เติมความแรง “สยาม” เจาะ “ขาช็อปจีน” รูดปรื๊ด

นักท่องเที่ยวจีน กลายเป็นหัวขบวนหลักที่เข้ามาขับเคลื่อนแรงซื้อและการจับจ่ายในระบบเศรษฐกิจเมืองไทย โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและศูนย์การค้าต่างงัดทุกกลเม็ดเพื่อดึง “ขาช็อป” ชาวจีนให้เข้ามาจับจ่าย

ตัวเลขในปีที่ผ่านมานักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) มีการขยายตัวทั้งปริมาณและการจับจ่าย ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของศูนย์การค้าที่ต้องการเจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้นเพราะมีกำลังซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ชื่นชอบสินค้าแบรนด์และมีกำลังพร้อมจับจ่าย

สอดคล้องกับในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ชาวจีนจะมีวันหยุดยาวมากถึง 15-30 วัน และนิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งกรุงเทพฯ เป็น 1 ในเมืองเป้าหมายยอดนิยมที่คนจีนอยากจะมาจากการเก็บตัวเลขของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่า ในปี 2561 ตลาดนักท่องเที่ยวจีนจะสร้างรายได้ให้ไทยสะพัดกว่า 5.61 แสนล้านบาท เติบโต 10.5% และมีการใช้จ่ายเฉลี่ย 5.5 หมื่นบาทต่อคนต่อทริป

จึงไม่ต้องแปลกใจที่ธุรกิจ “โรงแรม-ค้าปลีกช็อปปิ้ง-อาหาร” จะกลายเป็นธุรกิจหลักที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

“มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ฉายภาพว่า ตรุษจีนเป็นเทศกาลสำคัญที่สร้างยอดขายให้กับเราได้มากเป็นอันดับ 2 รองจากช่วงเทศกาลปีใหม่ปลายปี คาดว่าจะสามารถดึงทราฟฟิกและยอดขายได้กว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ สอดคล้องกับภาพของการจับจ่ายที่คึกคักต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี กลายเป็นปัจจัยบวกที่ดี

“ศูนย์การค้าจะชอบมากที่ตรุษจีนมาอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพราะเป็นโมเมนตัมให้บรรยากาศจับจ่ายลากได้ยาวต่อจากปีใหม่ ซึ่งถ้าตรุษจีนไปอยู่เดือนมกราคม ทำให้การจับจ่ายจะสั้นและไม่สะพัดมากนัก”

และเพื่อต้อนรับฤดูการจับจ่ายและไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวต้นปี สยามพิวรรธน์ได้ส่งแคมเปญ “สยาม ดีไลท์ฟูล ไชนีส นิว เยียร์” จัดกิจกรรมส่งความสุขในช่วงฉลองตรุษจีนในทั้ง 3 ศูนย์การค้าในรูปแบบและสีสันที่หลากหลาย ควบคู่กับการตกแต่งพื้นที่ทั้งภายในและภายนอกศูนย์การค้ารับเทศกาลท่องเที่ยว และกระตุ้นให้เข้ามาจับจ่ายในช่วงเทศกาล ซึ่งทั้งศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ต่างเป็นเดสติเนชั่นที่นักท่องเที่ยวจะต้องมาแวะช็อปปิ้ง เช็กอิน และถ่ายรูป

นอกจากนี้ ได้นำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับการจัดโปรโมชั่นของศูนย์การค้าจะช่วยเพิ่ม engagement และเพิ่มยอดการใช้จ่าย สอดรับกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวจีน และชาวต่างชาติในปัจจุบัน ที่ต่างหันมาใช้มือถือและเทคโนโลยีออนไลน์กันมากขึ้น

จากข้อมูล Trekksoft ผู้ให้บริการบุ๊กกิ้งออนไลน์ ระบุว่า ในปี 2017 นักเดินทางท่องเที่ยว 79% ใช้สมาร์ทโฟนในการค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว ช็อปปิ้ง โรงแรมที่พัก หาโปรโมชั่นต่าง ๆ ขยายตัวขึ้นจากปี 2016 ที่มีสัดส่วนเพียง 31% เท่านั้น

โดยได้เปิดนักช็อปลุ้นรับโชคจาก “ดิจิทัลอั้งเปา” (digital angpao) ซึ่งจะมอบโชคและคำอวยพรผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ เฟซบุ๊ก และเว็บไซต์ต่าง ๆ ผ่านทางลิงก์ URL ของศูนย์การค้า และขาช็อปสามารถคลิกไปที่ลิงก์ URL เขย่ามือถือลุ้นรับโชคดิจิทัลอั้งเปา และรางวัลอื่น ๆ อาทิ ดิจิทัลอั้งเปา 1.2 แสนรางวัล และ AR application ล่ารางวัลอีก 6 หมื่นรางวัล

และพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็มีสิทธิ์ลุ้นรับโชคจากทั้ง 3 ศูนย์การค้าเช่นกัน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ใช้จ่ายผ่าน UnionPay และจ่ายผ่าน WeChat Pay ลุ้นรับเงินรางวัลสูงสุด 2,018 หยวน และส่วนลดเพิ่มเติมอีก 80 หยวนสำหรับการจับจ่ายครั้งต่อไปเมื่อใช้จ่ายตั้งแต่ 800 หยวนขึ้นไป

เมื่อแรงซื้อขาช็อป “ชาวจีน” มหาศาล ภารกิจพิชิตใจที่ปลุกเร้าให้จับจ่าย จึงต้องโฟกัสเป็นเซ็กเมนต์ ไม่หว่านรวมลูกค้าต่างชาติอีกต่อไปแล้ว

Previous article“แพนดอร่า” ยึดหลัก 3 P สร้างอัญมณีในหัวใจพนักงาน
Next articleฉุดไม่อยู่! ดาวโจนส์ร่วงทะลุ 1,000 จุด รอบสองในสัปดาห์