เชียงใหม่เปิด Route ท่องเที่ยวสวนดอกไม้เหมืองแก้ว-แม่ริม คาดเงินสะพัด 20 ล้าน

เชียงใหม่เปิด Route ท่องเที่ยวสวนดอกไม้เหมืองแก้ว-แม่ริม คาดเงินสะพัดชุมชน 20 ล้านบาท

วันที่ 22 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ สวนดอกไม้ I Love Flower Farm ต.เหมืองแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้จัดพิธีเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับ ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Surround Yourself With Flowers”

นายภัควัต ขันธหิรัญ นายอำเภอแม่ริม เปิดเผยว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งปลูกไม้ดอกไม้ประดับเพื่อการค้าที่สำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลโป่งแยงและตำบลเหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับปีละไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท

แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยทุกประเภท โดยเฉพาะภาคการเกษตร เกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับภายในประเทศได้ ตลอดจนไม่สามารถส่งสินค้าเกษตรรวมถึงไม้ดอกไม้ประดับออกนอกประเทศได้ เนื่องจากมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

โดยการจัดกิจกรรมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับ (ไม้ตัดดอก) ตำบลเหมืองแก้ว อำเภอแม่ริม ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร

โดยชุมชน ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างการรับรู้ และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจได้มาสัมผัสกับไม้ดอกไม้ประดับที่สวยงาม โดยเกษตรกรกลุ่มแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับ (ไม้ตัดดอก) ตำบลเหมืองแก้ว และชุมชนในพื้นที่อำเภอแม่ริมแล้ว ยังจะเป็นการกระจายรายได้ของภาคท่องเที่ยวสู่ชุมชน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการได้มีรายได้เพิ่มขึ้น หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ ได้บูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนาการผลิต

ไม้ดอกไม้ประดับให้ได้คุณภาพการเพิ่มผลผลิต การเพิ่มคุณภาพมาตรฐานสินค้า การตลาด และการบริหารจัดการ ภายใต้กลุ่มแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับ (ไม้ตัดดอก) ตำบลเหมืองแก้ว นับว่าเป็นสิ่งที่ดียิ่ง
ทำให้เกษตรกรมีความรู้ ทักษะ ในด้านต่าง ๆ รวมถึงมีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้น และทำให้เกษตรกร
มีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นางณัฐธยาน์ ศรีสุวรรณ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จ.เชียงใหม่ เป็นแหล่งปลูกไม้ดอกไม้ประดับเพื่อการค้าที่สำคัญของประเทศไทย มีพื้นที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ จำนวน 2,623 ไร่ เกษตรกร 490 ราย แหล่งปลูกไม้ดอกไม้ประดับสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ อำเภอแม่ริม มีพื้นที่ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ จำนวน 1,038 ไร่ เกษตรกร 353 ราย ในพื้นที่ ต.โป่งแยง และ ต.เหมืองแก้ว

โดยในพื้นที่ ต.เหมืองแก้ว มีเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ จำนวน 78 ราย มีพื้นที่ปลูกไม้ดอกที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร จำนวน 203 ไร่ ได้เข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ประเภทไม้ดอกไม้ประดับ (ไม้ตัดดอก) ตำบลเหมืองแก้ว จำนวน 30 ราย พื้นที่ 130 ไร่ ชนิดไม้ดอกที่ปลูก

ได้แก่ มากาเร็ต พีค๊อก สร้อยไก่ เบญจมาศ ถือเป็นต้นแบบด้านการตลาด เพราะมีการวางแผนการผลิตไม้ดอกไม้ประดับตามความต้องการตลาด เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ตลอดทั้งปี โดยใช้หลักตลาดนำการผลิต การติดต่อผู้ซื้อโดยตรง เชื่อมโยงการตลาดในรูปแบบการขายแบบออนไลน์ มีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ ทำให้แหล่งปลูกไม้ดอกไม้ประดับอำเภอแม่ริมเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

นางสาวณวิสาร์ มูลทา ประธานแปลงใหญ่ไม้ดอกไม้ประดับ ตำบลเหมืองแก้ว และเจ้าของสวนดอกไม้ ไอเลิฟ ฟาวเวอร์ ฟาร์ม (I Love Flower Farm) กล่าวว่า ในปีนี้สวนดอกไม้ไอเลิฟฟาวเวอร์ฟาร์ม จะเน้นความเป็นธรรมชาติให้มากที่สุด นอกจากนั้นในปีนี้สิ่งที่เสริมเข้ามาคือ การนำงานศิลปะในชุมชนที่ใช้ดีไซเนอร์เข้ามาออกแบบ เพื่อจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวเก็บไว้เป็นที่ระลึก

อีกทั้งยังมีการแปรรูปดอกไม้ให้เป็นน้ำหอมก้าน และเกลืออโรมา เทอราพี โดยใช้ดอกไม้แห้งในชุมชน ทำออกมาเป็นกลิ่นเฉพาะของไอเลิฟฟาวเวอร์ ถือเป็นการยกระดับเพิ่มมูลค่าของดอกไม้ รวมทั้งเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง



สำหรับคอนเซ็ปต์ปีนี้จะเน้นจัดทำเป็นสวนแบบอังกฤษ ที่ปรับให้ออกดอกพร้อมกัน รวมถึงจะมีดอกเดซี่ ที่นำเข้ามาจากฮอล์แลนด์ ซึ่งจะเริ่มบานในกลางเดือนมกราคม 2565 นอกจากนั้นยังมีมากาเร็ต และดอกเกลลาร์เดีย เป็นสมุนไพรที่เวลารดน้ำลงไปจะมีกลิ่นฟุ้งกระจายขึ้นมา

ล่าสุด จากการเปิดให้จองเข้ามาเที่ยวชมสวนดอกไม้ไอเลิฟฟาวเวอร์ฟาร์ม ผ่านแพลตฟอร์ม Traveloka มีการจองเข้ามาแล้วประมาณ 10,000 คน ส่วนใหญ่จะเดินทางเข้ามาเที่ยวในช่วงกลางเดือนมกราคม 2565 ซึ่งเชื่อว่าหลังจากวันนี้ที่มีการปล่อยภาพออกไป จะมีการจองเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน โดยรองรับนักท่องเที่ยวได้วันละ 400 คน ทั้งจะเปิดให้จองเข้าชมสวนดอกไม้ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2564-30เมษายน 2564 เวลา 08.00-18.00 น. บัตรราคา 90 บาท ซึ่งราคานี้รวมค่ารถรับส่งและอาหารว่างและน้ำสมุนไพร

สำหรับในชุมชนเองคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในพื้นที่ เพื่อเข้าชมสวนดอกไม้ที่เปิดให้เข้าชมไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง ในช่วงวันธรรมดาวันละประมาณ 1,000-3,000 คน และหากเป็นวันหยุดต่อเนื่องจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 10,000 คน ซึ่งรายได้เมื่อปีที่ผ่านมาชุมชนมีรายได้รวมประมาณ 20 ล้านบาท โดยคาดว่าในปีนี้รายได้ของชุมชนจะไม่ต่างจากปีที่ผ่านมามากนัก


ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ