณ์โควิด-19 จะเริ่มคลี่คลายขึ้น ผู้ประกอบการเริ่มกลับมาเปิดกิจการตามปกติ แต่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจรวมยังคงเงียบเหงา โดยเฉพาะภาคธุรกิจกลางคืน

ซึ่งขณะนี้มีหลายหน่วยงานจากภาครัฐลงพื้นที่จัดโครงการสร้างความเคลื่อนไหวให้เกิดการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวม (GPP) ของกลุ่มจังหวัดอีสานล่าง 2 อยู่ที่ประมาณ 2.4 แสนล้านบาท รายได้จากภาคท่องเที่ยวในปี 2562 อยู่ที่ 11,436 ล้านบาท คิดเป็น 4.6% ของมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ขณะที่ปี 2563 เหลืออยู่ไม่ถึง 1% หากเร่งเดินเครื่องดึงนักท่องเที่ยวไทยมาเที่ยวได้ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี น่าจะสร้างรายได้ประมาณ 3,000-5,000 ล้านบาท

โหมอีเวนต์ดึง นทท.

“ตอนนี้เราน่าจะฟื้นเศรษฐกิจกลับมาได้เร็วที่สุดจากการท่องเที่ยว เพราะตามปกติแล้วการท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดเราก็อยู่ในไตรมาสสุดท้ายของปี ขณะเดียวกันทางกลุ่มจังหวัดก็ต้องฉีดวัคซีนให้ถึง 70% ก่อนเป็นอันดับแรก

เพื่อควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่ให้ได้ และในจุดหลักที่รองรับนักท่องเที่ยวต้องปูพรมฉีดวัคซีนให้ได้ 100% เช่น อ.เมืองอุบลราชธานี อ.วารินชำราบ เป็นต้น เพราะช่วงออกพรรษาจะมีการทอดกฐินตามมา จะมีกลุ่มนักท่องเที่ยวเข้ามาแสวงบุญเป็นจำนวนมาก กลุ่มจังหวัดมีความคึกคักมากยิ่งขึ้น”

“สมชาติ” บอกว่า ตอนนี้กำลังเตรียมเรียกประชุมกลุ่มหารือเกี่ยวกับการเร่งฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ขับเคลื่อนโครงการที่สามารถทำได้ในช่วงปัจจุบัน-2565

ดึงสปอร์ตทัวริซึ่ม จัดงานอีเวนต์ต่าง ๆ เชื่อมโยงกลุ่มจังหวัดจัดงานวิ่ง จัดเส้นทางซึ่งเป็นรูตการท่องเที่ยว ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจ อย่างเที่ยวร้านกาแฟ เที่ยวริมโขง เป็นต้น

สำหรับจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเป็นเมืองหลักของกลุ่มจังหวัด มีมูลค่าการท่องเที่ยวประมาณ 5% หรือประมาณ 5,000 ล้านบาท จาก GDP ของจังหวัดแสนกว่าล้านบาท

จะหารือกันจัดงานอุบลอาร์ตเฟสอีกครั้ง หากเป็นไปได้ หลังจากถูกยกเลิกไปด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ยังมีอีเวนต์เกี่ยวกับธรรมะ งานหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต 150 ปี ชาตกาล ส่งเสริมให้คนมาปฏิบัติธรรม หรือมาร่วมงานตามวัดด้วย

ส่งเสริมเกษตร & อาหาร

ด้านแผนพัฒนาและฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะยาว มีการวางโครงการไว้ในปี 2566-2570 หลัก ๆ มี 1.โครงการเกี่ยวกับเกษตรและอาหาร เน้นเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy), เศรษฐกิจหมุนเวียน(Circular Economy)

และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และจากเดิมได้วางแนวทางไว้ว่า จะทำเกษตรอินทรีย์แต่เผื่อพิจารณาศักยภาพของกลุ่มจังหวัดแล้ว ที่ทำได้ไม่ถึง 1% จึงมองว่าจะมีการเพิ่มในส่วนของปศุสัตว์มากยิ่งขึ้น เพื่อให้มีการพัฒนาแบบครบวงจร

“จากพืชเกษตร เราหันมาสนับสนุนการทำโคเนื้อเพิ่มขึ้น โดยมีจังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดนำร่องอย่างเป็นรูปธรรม เลี้ยงโคเนื้อพันธุ์ชาร์โรเลส์ ทำโรงเชือดที่ได้มาตรฐาน และกำลังเตรียมโรงงานเพื่อแปรรูปตัดแต่ง

ตามหลังมาด้วยอุบลราชธานีที่กำลังเลี้ยงโคเนื้อพันธุ์แบรงกัส และอีกสองจังหวัดกำลังขับเคลื่อนกันอยู่ เมื่อเราจับมือกันในกลุ่มจังหวัดจะสามารถแชร์เทคโนโลยี นวัตกรรม รวมไปถึงเครื่องจักรกลทางการเกษตรได้

เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต รวมไปถึงสร้างความหลากหลาย ต่อยอดโครงการต่าง ๆ เกี่ยวกับภาคการเกษตรได้มากยิ่งขึ้น ทั้งมี pilot plant อุทยานวิทยาศาสตร์อุบลราชธานีมาสนับสนุน”

นอกจากนี้ ยังมีโครงการเกษตรปลอดการเผา (Zero Burn) ลด PM 2.5 ส่งเสริมให้เกษตรกรไถนากลบตอซังข้าว เพื่อเป็นปุ๋ยในฤดูทำนาต่อไปโดยไม่เผา และยังมีการสนับสนุนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)

ของพื้นที่การเกษตรอีกหลายตัว รวมถึงใช้ดาต้าเชื่อมโยงผู้ค้า SMEs กับเกษตรกรภายในกลุ่มจังหวัด ซึ่งเป็นโครงการที่จะเสนอของบประมาณจากภาครัฐต่อไป

นำ SMEs หนุนการค้าการลงทุน

ส่วนเรื่องการค้าการลงทุน “สมชาติ” เล่าว่า ทางกลุ่มจังหวัดโดยหอการค้ามีแผนพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจให้เข้มแข็งตั้งแต่ร้านค้าโชห่วย ตลอดจนถึงสตาร์ตอัพเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย

เพื่อเข้าสู่อีคอมเมิร์ซ ให้มีการซื้อและขายด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านมือถือและอินเทอร์เน็ตให้สะดวกสบายมากขึ้น และทำ business matching ข้ามภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้าน

รวมถึงเรื่องการค้าชายแดน ผ่านด่านชายแดนที่จังหวัดอุบลราชธานี จะมีการพัฒนาด่านต่าง ๆ ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน สร้างสะพานเชื่อมไปยังแขวงสาละวัน สปป.ลาว ซึ่งการวางโครงการดังกล่าวอาจจะล่าช้าและชะลอตัวไปตามสถานการณ์

สำหรับด้านการลงทุน ในจังหวัดอุบลราชธานีมีหนึ่งโครงการที่จะสามารถพัฒนาชุมชนและฟื้นเมืองให้กลับมาได้

คือ “การฟื้นเมืองเก่า” ของอุบลฯ ในเขตเมืองเก่า ซึ่งจะช่วยผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs และสร้างการท่องเที่ยวใหม่ริมฝั่งแม่น้ำมูลได้ทั้งสองฝั่ง เพราะจะเป็นปอดของเมืองที่เป็นจุดสันทนาการ เกิด food truck หรือร้านขายอาหารหลากหลายขึ้น

ดันอุบลฯสู่ฮับโลจิสติกส์

ในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการเสนอทำทางเชื่อมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 24 สายทางต่างระดับสีคิ้ว-อุบลราชธานี

หรือถนนสีคิ้ว-เดชอุดม เพื่อเชื่อมระยะทางจากด่านช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี ขนส่งสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยไม่ต้องเดินทางผ่านตัวเมืองอุบลราชธานี

เพราะสินค้าส่วนใหญ่มาจากเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) การขนส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านค่อนข้างใช้ระยะทางที่ไกล หากใช้เส้นทางหมายเลข 24 จะเป็นการย่นระยะทาง

ลดต้นทุนการขนส่งการค้าชายแดนได้มากพอสมควร ถือเป็นการพูดคุยวางแผนงานล่วงหน้า เพื่อเตรียมนำเสนอในแผนยุทธศาตร์จังหวัดร่วมกับภาครัฐ นำไปสู่การร่วมมือในระดับกลุ่มจังหวัด

“ในกลุ่มจังหวัดเรามีมติร่วมกันว่าจะมีจังหวัดอุบลราชธานีเป็นจุดหลักเชื่อมในด้านโลจิสติกส์ เพราะมีถนน ระบบราง และสนามบิน เป็นจุดศูนย์กลาง ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน

ซึ่งมีประชากรกว่า 1.8 ล้านคน หากมีอีเวนต์เทศกาลจะสามารถเชื่อมกับจังหวัดอื่นกระจายนักท่องเที่ยวออกไปได้ง่าย โดยเฉพาะจังหวัดในกลุ่มเดียวกันที่มีประเพณีและวัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน

ซึ่งจะส่งแรงกระเพื่อมกระตุ้นเศรษฐกิจไปสู่ประชากร 1 ล้านกว่าคนในจังหวัดศรีสะเกษ 2 แสนคนในจังหวัดอำนาจเจริญ และ 5 แสนคนในจังหวัดยโสธร”

“สมชาติ” บอกว่า หากกลุ่มจังหวัดขับเคลื่อนการทำงานและผลักดันโครงการต่าง ๆ ได้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อคนในพื้นที่ ช่วยสร้างคุณภาพชีวิตและลดการทำงานข้ามเขตภูมิภาค


ที่สำคัญมากคือการทำงานร่วมกันของภาครัฐและเอกชน ต้องพูดคุยวิเคราะห์ปัญหาให้ดี โดยเฉพาะการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.จังหวัด) ที่จะเป็นสองประสานพาจังหวัดเดินหน้าไปได้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ