เดนทิสเต้ระดมสินค้าใหม่ปลุกตลาดยาสีฟันระดับบน

“ออรัลแคร์” พรีเมี่ยมโตต่อเนื่อง เดนทิสเต้เดินหน้าขยายฐานลูกค้า ระดมสินค้าใหม่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ พร้อมผุดแคมเปญวิ่งย้ำการรับรู้ เล็งต่อยอดแบรนด์แตกไลน์สินค้านอกกลุ่มออรัลแคร์

เภสัชกร ดร.แสงสุข พิทยานุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมูท อี จำกัด และบริษัท สยาม เฮลท์ กรุ๊ป จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลช่องปาก “เดนทิสเต้” กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดรวมผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลช่องปาก หรือออรัลแคร์มูลค่าประมาณ 18,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 3% โดยมียาสีฟัน 10,000 ล้านบาทเป็นเซ็กเมนต์ใหญ่ที่สุด ซึ่งในกลุ่มของยาสีฟันพรีเมี่ยมยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป คนใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ยินดีจ่ายสำหรับสินค้าที่ดี มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสุขภาพฟันและช่องปากมากขึ้น มีโอกาสเพิ่มความถี่ในการแปรงฟันต่อวันและใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลช่องปากหลากหลายขึ้น

ดังนั้น เพื่อรับกับโอกาสดังกล่าว ต่อจากนี้ เดนทิสเต้จึงมีแผนขยายฐานลูกค้าต่อเนื่อง โดยจะเน้นจับกลุ่มระดับบน ได้แก่ เอถึงบีบวก เพราะปัจจุบันเดนทิสเต้ยังมีส่วนแบ่งเพียง 7% ยังขยายตัวได้มากเมื่อเทียบกับตลาดรวมยาสีฟันทั้งหมด ด้วยการส่งนวัตกรรมสินค้าใหม่ ๆ ต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย อาทิ ยาสีฟันพลัสไวท์พรีเมี่ยมแคร์, แปรงสีฟันสำหรับกลางวัน-กลางคืน, น้ำยาบ้วนปากที่แปรงฟันได้ เมาท์สเปรย์ ฯลฯ ทำให้ตอนนี้เดนทิสเต้มีสินค้าสำหรับดูแลช่องปากครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ รวมทั้งมองโอกาสต่อยอดความแข็งแรงของแบรนด์ที่เกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ เพื่อนำเสนอสินค้าใหม่ ๆ

นอกจากกลุ่มออรัลแคร์ด้วยในอนาคตควบคู่กับการสื่อสารสร้างแบรนด์ที่เน้นสร้างความแตกต่าง เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในเชิงอารมณ์ (อีโมชั่นนอล) ผ่านการสื่อสารและการทำกิจกรรมการตลาดต่าง ๆ ตอกย้ำกลยุทธ์เฮลตี้รีเลชั่นชิป ตามคอนเซ็ปต์ของสินค้า ยาสีฟันที่คนข้าง ๆ แนะนำให้ใช้

ล่าสุด จัดกิจกรรมให้คู่รักจับมือวิ่งในงาน “Holding Hands Together Run” ช่วงเดือนสิงหาคมนี้ และต่อจากนี้เตรียมดึงคนดังระดับโลกมาทำแคมเปญสร้างการรับรู้แบรนด์ ทำกิจกรรมไวรัลต่าง ๆ เพิ่มเติมด้วยตลาดแข่งขันกันสูง สิ่งสำคัญจึงต้องมีโพซิชันนิ่งที่ชัดเจน และทำโพซิชันนิ่งนั้นให้แข็งแรงอยู่เสมอ

ซึ่งตอนนี้ เดนทิสเต้ค่อนข้างแข็งแรง เพราะมีสินค้าที่ตอบโจทย์ มีนวัตกรรมอยู่ตลอด มีการกระจายสินค้าที่ทั่วถึงมากขึ้น รวมทั้งมีสื่อออนไลน์เข้ามาช่วยให้สื่อสารทำได้ง่ายขึ้น ไม่แพงเหมือนแต่ก่อน ทำให้เกิดการพูดถึงบอกต่อได้ในวงกว้างมากขึ้น


สำหรับเดนทิสเต้แข่งขันในเซ็กเมนต์พรีเมี่ยม ราคาหลอดละ 150 – 200 บาท สูงกว่ายาสีฟันทั่วไปในตลาด แต่หนึ่งหลอดใช้ได้นาน เรื่องสภาพเศรษฐกิจชะลอตัวจึงไม่มีผลกับเดนทิสเต้มากนัก เพราะผู้บริโภคยังคงต้องการสินค้าที่ดี คุ้มราคา ทำให้ยังเติบโตได้ต่อเนื่องแม้จะไม่ค่อยทำโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม