“วีฟิตเนส” หนีตลาดแข่งเดือด หันเจาะลูกค้าสูงวัย-นักกีฬา

“วีฟิตเนส” หนีตลาดแข่งเดือด หันเจาะลูกค้าสูงวัย-นักกีฬา

“วี ฟิตเนส” มุ่งโมเดลสเปเชียลตี้โฟกัสลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เดินหน้าจับมือพันธมิตรเพิ่มโปรแกรม-อุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุตอบโจทย์สังคมคนแก่ พร้อมเล็งผุดสาขาต่างจังหวัดแห่งแรกรับดีมานด์ภูธร หวังรับมือตลาดฟิตเนสแข่งราคาเดือดหลังผู้เล่นใหม่ทั้งไทย-เทศผุดเป็นดอกเห็ด มั่นใจปีนี้เติบโตก้าวกระโดด 1-2 เท่าตัวจากปีก่อนแน่นอน

นายเมษยน เด่นเกรียงไกร ประธานบริหาร-ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท วี ฟิตเนส จำกัด เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดฟิตเนตปีนี้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากเทรนด์สุขภาพและสัดส่วนผู้บริโภคไทยที่เป็นสมาชิกฟิตเนสยังน้อยไม่ถึง 2% รวมถึงจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นจึงมีช่องวางให้ขยายตัวอีกมาก โดยคลาสออกกำลังรูปแบบต่าง ๆ เช่น คอมแบต ซุมบา ไทเก๊กและอื่น ๆ เป็นเทรนด์มาแรงตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมออกกำลังเป็นกลุ่ม ส่งผลให้ผู้เล่นแต่ละรายใช้จุดนี้เป็นปัจจัยแข่งขันรวมกับอุปกรณ์ ราคาและการบริการเสริมอื่น ๆ เพื่อรับมือการแข่งขันและดึงดูดผู้บริโภคเข้ามาเป็นสมาชิก ปีนี้จะเน้นย้ำจุดยืนในการเป็นฟิตเนสแบบสเปเชียลตี้ ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม อาทิ ผู้สูงอายุหรือกลุ่มที่เน้นวิ่งหรือปั่นจักรยาน พร้อมกับบริการระดับโรงแรม 5 ดาว และระบบแพ็กเกจค่าสมาชิกแบบยืดหยุ่นทั้งด้านจำนวนสาขาหรือวันที่ใช้บริการช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจง่ายขึ้นและเลี่ยงการแข่งขันราคา

โดยเตรียมลอนช์คลาส-โปรแกรมสำหรับผู้สูงอายุ เช่น เน้นสุขภาพหัวใจและความยืดหยุ่นของร่างกาย ซึ่งวีอะคาเดมีร่วมกับมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงด้านแพทย์พัฒนาขึ้น ขณะเดียวกันเพิ่มอุปกรณ์เฉพาะทางด้วยการจับมือกับแบรนด์ SKLZ ผู้ผลิตอุปกรณ์ออกกำลังที่ได้รับความนิยมในวงการกีฬาอาชีพนำอุปกรณ์มาติดตั้งในศูนย์ รองรับกลุ่มเป้าหมายและย้ำภาพสเปเชียลิสต์

“นอกจากพัฒนาคอร์สและโปรแกรมออกกำลังแล้ว วีอะคาเดมียังเป็นศูนย์ผลิตเทรนเนอร์ของบริษัทช่วยรับมือปัญหาการชิงตัวบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

พร้อมกันนี้เดินหน้าขยายพันธมิตรในกลุ่มสินค้ากีฬาเพื่อเสริมคุณภาพการบริการ จากเดิมที่มีความร่วมมือกับเมจิจ๊อกกี้ และกรุงศรีไพร์ม ทั้งการนำสินค้าเข้ามาขายในสาขาและจัดโปรโมชั่นดึงดูดลูกค้า

ด้านการขยายสาขาอยู่ระหว่างศึกษาทำเลต่างจังหวัดเพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น คาดว่าจะสามารถเปิดได้อย่างน้อย 1 สาขาในปีนี้ โดยจะเป็นโมเดลใหม่แตกต่างจากทั้ง 7 สาขาในปัจจุบันที่แบ่งเป็น ซิกเนเจอร์ 2 สาขาเน้นจุดขายภาพลักษณ์เอ็กซ์คลูซีฟและพรีเมี่ยม เช่น การออกกำลังกายแบบส่วนตัว อุปกรณ์ระดับพรีเมี่ยม และโซไซตี้ 5 สาขาเน้นการออกกำลังกายแบบกลุ่ม คล้ายฟิตเนสทั่วไป

โดยมีสาขาแครายเป็นสาขาล่าสุดพร้อมจุดขายขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากปิ่นเกล้า ด้วยจุดเด่นพื้นที่ออกกำลังการรองรับสมาชิก 70 คนและอุปกรณ์รุ่นใหม่ ทั้งนี้มั่นใจว่ากลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยให้บริษัทสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดระดับ 1-2 เท่าตัวจากปีก่อนได้แน่นอน


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ