ลุ้น! เครื่องใช้ไฟฟ้าโตสะดุด 4 เดือนฝืดหนัก/ระดมไฮไลต์ปลุกไม่หยุด

เปิดตัวเลข 4 เดือนแรก “เครื่องใช้ไฟฟ้า” ฝืดหนัก เร่งปูพรมทีวี-ตู้เย็น-เครื่องซักผ้า-เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กเจาะลูกค้าตลาดบน ลุ้นตลาดรวม 2.4 แสนล้านบาทโตต่อเนื่อง สารพัดโปรโมชั่นนวัตกรรมสินค้าใหม่ ปรับราคาเร้าใจ หวังอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น-สีสันปลายปีหนุน

แม้ว่ากลุ่ม “ทีวี” จะเป็นสินค้าที่ผลักดันการเติบโตตลาดรวมในช่วงมหกรรมฟุตบอลโลกให้สามารถขยับเดินต่อไปได้ แต่ในช่วง 4 เดือนแรก หลายสินค้าที่เป็นไฮไลต์และความหวังกลับมีการเติบโตได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะตลาดเครื่องปรับอากาศที่ติดลบจากอากาศที่ไม่เป็นใจ อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังยังคงเป็นความหวังที่จะเร่งยอดขายด้วยสินค้าและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาต่อเนื่อง

4 เดือนแรกฝืดหนัก

นายจักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสบริหารสินค้า บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ฉายภาพตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอที มูลค่า 2.4 แสนล้านบาท ว่า 4 เดือนแรกตลาดไม่มีการเติบโต เนื่องจากหมวดสินค้าหลักอย่างมือถือ ซึ่งมีสัดส่วน 40% ยังขาดนวัตกรรมใหม่ ๆ มากระตุ้นการซื้อ ในขณะที่แอร์หดตัวจากสภาพอากาศไม่เป็นใจ ด้านตู้เย็นและเครื่องซักผ้าเติบโตเล็กน้อย ประมาณ 7-8% และ 4-5% ตามลำดับ เช่นเดียวกับทีวี เติบโต 9-10% มีเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กที่เติบโตระดับเลข 2 หลัก แต่ก็มีสัดส่วนน้อยเทียบกับมูลค่าตลาด

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือน พ.ค. รวมถึงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโตจากหลายปัจจัย ทั้งกำลังซื้อเริ่มฟื้นตัวสะท้อนจากดีมานด์สินค้าราคาสูงทั้งตู้เย็นและเครื่องซักผ้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเทศกาลช็อปปิ้งต่าง ๆ ตั้งแต่ฟุตบอลโลก ซึ่งคึกคักกว่าครั้งก่อนมากจะกระตุ้นให้ทั้งปีทีวีเติบโตถึง 12-15% หลังจากทรงตัวมา 2 ปี ต่อด้วยหน้าฝนที่เป็นฤดูขายเครื่องซักผ้า-ตู้เย็น จนถึงปีใหม่ที่เป็นโอกาสของเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก

ทีวีปลุกแรงดัมพ์ราคา 30-60%

นอกจากนี้ กระแสอีสปอร์ตช่วยกระตุ้นตลาดคอมพิวเตอร์ เช่นเดียวกับการระดมทำตลาดหนักหน่วงของแบรนด์และร้านค้า ทั้งลอนช์สินค้าใหม่เน้นฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวก สุขภาพและการประหยัดไฟ พร้อมกับแคมเปญลดแลกแจกแถม เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อรุ่นใหม่ทดแทนของเก่า ด้วยปัจจัยบวกเหล่านี้จึงเชื่อว่าทั้งปีตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีจะเติบโตไม่น้อยกว่า 3%

“ปีนี้แบรนด์และร้านค้าถือเป็นกำลังหลักที่ขับเคลื่อนตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า ด้วยการโหมทำตลาดเข้มข้นถึงใจ เห็นได้ชัดจากการทำราคาทีวีจอใหญ่ 50 นิ้วขึ้นไป ลดลงถึง 30-60% จนผู้บริโภคต้องยอมควักกระเป๋า”



ทั้งนี้ บริษัทจะเดินหน้าจัดแคมเปญตามช่วงเทศกาลต่าง ๆ เน้นสินค้าทีวี เครื่องซักผ้า ตู้เย็น และคอมพิวเตอร์ ที่ทำผลงานได้ดีใน 5 เดือนแรก ช่วยให้รายได้เติบโต 6% พร้อมปรับเทคนิคการขายของพนักงาน เน้นดึงลูกค้าให้อยู่ในร้านนานขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสการขายในแต่ละครั้ง โดยเน้นการสาธิตและทดลองใช้งานสินค้า เพื่อย้ำจุดขายด้านฟังก์ชั่นและนวัตกรรม รวมถึงกระตุ้นการตัดสินใจด้วยส่วนลดและผ่อน 0% เพื่อดึงดูดผู้บริโภคกลุ่มกลางบน

ตลาดบนยังคงจับจ่าย

นายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดบน-พรีเมี่ยมยังมีกำลังซื้อ เห็นชัดเจนจากการเติบโตของทีวีกลุ่มโอแอลอีดีทีวี ที่มีแนวโน้มเติบโต 1 เท่าตัว จาก 300 ล้านบาท เป็น 600 ล้านบาท เนื่องจากผู้บริโภคเข้าใจตัวสินค้ามากขึ้น พร้อมราคาที่ปรับลดลง 20-30% จากเริ่ม 1.2 แสน มาเป็น 8.9 หมื่นบาท

เพื่อรับกระแสนี้ จึงเดินหน้าลอนช์โอแอลอีดีทีวี 4 ซีรีส์ ขนาด 55-77 นิ้ว และแอลซีดีทีวี 4K อีก 4 ซีรีส์ ขนาด 49-75 นิ้ว พร้อมนวัตกรรมอำนวยความสะดวกด้วยฟังก์ชั่น ThinQ AI ระบบเอไอสำหรับควบคุมการทำงานด้วยเสียงได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ และจะเดินหน้าสร้างการรับรู้นวัตกรรมเอไอและโอแอลอีดีทีวี เพื่อย้ำจุดเด่นและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง

ขยายไลน์อัพปลุกครึ่งหลัง

ด้าน นายไบรอัน จ้าว ประธานบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า แม้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าครึ่งปีหลังจะเติบโตสูงกว่าครึ่งปีแรกตามการเติบโตของจีดีพี และเทศกาลสีสันต่าง ๆ โดยนอกจากทีวีแล้วจะมีตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กเป็นหัวหอกในการเติบโต โดยบริษัทได้ขยายไลน์อัพสินค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นแมสหรือพรีเมี่ยม เช่น เพิ่มเครื่องซักผ้าแบบ 2 ฝาและฝาหน้า ตู้เย็นแบบไซด์บายไซด์และมัลติดอร์ เครื่องปั่นน้ำผลไม้

พร้อมอัพเกรดไลน์สินค้าเดิมอย่าง เตาไมโครเวฟแบบพื้นฐาน หม้อหุงข้าว และเครื่องทำน้ำอุ่น ในดีไซน์ใหม่ ๆ โดยสินค้าระดับบน-พรีเมี่ยมจะเข้าสู่ตลาดช่วงไตรมาส 4 ขณะเดียวกันเดินหน้าจับมือพันธมิตรจัดเซลเอาต์โปรโมชั่นทั้งลดแลกแจกแถมเพื่อกระตุ้นการขาย รวมถึงปรับพื้นที่ขายให้ทันสมัยขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับทั้งคู่ค้าและผู้บริโภค หลังหยุดทำตลาดไปหลายปี มั่นใจว่าไลน์สินค้าใหม่และกลยุทธ์ที่ใกล้ชิดกับพันธมิตรมากขึ้นนี้ จะช่วยให้ปี 2561 สามารถทำรายได้ 3.9 พันล้านบาท เติบโต 20% แน่นอน

กล้องดิจิทัลหดตัว

นายสิทธิเวช เศวตรพัชร์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ผลิตภัณฑ์กล้องดิจิทัล อิเมจิ้น บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดกล้องดิจิทัล 2,250 ล้านบาท ไตรมาสแรกหดตัวทั้งด้านมูลค่าและจำนวนเครื่อง 2.4% และ 13% ตามลำดับ โดยเซ็กเมนต์กล้องมิเรอร์เลสมูลค่ารวม 1,380 ล้านบาท หรือ 61% ของตลาดหดตัว 7% อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ช่วงปลายปีจะช่วยกระตุ้นตลาด


โดยบริษัทเดินหน้าทำตลาดทั้งออนไลน์ และออนกราวนด์ รวมถึงมิวสิกมาร์เก็ตติ้งอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้ทดลองสินค้าเพื่อจูงใจผู้บริโภค คาดว่าจะขยับมาร์เก็ตแชร์ด้วยมูลค่าเป็น 50% และเป็นผู้นำตลาด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ