นาฬิกา 4.5 หมื่นล้านแข่งเดือด “พารากอน” เร่งอัดกำลังซื้อ

“พารากอน” ทุ่มงบฯก้อนโตจัดวอตช์ เอ็กซ์โป หวังปลุกตลาดนาฬิกา 4.5 หมื่นล้านคึกคักรอบใหม่ ก่อนพาเหรด 180 แบรนด์ดัง โปรโมชั่นจัดเต็ม ทั้งส่วนลด เครดิตเงินคืน ผ่อน 0% จูงใจกำลังซื้อคนไทย-นักท่องเที่ยว คาดกระตุ้นยอดแผนกนาฬิกาเติบโต 8-10%

นางสาวชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานกิจกรรมการตลาดและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ตลาดนาฬิกาในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 45,900 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มลักเซอรี่ 20% ไฮเอนด์ 34.85% กลาง 30.62% และแฟชั่น 14.53% ในปีนี้คาดว่าแบรนด์หรู ไฮเอนด์ หรือนาฬิการุ่นลิมิเต็ด ยังคงรักษาการเติบโตได้ดี แต่กลุ่มนาฬิกาที่ราคาต่ำกว่า 30,000 บาท จะแข่งขันรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะกับคู่แข่งอย่างสมาร์ทวอตช์ ตามไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่


ขณะเดียวกัน ตลาดก็แข่งขันกันรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ด้านกลไกราคา เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายขึ้น อาทิ กลุ่มไฮเอนด์ หันมาแตกไลน์เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง เช่น TAG Heuer, Breitling, Longines, Mido เป็นต้น ขณะเดียวกันเมื่อเทรนด์ของนาฬิกาสมาร์ทวอตช์มาแรง กลุ่มนาฬิกาหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ก็เพิ่มฟังก์ชั่นเพื่อตอบสนองลูกค้ากลุ่มดังกล่าวด้วย เช่น TAG Connected, Frederique constant, Al-pina, Michael Kors Access, Fossil Q และ Diesel On เป็นต้น

ทั้งนี้เพื่อรับกับโอกาสดังกล่าว บริษัทได้ทุ่มงบฯ 45 ล้านบาท จัดงานวอตช์ เอ็กซ์โป 2018 ภายใต้คอนเซ็ปต์ The Unique Timepieces รวมนาฬิกากว่า 180 แบรนด์ ครอบคลุมทั้งกลุ่มนาฬิกาแฟชั่นไปจนถึงลักเซอรี่ โดยมีทั้งส่วนลดสูงสุด 50% เครดิตเงินคืนสูงสุด 30% โปรแกรมแบ่งชำระ 0% สูงสุด 10 เดือน ฯลฯ ระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม-9 สิงหาคม ที่สยามพารากอน

เพื่อกระตุ้นยอดขายตลาดนาฬิกาในช่วงครึ่งปีหลังให้เติบโต 8-10% ซึ่งคาดว่าแคมเปญนี้จะได้รับความสนใจทั้งจากคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มคนจีนที่นิยมมาช็อปนาฬิกาในไทยมากขึ้น เนื่องจากภาษีนำเข้านาฬิกาอยู่ที่ 5% และภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% เมื่อเทียบกับจีน ซึ่งมีภาษีนำเข้าสูงถึง 30% โดยแบรนด์ที่นักท่องเที่ยวจีนให้ความนิยมได้แก่ Omega, Longines, Mido, Tissot, Frederique Constant, Gucci, Bulova เป็นต้น

“ครึ่งปีหลังผู้บริโภคชาวไทยยังคงมีกำลังซื้อและพร้อมที่จะใช้จ่ายในสิ่งที่พึงใจ โดยเฉพาะอย่างในกลุ่มสินค้าที่ตอบสนองความต้องการส่วนบุคคล ซึ่งสินค้าลักเซอรี่คือหนึ่งในนั้น เห็นได้จากผลสำรวจของงานวิจัยต่าง ๆ พบว่าสินค้าลักเซอรี่ในปัจจุบันที่คนไทยนิยมซื้อสูงสุดคือนาฬิกาที่มีสัดส่วนมากถึง 21% รองลงมาคือเสื้อผ้าแบรนด์เนม 17% และสินค้ากลุ่มสกินแคร์ 14% โดยเหตุผลการซื้อสินค้าลักเซอรี่ของคนไทยคือ ซื้อเพื่อให้รางวัลตัวเองเป็นส่วนใหญ่ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือเรื่องของโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย ซึ่งมีบทบาทกับการตัดสินใจซื้อเป็นอย่างมากในปัจจุบัน”