ภารกิจสร้างช่องติด TOP 5 “PPTV” ขนคอนเทนต์ปิดจุดอ่อน

แม้จะเป็นช่องใหม่ที่ไม่เคยลงสนามแข่งในธุรกิจทีวีมาก่อน แต่ก็เป็นช่องที่น่าจับตามอง เนื่องจากมีความครบรอบด้าน ทั้งเม็ดเงินการลงทุนจากเจ้าสถานีทุนหนาอย่าง “นายแพทย์ปราเสริฐ  ปราสาททองโอสถ” พร้อมทีมบริหารมืออาชีพที่มาจากธุรกิจฟรีทีวีกับภารกิจสร้างช่องให้ติด 1 ใน 5 ของช่องทีวีดิจิทัลให้ได้ 

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ “สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด ผู้บริหารช่องพีพีทีวี เอชดี 36 ถึงภาพรวมธุรกิจทีวีดิจิทัลและกลยุทธ์การสร้างช่องพีพีทีวีเอชดีให้ติดตลาด

Q : มองการแข่งขันทีวีดิจิทัลในปัจจุบันเป็นอย่างไร และมาตรการเยียวยาทีวีดิจิทัลของรัฐบาลจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลอย่างไรบ้าง

สถานการณ์ปัจจุบันยังแข่งขันสูงเหมือนเดิม ขณะที่เม็ดเงินโฆษณาไม่ได้เติบโต แต่ผู้ประกอบการยังต้องรับภาระหนักจากต้นทุนต่าง ๆ ซึ่งมาตรการเยียวยาของรัฐบาลที่จะประกาศออกมาเบื้องต้น ทั้งการยืดการชำระใบอนุญาต การลดค่าโครงข่าย 50% ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยเฉพาะช่องเล็ก ๆ มีกระแสเงินสดสำหรับหมุนเวียน และพัฒนาคอนเทนต์ใหม่ ๆ ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ อีกทั้งยังส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับทีวีดิจิทัลโดยรวมด้วย เช่น บุคลากรของแต่ละช่อง ผู้ผลิตคอนเทนต์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ก็ต้องรอรัฐบาลประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง


Q : แนวโน้มตลาดทีวีเปลี่ยนเร็ว สำหรับพีพีทีวีวางเป้าหมายไว้อย่างไร

พีพีทีวีจะยังเดินหน้าต่อไป ไม่ได้จะยกธงขาวแต่อย่างใด สถานการณ์ตอนนี้ชัดเจนว่า ช่องที่มีเรตติ้งท็อป 5 เป็นช่องที่สามารถสร้างรายได้ สร้างกำไรให้แก่ธุรกิจได้ ขณะที่ช่องที่มีเรตติ้งต่ำกว่าท็อป 5 เป็นช่องที่มีการเติบโตทรงตัว จนถึงขาดทุน แต่จะขาดมากหรือน้อยก็แล้วแต่ช่อง

ดังนั้น เป้าหมายของพีพีทีวี คือ การนำช่องให้มีเรตติ้งติดท็อป 5 ให้ได้ภายใน 2 ปีนับจากนี้ โดยแนวทางหลักที่วางไว้ คือ การเติมคอนเทนต์ใหม่ต่อเนื่อง หนึ่งในนั้น คือ การเติมรายการใหม่ทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามา

Q : การผลักดันให้ช่องมีเรตติ้งติด 1 ใน 5 มีสูตรพิเศษอะไรหรือไม่ 

ต้องทำให้คนดูคุ้นชินกับช่องพีพีทีวี เพราะช่องใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในตลาด หรือช่องที่มีเรตติ้งติดท็อป 5 ส่วนใหญ่เป็นช่องที่ไม่ทำให้คนดูเซอร์ไพรส์ นั่นหมายถึง เมื่อคนดูเปิดมาช่วงเวลาไหนก็จะรู้ว่าต้องเจอกับรายการอะไร
สิ่งที่ต้องทำจากนี้ คือ ทำอย่างไรให้คนดูกดมาที่ช่องพีพีทีวี 36 และดึงให้คนดูอยู่ต่อกับช่องนานที่สุด

นั่นคือการสร้างผังรายการให้ต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงรายการเย็น ส่งต่อไปถึงรายการภาคค่ำ รายการช่วง 20.00 น. เป็นการส่งต่อกันไปเป็นทอด ๆ ดึงคนดูให้อยู่กับช่องต่อเนื่อง โดยช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ก็มีรายการกีฬาดึงคนดูอยู่แล้ว ถือว่ามีเรตติ้งที่ดี ขณะที่วันธรรมดายังเป็นจุดอ่อน เพราะยังไม่มีรายการที่ดึงคนดูต่อเนื่องได้ แต่เดือนพฤษภาคมนี้จะเติมรายการข่าว วาไรตี้ สาระบันเทิงเข้ามา เช่น รายการเห็นกับตา Team Ninja Warrior ซิตคอมคิดดีคลินิก เป็นต้น ซึ่งจะค่อย ๆ สร้างผังในช่วงไพรม์ไทม์ตั้งแต่ 20-22.30 น.ให้แข็งแรงก่อน หลังจากนั้นจะค่อย ๆ

สร้างผังรายการในช่วงเวลาอื่น ๆ ต่อไป คาดว่าไตรมาส 4 ปีนี้สัดส่วนรายการใหม่จะเพิ่มเป็น 60-70% เมื่อเทียบกับปีก่อน

Q : การดึงคุณพลากร สมสุวรรณ อดีตผู้บริหารช่อง 7 เข้ามาร่วมทีมบริหาร จะเพิ่มความแข็งแกร่งด้านใด

ต้องยอมรับว่า พี่หน่อง (พลากร สมสุวรรณ) เชี่ยวชาญในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องคอนเทนต์ ดังนั้นการดึงพี่หน่องเข้ามาครั้งนี้ก็ถูกวางให้เข้ามารับผิดชอบด้านคอนเทนต์ หนึ่งในนั้น คือ ละคร ส่วนละครที่เป็นเอกลักษณ์ของพีพีทีวีจะเป็นอย่างไรนั้น อยู่ระหว่างวางแผน เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้ชัดเจน ทั้งนี้การผลิตละครนั้น อาจจะต้องใช้ระยะเวลา เพราะพี่หน่องเองก็เพิ่งเข้ามาทำงาน ประกอบกับการผลิตละครต้องใช้เวลา เพราะมีความซับซ้อนหลายเรื่อง ทั้งบุคลากร บทประพันธ์ คนเขียนบท ผู้กำกับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แต่จะเริ่มให้เร็วที่สุด อย่างช้าก็อาจจะเป็นปีหน้า หรือเร็วที่สุดไตรมาส 4 ปีนี้ ก็อาจจะได้เห็นละครของพีพีทีวี

Q : พีพีทีวีต้องการให้ผู้ชมมองคอนเทนต์ของช่องเป็นแบบไหน และปัจจุบันกลุ่มคนดูหลักของช่องคือใคร

อยากให้คนดูมองพีพีทีวีเป็นช่องที่มีคอนเทนต์ที่ดี มีคอนเทนต์ระดับโลก ซึ่งยึดแนวทางนี้มาตลอดตั้งแต่วันแรกที่ออกอากาศ ดังนั้นคอนเทนต์ที่เลือกมาก็มีทั้งคอนเทนต์ไทยและต่างประเทศ ล่าสุดเตรียมนำหนังบล็อกบัสเตอร์ (Blockbuster) เข้ามาออกอากาศในช่องด้วย เร็ว ๆ นี้ด้วย

สำหรับกลุ่มคนดูหลัก ๆ ปัจจุบันคือกลุ่มผู้ชาย เพราะพีพีทีวีชัดเจนเรื่องกีฬา ถือว่าส่งผลดีต่อเอเยนซี่และสินค้าที่เจาะกลุ่มผู้ชาย ขณะที่ระยะยาวจะเป็นแบบนี้ไม่ได้ ทำให้บริษัทพยายามเปลี่ยนโปรไฟล์คนดูจากกลุ่มผู้ชายเป็นกลุ่มผู้หญิง ครอบครัวมากขึ้น เพื่อสร้างความหลากหลายด้วยการทยอยเติมคอนเทนต์บันเทิง วาไรตี้ เข้ามาในปีนี้