“หมอเสริฐ” เปิดแนวรบรอบทิศ ทุ่มลงทุน-ย้ำเจ้าตลาดโรงพยาบาล

ไม่บ่อยนักที่จะมีโอกาสฟังทิศทางของกลุ่มกรุงเทพดุสิตเวชการ (บีดีเอ็มเอส) เจ้าของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ มีเครือข่ายสาขาทั้งในและต่างประเทศ จากปากของ “นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ” ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโรงพยาบาลกรุงเทพ, สมิติเวช, บีเอ็นเอช, พญาไท, เปาโล ฯลฯ

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “นพ.ปราเสริฐ” ในงานเปิดตัว “โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์” เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ถือเป็นโรงพยาบาลลำดับที่ 7 ภายใต้แบรนด์ “สมิติเวช” ที่เปลี่ยนโฉมมาจากโรงพยาบาลกรุงเทพ ไชน่าทาวน์ เดิม


เมื่อถามถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนปีนี้ คุณหมอปราเสริฐตอบด้วยรอยยิ้มว่า ต้องดีกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน และฉายภาพว่า ต่อไปจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยในไทยจะเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของโรงพยาบาลของรัฐ (โรงเรียนแพทย์) โรงพยาบาลเอกชน ตลอดจนคลินิกต่าง ๆกับทางเลือกที่คนไข้มีมากขึ้น และค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลรัฐที่ถูกกว่าโรงพยาบาลเอกชนกว่า 20% เพราะไม่มีภาระเรื่องค่าเช่าที่ หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทำให้กลุ่มบีดีเอ็มเอสต้องสร้างจุดต่าง เพิ่มความเข้มแข็งให้กับโรงพยาบาลในเครือ ซึ่งการให้บริการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันก่อนเกิดโรคเป็นทิศทางสำคัญที่ในเครือบีดีเอ็มเอสจะมุ่งเน้นจากนี้ไป โดยจะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยช่วยให้การตรวจหาโรคต่าง ๆ ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ผมขออยู่เบื้องหลัง สนับสนุนทีมงานเต็มที่ในการทำงาน พร้อมลงทุนในเรื่ององค์ความรู้และเครื่องไม้เครื่องมือในการรักษาต่าง ๆ” นพ.ปราเสริฐออกตัวอย่างอารมณ์ดีกับทิศทางนี้ “นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม รพ.สมิติเวช และ รพ.บีเอ็นเอช ขยายความต่อว่า ผู้คนในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพก่อนเกิดโรคมากขึ้น เช่น การตรวจสุขภาพ เล่นฟิตเนส ออกกำลังกาย เหล่านี้เป็นกระแสที่ดีต่อภาพรวมของประเทศ เพราะทำให้วัยทำงานที่ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่ต้องเสียงบประมาณรัฐ หรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวไปกับการรักษาพยาบาลโรคที่รุนแรง ที่มีค่าใช้จ่ายสูงการดูแลเชิงป้องกันก่อนเกิดโรคจึงเป็นแนวทางที่บีดีเอ็มเอสให้ความสำคัญ รวมถึงเรื่องของการดูแล-รักษาโรคในผู้สูงอายุ สอดคล้องกับเทรนด์ประชากรของไทยที่ใกล้เข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มตัวในอนาคตอันใกล้นี้

โดยที่โรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ จะเป็นโรงพยาบาลที่สอดคล้องกับ 2 แนวทางข้างต้น เป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาดกลางจำนวน 31 เตียง รองรับคนในชุมชนเยาวราชที่มีประชากรอายุมากกว่า 55 ปีเกินกว่าครึ่ง และนักท่องเที่ยว บีดีเอ็มเอสก็หมายปั้นให้ที่นี่เป็นศูนย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโรคที่เกี่ยวกับตา ที่ถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่เกิดกับคนสูงวัยเป็นอันดับต้น ๆ ก็ได้ รศ.นพ.อัมพร จงเสรีจิตต์ จักษุแพทย์มือดี มานั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการโรงพยาบาล โดยศูนย์ตานี้จะเป็นโอกาสของเครือที่สามารถพัฒนารองรับความต้องการการรักษาได้ในระดับประเทศ เพราะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคตาครบทุกสาขา

ขณะที่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ที่นี่มีเทคโนโลยีส่องกล้องระบบทางเดินอาหารที่สามารถตรวจพบเซลล์มะเร็งเร็วขึ้น 2 เท่า รวมทั้งการตรวจโรคในผู้สูงอายุ ที่สามารถตรวจวินิจฉัยได้ลึกถึงระดับยีน คาดคะเนโอกาสการเกิดโรคได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต และครอบคลุมการดูแลรักษาโรคในกลุ่มคนสูงวัยอื่น ๆ เช่น กระดูก-ข้อเข่า, โรคตับและทางเดินอาหาร ตลอดจนแผนกฉุกเฉิน ต่อไปมีแผนขยายบริการเกี่ยวกับเรื่องความงาม การปลูกผม ฯลฯ

สำหรับการขยายโรงพยาบาลภายใต้แบรนด์บีเอ็นเอช-สมิติเวช ขณะนี้ยังไม่มีแผน แต่เครือบีดีเอ็มเอสกำลังจะเปิดโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงราย เดินหน้าสู่เป้าหมายมีโรงพยาบาลครบ 50 แห่งภายในปลายปี 2561 จากปัจจุบันมีราว 48 แห่ง

“แนวโน้มของธุรกิจโรงพยาบาลปีนี้ เทรนด์ในเรื่องเฮลท์แคร์ยังมีความต้องการสูงมากในโซนเอเชีย ขณะที่ในไทยก็มีการคาดการณ์จีดีพีในหลายสำนักว่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา ก็ถือว่ายังมีแนวโน้มที่ดี ซึ่งเราไม่ได้มองว่าต้องแข่งขันกับใคร เป็นการทำงานไปพร้อมกันมากกว่า เพราะแต่ละแห่งก็มีกลุ่มผู้ใช้บริการของตัวเอง เช่นเดียวกับผู้เล่นในต่างประเทศที่เรามองการทำงานร่วมกัน โดยปัจจุบันสมิติเวชมีคลินิกในย่างกุ้ง 2-3 แห่ง รวมทั้งทำเรื่องศูนย์ส่งต่อผู้ป่วย”

สำหรับไตรมาส 3 ปี 2560 กรุงเทพดุสิตเวชการมีรายได้รวม 54,038 ล้านบาท เติบโต 6% จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยทั้งไทยและต่างชาติ ที่มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามความยากของการรักษาโรคการให้บริการทางการแพทย์เพื่อป้องกันและรักษาโรค จึงเป็นกลยุทธ์ที่บีดีเอ็มเอสใช้รับมือกับสังคมสูงวัยที่เข้ามาเป็นโจทย์สำคัญในเวลานี้