เอ็มวีพีมั่นใจธุรกิจดีดกลับ ‘วิ่ง-อีเวนต์’คิวยาวยันต้นปี

รถบ้าน

“เอ็ม วิชั่น” สปีดการจัดงาน-อีเวนต์ เร่งเคลียร์พอร์ต หลังโควิด-19 ซา กางแผนคิวจัดงานใหญ่ทุกเดือนยันต้นปีหน้า ทั้งวิ่งมาราธอน-วิ่งเทรล-คอนเสิร์ต พร้อมเพิ่มโฟกัสธุรกิจเชิงท่องเที่ยว รถบ้าน ผุดแพลตฟอร์มลีสซิ่ง-รับบริหารรถบ้านหวังขยายทัพแตะ 1,000 คัน ตั้งบริษัทใหม่ “ไอเดียล บล๊อคเชนฯ” บุกธุรกิจการให้บริการด้านการจัดงานและการตลาด เทคโนโลยีบล็อกเชน

นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MVP เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้จากสถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย จะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญสำหรับธุรกิจการจัดงานและอีเวนต์ไปจนถึงท้ายปี หลังรัฐบาลมีมาตรการผ่อนคลาย อีเวนต์ งานแฟร์ คอนเสิร์ต งานวิ่ง ฯลฯ กลับมาจัดงานได้

ขณะเดียวกันก็ช่วยให้บริษัทสามารถเคลียร์งานต่าง ๆ ที่ค้างในพอร์ต ได้เกือบหมดไม่ว่าจะเป็นงาน โมบายเอ็กซ์โป, งานวิ่ง 10K และอื่น ๆ ที่เริ่มทยอยจัดมาตั้งแต่ช่วงกลางปี แต่ละงานทั้งที่จัดต่างมีผลตอบรับดีทั้งธุรกิจที่มาออกบูท สปอนเซอร์และผู้เข้าชมงาน เช่น งานวิ่ง Haier 10K Thailand Open 2022 (11 ก.ย.) มีนักวิ่งเข้าร่วม 3-4 พันคน เช่นเดียวกับสปอนเซอร์เริ่มกลับมาให้การสนับสนุนงานมากขึ้น

“สอดคล้องกับผลประกอบการช่วงไตรมาส 2 ที่ทำรายได้จากการจัดงานอีเวนต์ถึง 55.8 ล้าน บาท เป็นการเพิ่มแบบก้าวกระโดดจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วมีรายได้ส่วนนี้เพียง 13 ล้านบาท เช่นเดียวกับ งาน Thailand Mobile Expo 2022 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (6-9 ต.ค.) ที่แบรนด์ต่าง ๆ เข้ามาจองบูทเต็ม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความคาดหวังจากงาน หลังที่ผ่านมาแบรนด์ใหญ่ชะลอการลงทุน และช่วยให้มีความมั่นใจว่าจะสามารถจัดงานครั้งหน้าได้ในสเกลใหญ่ขึ้น และจะมีผู้เข้าร่วม-สปอนเซอร์มากกว่านี้แน่นอน”

นายโอภาสเปิดเผยว่า สำหรับการจัดงานในช่วงตั้งแต่ปลายปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้า บริษัทได้วางคิวจัดอีเวนต์ต่าง ๆ แบบต่อเนื่องรายเดือน เช่น งานวิ่งเขาประทับช้างเทรล (1-2 ต.ค.) งานวิ่งตะนาวศรีเทรล (23-25 ธ.ค.) งานวิ่งจอมบึงมาราธอน (14-15 ม.ค. 66) รวมถึงงาน Idol Expo กำหนดจัดช่วงไตรมาส 1 ปี 2566

Advertisment

ขณะเดียวกัน บริษัทยังเบนเข็มมาโฟกัสธุรกิจเชิงท่องเที่ยวมากขึ้น เพื่อต่อยอดสร้างรายได้จากรถบ้านที่คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีกว่า 200 คัน จากปัจจุบันมีประมาณ 150 คัน และจะเพิ่มเป็น 300-500 คันในปี 2566 ซึ่งเมื่อร่วมกับรถบ้านของพันธมิตรแล้วอาจมีรถบ้านภายใต้การบริหารถึง 1,000 คัน เนื่องจากเห็นโอกาสจากดีมานด์ในงานต่าง ๆ อย่างคอนเสิร์ตที่สามารถขายบัตรเข้าพักรถบ้านได้ระดับ 3-7 หมื่นบาท เช่น งาน Big Mountain Music Festival 2022 (10-11 ธ.ค.) สามารถขายบัตรที่พักแบบรถบ้านได้หมด 50 ใบตั้งแต่วันแรก แม้จะมีราคาถึง 3.2 หมื่นบาทก็ตาม เช่นเดียวกับงานวันเดอร์ฟรุ๊ต เฟสติวัล (15-18 ธ.ค.) ตั๋วรถบ้าน 100 คน ราคา 7 หมื่นกว่าบาทขายหมดในวันเดียว รวมถึงมีงาน-กลุ่มผู้ใช้เล็ก ๆ ที่ต้องการรถบ้าน 10-50 คัน ติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดแพลตฟอร์มรับบริหารรถบ้านให้กับลูกค้า นักลงทุน รวมถึงพันธมิตรผู้ประกอบการรถบ้านรายอื่น ๆ เนื่องจากเชื่อว่า การมีรถจำนวนมากใต้การบริหารจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการรับงานต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้น

ส่วนผู้ที่เข้าร่วมแพลตฟอร์ม นอกจากโอกาสรับรายได้จากการนำรถไปใช้งานต่าง ๆ แล้ว ยังได้รับบริการซ่อมบำรุงจากทีมช่างของบริษัท เมื่อต้องการใช้งานเองสามารถแจ้งล่วงหน้า โดยจะมีบริการลากรถไปส่งให้ถึงสถานที่ปลายทาง เช่น งานคอนเสิร์ต งานวิ่ง แต่จะมีค่าลาก-ค่าจอดต่างหาก

“เมื่อเดือน ก.ย. ได้จับมือกับสถาบันการเงิน 2-3 ราย ทำลีสซิ่งรถบ้าน และสามารถนำรถมาให้บริษัทบริหารเพื่อรับผลตอบแทนได้ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการซื้อรถบ้านแต่กังวลว่าไม่มีที่จอด หรือผู้ซื้อที่ไม่ต้องการใช้เงินก้อน ประมาณ 8 แสน-1 ล้านบาท เพื่อซื้อรถ”

Advertisment

นายโอภาสกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ เมื่องกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ยังได้จับมือบริษัท ซุปเปอร์ริช เคอเรนซี่ เอ็กซ์เชนจ์ (1965) จำกัด ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศรายใหญ่ ในการเปิดตัว Easy Voucher เพื่อให้บริการแลกเปลี่ยนบัตร Voucher Digital เพื่อการท่องเที่ยวผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยเฟสแรกได้เริ่มจำหน่ายในเดือน ต.ค.นี้เป็นต้นไป จะเริ่มจำหน่ายในสาขาของซูเปอร์ริชที่พัทยา และภูเก็ต เป็นอันดับแรก

“ปีนี้ เอ็ม วิชั่น ได้ก้าวเข้าสู่ธุรกิจเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเน้นการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจและสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงการปรับกลยุทธ์ด้วยการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาผสานกับการท่องเที่ยวและจัดอีเวนต์ รวมถึงช่องว่าที่เกิดขึ้นในวงการท่องเที่ยวหลังผู้เล่นหายไปในช่วงโควิด จะช่วยให้บริษัทรุกเข้าสู่ตลาดท่องเที่ยวในจังหวัดสำคัญอย่างพัทยาและภูเก็ตได้ รวมถึงสร้างรายได้จากงานอีเวนต์ได้มากขึ้นต่อเนื่อง”