ชาไข่มุกจีนดิ้นปรับกลยุทธ์หนีเทรนด์สุขภาพ หลังชาวจีนลดดื่มหวาน

ชาไข่มุกจีน

บรรดาร้านชาไข่มุกและเครื่องดื่มรสหวานในจีนดิ้นปรับกลยุทธ์หนีเทรนด์สุขภาพ หลังชาวจีนลดดื่มหวาน

วันที่ 11 ธันวาคม 2566 ธุรกิจร้านชาทั้งชาไข่มุก ชานม ชาผลไม้ ฯลฯ ในแดนมังกรกำลังปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ เมื่อเทรนด์สุขภาพทำให้วัยรุ่นชาวจีนเริ่มชะลอการซื้อเครื่องดื่มรสหวานเหล่านี้ เนื่องจากกังวลในปริมาณน้ำตาล แคลอรี่ รวมไปถึงส่วนผสมต่าง ๆ ที่จะส่งผลต่อสุขภาพ

สำนักข่าว นิคเคอิ เอเชีย รายงานว่าเชนร้านชาในจีนหลายราย อาทิ Heytea, ChaBaiDao, Chagee และอื่น ๆ ต่างพากันปรับยุทธศาสตร์ ด้วยการเพิ่มข้อมูลด้านสุขภาพอย่าง ปริมาณน้ำตาล แคลอรี่ การไม่ใส่สารแต่งสี-กลิ่น ไปจนถึงที่มาของใบชาที่นำมาใช้ ทั้งบนป้ายเมนูหน้าร้านและช่องทางออนไลน์

ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับพฤติกรรมการเลือกซื้อเครื่องดื่มของวัยรุ่นชาวจีนที่เปลี่ยนแปลงไป หลังผลสำรวจฉบับล่าสุด พบว่า ชาวจีน 49.4% ซื้อชาไข่มุก ชานม ฯลฯ ลดลง เนื่องจากเชื่อว่าเครื่องดื่มเหล่านี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ

ขณะเดียวกัน 67.9% ของผู้ที่ซื้อชายังระบุว่า ก่อนซื้อแต่ละครั้งจะพิจารณา คุณภาพและความปลอดภัยเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ โดยหลายรายติดตามนับปริมาณแคลอรี่ น้ำตาลและไขมันที่กิน-ดื่มในแต่ละวันด้วย

โดยเชนร้านชาที่ปรับตัวไปแล้ว อาทิ Heytea หนึ่งในรายใหญ่ที่มีสาขากว่า 1,000 แห่งในจีนซึ่งนำข้อมูลต่าง ๆ ของแต่ละเมนูตั้งแต่ส่วนผสม ปริมาณน้ำตาล สารอาหาร ไปจนถึงแหล่งปลูกใบชาที่ใช้ ขึ้นแสดงบนเว็บไซต์

ตัวอย่างเช่น เมนู Very Grape Cheezo ขอวร้าน Heytea จะแสดงข้อมูลทั้งการใช้ใบชาดอกมะลิจาก 2 แหล่งคือ มณฑลยูนนาน หรือมณฑลเสฉวน และส่วนผสมอย่างน้ำองุ่นที่ใช้นั้นเป็นแบบไม่มีแต่งสี-กลิ่น รวมถึงแสดงปริมาณน้ำตาลเฉลี่ยต่อแก้วด้วย

ส่วนเชนร้านชานม Chagee ใส่ฟังก์ชั่นคำนวณแคลอรี่บนเว็บไซต์ของตน รวมถึงแสดงสารอาหารทั้งโปรตีนและไขมันตามขนาดแก้วและระดับความหวานที่ลูกค้าเลือก ขณะที่ร้าน ChaBaiDao ซึ่งขายชาและเครื่องดื่มอื่น ๆ ไม่เพียงเริ่มเผยแพร่ข้อมูล อาทิ โปรตีนและไขมัน สำหรับบางเมนู แต่ยังแสดงผลตรวจสอบจากหน่วยงานภายนอกด้วย

การปรับตัวนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวจีน โดยหญิงชาวจีนรายหนึ่งกล่าวว่า การได้รู้ส่วนประกอบของชาแต่ละเมนูช่วยให้ซื้อได้อย่างสบายใจมากขึ้น ขณะที่อีกรายระบุว่า อยากให้แบรนด์อื่น ๆ แสดงข้อมูลเช่นนี้บ้าง


ทั้งนี้ชาไข่มุก ชานมและชารูปแบบต่าง ๆ กลายเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตในจีนมาตั้งแต่ช่วงปี 2558 จนปัจจุบันข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2566 ในจีนมีร้านชาแบบต่าง ๆ รวมกันกว่า 515,000 ร้าน ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 36% จากสิ้นปี 2563