ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์บุกหนักสิ้นปี “รายได้-กำไร” พุ่ง

เครื่องกดเครื่องดื่ม

ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ เปิดเกมบุกต่อเนื่องลุยทั้ง B2B-B2C หลัง 6 เดือนแรก รายได้-กำไร พุ่ง กางแผนต่อยอดธุรกิจ-พัฒนาสินค้าใหม่ป้อนลูกค้าธุรกิจคาเฟ่ พร้อมลุย “ไลเซนส์บิสซิเนส” มั่นใจสิ้นปีโตดับเบิลดิจิต

นางจิรพรรณ คชฤทธิ์ ชูแสง รองกรรมการผู้จัดการ สายกลยุทธ์องค์กร ร่วมกับนางปัญจพร ฤกษ์สมบูรณ์ ผู้จัดการนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มในโถกด (Dispenser Drink) ในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ชาพร้อมดื่มเซนย่า และสินค้าไลฟ์สไตล์ เปิดเผยในงาน Oppotunity Day (22 ก.ย. 2565) ว่า ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย.) เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ ทั้งในแง่ของรายได้ที่เติบโต 6-7% หรือ 722 ล้านบาท

ขณะที่ตัวเลขกำไร เติบโต 27% หรือประมาณ 129 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย และผู้บริโภคกลับมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น สะท้อนจากทราฟฟิกของธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะร้านสะดวกซื้อ เซเว่นอีเลฟเว่น ที่กลับมาเติบโตค่อนข้างมาก รวมทั้งบริษัทได้เน้นการบริการการจัดการเพื่อลดค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ

ส่วนทิศทางในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ บริษัทยังตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ระดับ 10% โดยหลัก ๆ จะเป็นการเน้นธุรกิจในส่วนที่เป็น B2B (business to business) และ B2C (business to consumer) โดยในส่วนของกลุ่มธุรกิจ B2B นั้นหลัก ๆ จะได้แก่ ร้านสะดวกซื้อเซเวนอีเวฟเว่นที่เป็นลูกค้าหลัก

รวมถึงการเข้าร่วมแฟลตฟอร์มดีลิเวอรี่เพื่อสร้างการเติบโต เช่นเดียวกับการขยายช่องทางจำหน่ายในต่างประเทศ เช่น กัมพูชา ที่ไปการพ่วงไปกับเซเว่นอีเลฟเว่น เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต

โดยตอนนี้บริษัทมีโถกดเครื่องดื่มเย็นมากกว่า 10,300 เอาต์เลต เครื่องดื่ม non coffee ในมุม ออลล์ คาเฟ่ มากกว่า 10,100 เอาต์เลต และเครื่องกดเครื่องดื่มร้อนมากกว่า 506 เอาต์เลต

สำหรับกลุ่มธุรกิจ B2C บริษัทได้ขยายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเข้าสู่ธุรกิจคาเฟ่ (cafe business) ได้แก่ ร้านกาแฟมวลชน, อราบิเทีย คาเฟ่, ซีพี เฟรชมาร์ท แบล็คแคนยอน และกาแฟพันธุ์ไทย อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ปัจจุบันมีการเปิดในฟู้ดคอร์ตของโลตัส มีประมาณ 83 สาขา และโลตัส โก เฟรช (จังเกิ้ล คาเฟ่) 1,780 สาขา รวมถึงการขยายไปกับเซเว่นอีเลฟเว่น ในประเทศกัมพูชา ที่เปิดไปแล้ว 23 สาขา

รวมทั้งมีการต่อยอดธุรกิจและพัฒนาเครื่องดื่มหรือสินค้าใหม่ ๆ ให้กับกลุ่มลูกค้าธุรกิจคาเฟ่ ซึ่งมีสาขากระจายทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ บริษัทได้ขยายการส่งเครื่องดื่มเข้าโลตัส ทั้งในไฮเปอร์มาร์เก็ต และโก เฟรช ซึ่งปีที่ผ่านมามีการปรับเปลี่ยนสาขาและรูปแบบสาขาที่ค่อนข้างรวดเร็ว ถือว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่สำคัญในการเพิ่มรายได้ของบริษัทให้เติบโตได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ ในกลุ่มธุรกิจคาเฟ่ได้มีการพัฒนาต่อยอดสินค้าใหม่ ๆ ไปในหลายกลุ่มสินค้า เช่น ไอศกรีม และขนมหวาน และในส่วนของสินค้าในกลุ่ม B2C อื่น ๆ ที่บริษัทขายวัตถุดิบเข้าไป เช่น พุดดิ้ง ชานมไต้หวัน topping บนเครื่องดื่ม คัพเค้กบราวน์ชูการ์ ครีมสด และการเป็นผู้รับจ้างผลิต (OEM) ชาไทย

ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ B2B ประมาณ 93% และ B2C ประมาณ 7% นอกจากนี้ จะมีโปรโมชั่นในเซเว่นอีเลฟเว่น เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายลงและผู้บริโภคกลับมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทั้งในแง่ของการให้ส่วนลด การเพิ่มไซซ์ และจะมีการเปิดตัวเครื่องดื่มใหม่ ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ที่ผ่านมาบริษัทได้เปิดตัวโปรดักต์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ TRIVA (ทริว่า) ไซรัปผลไม้เข้มข้น Thailand Coffee Fest 2022 กลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มีแผนจะนำเข้าไปทำตลาดผ่านช่องทางที่เป็น คาเฟ่ บิซซิเนส จะมี own brand มากขึ้น

อีกธุรกิจหนึ่งที่บริษัทจะให้ความสำคัญมากขึ้นก็คือ license business จากที่บริษัทได้เป็นตัวแทนอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ ของบริษัท San-X ประเทศญี่ปุ่น โดยได้มีการจัดทำสินค้าพรีเมี่ยม และแคมเปญต่าง ๆ ร่วมกับพันธมิตร เพื่อรองรับการจับจ่ายที่เริ่มกลับมา อาทิ ลีลัคคุมะ (Rilakkuma), หมาจ๋า (Dog Please) แคแร็กเตอร์ลายการ์ตูนชื่อดังทางออนไลน์ของไทย ที่มีแผนจะนำไปโปรโมตที่ญี่ปุ่น, เจ้านกจอมกวน Warbie Yama ที่ได้เริ่มทำแคมเปญร่วมกับแฟมิลี่มาร์ท

“สำหรับภาพรวมของช่วงไตรมาส 3 ขณะนี้ถือว่ามีทิศทางดีมาก และคาดว่า 3 เดือนสุดท้ายก็จะดีขึ้น จากการที่ประชาชนและผู้บริโภคกลับมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ซึ่้งจะทำให้ยอดขายสินค้าของบริษัทตามช่องทางต่าง ๆ ดังกล่าว โดยเฉพาะเซเว่นอีเลฟเว่น รวมถึงรายได้จาก license business จะกลับมามากขึ้นจากการทำการตลาดเพิ่มขึ้น”