คุยกับ “ชุติเดช มีจันทร์” ปลัดจังหวัดตาก พัฒนาแม่สอดยกระดับรายได้แสนล้าน

หลังเข้ารับตำแหน่งใหม่เมื่อเดือนตุลาคม 2560 “ชุติเดช มีจันทร์” ปลัดจังหวัดตากคนปัจจุบัน ซึ่งเดิมเป็นนายอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย ออกงานรับมอบโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน จากมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ที่โรงเรียนไทยราษฎร์คีรี อ.แม่สอด จ.ตาก

ประชาชาติธุรกิจ ถือโอกาสสอบถามความคืบหน้าของการค้าชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก เพราะจากสภาพที่พบเห็นในขณะนี้ บริเวณที่เป็นเขตธุรกิจใน อ.แม่สอด ยังคงมีการก่อสร้างถนนและขยายไหล่ทาง เพื่อพัฒนาระบบขนส่งภายในตัวอำเภอ

ชุติเดชกล่าวว่า เนื่องจาก อ.แม่สอด เป็นเมืองการค้าชายแดน ด้วยศักยภาพและความพร้อมของเมืองทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การลงทุนภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตร และการท่องเที่ยว พื้นที่แม่สอดจึงได้รับการพัฒนาทางด้านสาธารณูปโภค ไม่ว่าถนนหนทางก็ดี หรือระบบขนส่งสินค้าออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน มีโครงการขยายเส้นทางคมนาคม และการซ่อมแซมเส้นทางรอบเมืองแม่สอดหลายจุด เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางการคมนาคมขนส่งให้ครอบคลุมพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดนมากขึ้น ซึ่งเศรษฐกิจของ อ.แม่สอด ก็โตตามการพัฒนาดังกล่าว

โครงการขยายถนนจากสองเลนเป็นสี่เลนจะเสร็จเรียบร้อยในปี 2561 นอกจากนี้แล้ว ยังมีเส้นทางมอเตอร์เวย์อีกเส้นที่จะเพิ่มศักยภาพค้าชายแดนให้มีมูลค่ามากยิ่งขึ้น ปัจจุบันกรมทางหลวงได้วางแนวทางไว้เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเร็ว ๆ นี้

นอกจากนี้ อ.แม่สอด สามารถเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจพิเศษเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปเพียง 10 กิโลเมตร และเมียนมาเองก็มีการพัฒนาประเทศเช่นกัน จึงส่งผลดีให้กับ อ.แม่สอด และ จ.ตาก ซึ่งมูลค่าการค้าชายแดนเฉพาะชายแดนด่าน อ.แม่สอด ช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาประมาณ 1.6 แสนล้านบาท คาดว่าในอนาคตจะทำรายได้มากกว่านี้หลายแสนล้านบาท

“ที่จริงเราไม่ได้ค้าขายแค่กับเมียวดี เมียวดีเป็นเหมือนทางผ่านไปยังเมืองต่าง ๆ ของเมียนมา เช่น ย่างกุ้ง เนย์ปิดอว์ และยังสามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศอื่นด้วย อ.แม่สอดจึงต้องพัฒนาทางด้านการคมนาคมและขนส่งทางบก ที่สนับสนุนทั้งการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า เพราะเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางไปเมียนมา จีน เวียดนาม และยังเป็นประตูสู่ยุโรปได้ สามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางการค้าขาย กลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ เช่น จีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ เวียดนาม ต่างสนใจมาลงทุนในพื้นที่ อ.แม่สอด ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจจีนมีความสนใจที่จะมาลงทุนหรือร่วมทุนด้วยในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และในอนาคตเส้นทางการเดินทางจากแม่สอดจะไปถึงรัฐฉาน ก็เป็นโอกาสของ จ.ตาก เอง ที่จะได้มูลค่าการส่งออกสูงยิ่ง ๆ ขึ้น” ปลัดจังหวัดตากกล่าว

ย้อนกลับไปดูโครงการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ อ.แม่สอด จ.ตาก แต่เดิมระบุว่าพื้นที่ทั้ง 2 แปลงของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จ.ตาก 1,346 ไร่ และ 836 ไร่ สามารถรวบรวมที่ดินได้แล้ว 94% โดยพื้นที่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้รับความช่วยเหลือจ่ายค่าเวนคืนที่ดินไปแล้ว แต่ยังคงมีชาวบ้านคัดค้านอยู่ 5 ราย ที่ยังไม่สามารถรวบรวมที่ดินได้

ที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการเจรจาระหว่างรัฐและชาวบ้านต่อกรณีนี้ ปลัดจังหวัดตากชี้แจงว่า การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดเวลานี้เรื่องของที่ดินมีการเจรจากันจบเรียบร้อยแล้ว สามารถรวบรวมที่ดินได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ พื้นที่ที่จะให้เอกชนเข้ามาร่วมได้จัดหาเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ไปเป็นเรื่องของการหาผู้เข้าร่วมโครงการตามนโยบายของรัฐบาล เป็นขั้นตอนประกาศหาผู้จะมาร่วมลงทุน ซึ่งเรื่องนี้มีศูนย์ที่เขารับผิดชอบโดยตรงดำเนินการอยู่

ส่วนด้านการท่องเที่ยว ชุติเดชกล่าวว่า บรรยากาศอาจจะดูซบเซาลงไปบ้าง เนื่องมาจาก 1.การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศไม่เหมือนอดีตที่ผ่านมา หน้าร้อนจะร้อนมากและน้ำในแหล่งท่องเที่ยวลดน้อยลง หน้าหนาวอากาศไม่หนาวเย็นอย่างที่เคยเป็น 2.ถนนหนทางต่าง ๆ รอบตัว อ.แม่สอด อยู่ระหว่างการก่อสร้าง นักท่องเที่ยวเลยไม่มา ถ้าการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วคิดว่าคงจะดีขึ้น

“ที่จริงแล้ว อ.แม่สอด และ จ.ตาก มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายให้นักท่องเที่ยวเดินทางมา ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกทีลอซู อ.อุ้มผาง น้ำตกลานสางในอุทยานแห่งชาติลานสาง หรือแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่เพิ่งค้นพบใน อ.ท่าสองยาง เช่น ถ้ำอุสุ น้ำตกต่าง ๆ เป็นต้น นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวส่วนมากเป็นคนไทย คนต่างชาติยังน้อยอยู่ อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดได้รับรายงานว่า เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้มาใช้บริการห้องพัก และโรงแรม ใน จ.ตาก รวมทั้งตามสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง ห้องพักเต็มหมด อาจเป็นเพราะใกล้ปีใหม่จึงมีการเดินทางกันมาก และมีการจองห้องพักล่วงหน้าจนเต็ม”

ทั้งหมดนี้ คือ ภาพรวมจากปลัดจังหวัดตากคนใหม่ล่าสุด