“พิโกไฟแนนซ์” ทางตันทุนปล่อยกู้หมด วอนรัฐบาลจัดหาแหล่งเงินใหม่ สกัดหนี้นอกระบบคืนชีพ

“พิโกไฟแนนซ์” เปิดดำเนินการทั่วประเทศ 92 ราย ประธานชมรมพิโกไฟแนนซ์ฯเผยเงินทุนปล่อยกู้ไม่เพียงพอกับความต้องการ  เหตุไร้แหล่งเงินทุน-ขอกู้ธนาคารไม่ได้ ด้าน “ทรีมันนี่ ฉะเชิงเทรา” ปล่อยกู้แล้วเกือบ 1,000 ราย วงเงินกว่า 38 ล้านบาท  ประชาชนยังรอคิวขอกู้อีกเพียบ 3,000 ราย วอนรัฐบาลช่วยปลดล็อกเงื่อนไขเงินลงทุนบริษัทละ 5 ล้าน พร้อมเร่งจัดหาแหล่งทุนจากแบงก์รัฐ-เอกชน ระบุหนี้นอกระบบเริ่มคืนชีพ

นายสมเกียรติ จตุราบัณฑิต ประธานชมรมพิโกไฟแนนซ์แห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันมีบริษัทที่ยื่นขออนุญาตประกอบธุรกิจ พิโกไฟแนนซ์หรือสินเชื่อรายย่อยทั้งหมด 416 ราย ผ่านการอนุมัติแล้ว 181 ราย เปิดดำเนินการแล้ว 92 ราย  คาดว่าในปี 2561 จะมีหลายบริษัทที่ผ่านการอนุมัติและเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม หลังจากทยอยเปิดดำเนินการในระยะ 4-5 เดือนที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนมีความต้องการขอกู้เงินเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้บริษัทพิโกไฟแนนซ์หลายแห่ง ประสบปัญหาเงินทุนไม่เพียงพอที่จะปล่อยกู้ เพราะมีเงินทุนไม่มากและต้องใช้เงินทุนของตัวเอง  ขณะที่การขอจดทะเบียนทำธุรกิจพิโกไฟแนนซ์ต้องใช้เงินทุนตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนบริษัทที่ต้องการเปิดสาขาเพิ่มก็ต้องใช้เงินทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาทในสาขาใหม่เช่นกัน

“ปัญหาสำคัญตอนนี้คือ เงินทุนปล่อยกู้ไม่เพียงพอ ซึ่งเบื้องต้นสมาชิกของสมาคมพิโกไฟแนนซ์แห่งประเทศไทยได้ระดมทุนจากสมาชิกมีเงินกองทุน 4 ล้านบาท และมีเงื่อนไขว่าบริษัทที่เป็นสมาชิกจะต้องปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 1 ล้านบาท จึงจะขอกู้จากสมาคมได้รายละไม่เกิน 5 แสนบาท”



นายสมเกียรติกล่าวต่อว่า ล่าสุดตนได้ยื่นหนังสือถึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ขอให้รัฐบาลแก้ไขวัตถุประสงค์ในการกู้เงินจากธนาคาร เพื่อให้มีเงินทุนในการปล่อยกู้ในระบบพิโกไฟแนนซ์ได้ต่อไป รวมทั้งได้ยื่นหนังสือไปยังประธานสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อขอให้ธนาคารพาณิชย์สนับสนุนเงินทุน และขอผ่อนปรนหลักเกณฑ์และกฎระเบียบต่าง ๆ ของธนาคาร

ทั้งนี้มีข้อเสนอให้ช่วยเหลือ ได้แก่ 1.นโยบายของธนาคารที่กำหนดว่าจะไม่อำนวยสินเชื่อให้กับสถาบัน หรือบุคคลที่ทำธุรกิจให้สินเชื่อ เพราะจะเป็นการแข่งขันธุรกิจกับธนาคาร ซึ่งพิโกไฟแนนซ์ก็เป็นสถาบันทางการเงินในรูปแบบหนึ่ง ฉะนั้นธนาคารจึงไม่สามารถปล่อยสินเชื่อให้ได้

2.สมาชิกของสมาคมพิโกไฟแนนซ์ที่ขอกู้เงินจากธนาคารยินดีจะใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ขอให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ช่วยค้ำประกันบางส่วน ที่เหลือให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของ บสย.ทุกประการ

3.สมาชิกของสมาคมพิโกไฟแนนซ์ที่ขอกู้เงินจากธนาคารจะต้องมีการจดทะเบียนไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี สมาคมต้องการขอผ่อนปรนให้เหลือเพียง 1 ปี ก็สามารถยื่นขอสินเชื่อกับธนาคารได้ และ 4.ขอให้หน่วยงานภาครัฐ และสื่อต่าง ๆ ช่วยประชาสัมพันธ์สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ให้เป็นที่รู้จักและเป็นที่เชื่อมั่น

ด้านนายไชยวัฒน์ อึงสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรีมันนี่ จำกัด พิโกไฟแนนซ์รายใหญ่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การกู้เงินกับพิโกไฟแนนซ์นั้นคนอยากมากู้มากกว่าระบบเงินกู้นอกระบบ เพราะดอกเบี้ยต่ำ สะดวกต่อการขอกู้ แต่หากไปขอกู้กับธนาคารนั้นประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ยาก แต่อุปสรรคตอนนี้ของบริษัทพิโกไฟแนนซ์คือไม่มีแหล่งเงินทุนมาปล่อยให้กู้เช่นกัน เพราะนโยบายของรัฐบาลกำหนดให้ผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์ใช้เงินทุนของตัวเองเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่มีเงินทุนจำกัด หากรัฐบาลไม่ปลดล็อกเรื่องแหล่งเงินทุนประชาชนก็จะหันกลับไปกู้เงินนอกระบบเหมือนเดิม ซึ่งการปล่อยกู้ในระบบพิโกไฟแนนซ์ ส่วนใหญ่ไม่มีหนี้เสีย เพราะอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่าหนี้นอกระบบ ทำให้เศรษฐกิจสามารถเติบโตขึ้นได้โดยอัตโนมัติ

นายไชยวัฒน์ยังกล่าวอีกว่า บริษัททรีมันนี่เปิดดำเนินการเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยใช้เงินทุนส่วนตัวทั้งหมด ปล่อยกู้ไปแล้ว 940 ราย จำนวน 38,225,400 บาท ซึ่งปัจจุบันมีประชาชนมายื่นคำร้องขอกู้เงินเพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาหนี้นอกระบบเป็นจำนวนมากประมาณ 3,000 คน เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ประชาชนเป็นหนี้นอกระบบอยู่นั้นร้อยละ 10-20 ต่อเดือน

ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องหาแหล่งเงินทุนเพื่อมาช่วยเหลือประชาชน เพราะคนที่มากู้ยืมเงินในระบบพิโกไฟแนนซ์เป็นกลุ่มคนรากหญ้า และส่วนใหญ่สามารถคืนเงินได้โดยไม่มีหนี้เสีย


“ตอนนี้บริษัทมีลูกค้ารอเงินกู้อยู่อีก 3,000 คน แต่ผมจัดหาทุนมาให้กู้ไม่ทัน เพราะเงินทุนหมด เราหาแหล่งทุนไม่ได้  และประเมินว่าในแต่ละจังหวัดมีคนเดือดร้อนจากหนี้นอกระบบและต้องการกู้เงินพิโกไฟแนนซ์เฉลี่ยจังหวัดละ 1 แสนคน หากให้กู้คนละ 5 หมื่นบาท จะต้องใช้เงิน 5 พันล้านบาทต่อจังหวัด” นายไชยวัฒน์กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ