รับอานิสงส์ บอลโลก ยอดช็อป “ค้าปลีก” รัสเซียโตพุ่ง

คอลัมน์ Market Move

การได้สิทธิเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกนั้น นอกจากจะเพื่อแสดงศักยภาพและสร้างการรับรู้ไปทั่วโลกแล้ว ยังหวังให้บรรยากาศของมหกรรมกีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลกนี้ช่วยดึงดูดเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางเข้ามาชมการแข่งขัน และกระตุ้นการจับจ่ายทั้งด้านสินค้าและอาหารการกินของผู้คนในประเทศไปพร้อมกันด้วย

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเจ้าภาพหลายประเทศต่างล้มเหลวในการใช้โอกาสนี้กระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากเม็ดเงินที่ได้มาตลอดช่วงการแข่งขันนั้น ไม่คุ้มค่ากับเงินลงทุนเพื่อจัดงานซึ่งมักพุ่งสูงกว่าที่ประเมินเอาไว้หลายเท่าเสมอ รวมถึงบางครั้งทีมเจ้าภาพพลาดท่าตกรอบเสียก่อนจนกระแสตกลง โดยในรอบ 12 ปีที่ผ่านมามีเพียงแอฟริกาใต้เท่านั้นที่สามารถกระตุ้นยอดขายในธุรกิจค้าปลีกได้ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการแข่งขันหรือ พ.ค.ถึง ส.ค.รวม 4 เดือนติดต่อกัน แม้ทีมชาติจะไม่ได้เข้ารอบลึกก็ตาม

แต่ล่าสุดสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัสเซียในฐานะเจ้าภาพครั้งล่าสุดมีแนวโน้มที่จะสามารถสร้างผลกำไรจากการจัดการแข่งขันมูลค่า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐครั้งนี้ได้เช่นกัน

หลังยอดขายของค้าปลีกเดือน มิ.ย.เติบโต 3% ต่อเนื่องจากการเติบโต 2.4% ในเดือน พ.ค. นับว่ารักษากระแสได้ดีเทียบกับเยอรมนีเจ้าภาพปี 2006 และบราซิลเจ้าภาพปี 2014 ที่มีการเติบในเดือน พ.ค.เพียงเดือนเดียว

สอดคล้องกับตัวเลขจากผู้ค้าปลีกรายหลักของรัสเซีย อาทิ “แม็กนิต” (Magnit) ผู้ค้าปลีกอาหารรายใหญ่ที่สุดของประเทศ และ “เอ็ม.วิดีโอ” (M.Video) เชนร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ออกมาเปิดเผยว่า ยอดขายช่วงเดือน มิ.ย.เติบโตสูงกว่าที่คาดเอาไว้ โดยซูเปอร์มาร์เก็ตของแม็กนิตสาขาในเมืองที่จัดการแข่งขันมีลูกค้าเพิ่มขึ้น 45-63% ตั้งแต่ 2 สัปดาห์แรก และดีมานด์อาหารและเครื่องดื่มเพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับยอดขายทีวีของเอ็ม.วิดีโอซึ่งเพิ่มขึ้น 20% เทียบกับปีก่อน

ไปในทิศทางเดียวกับ “โรซินเตอร์ เรสเตอรองต์ส โฮลดิ้ง” (Rosinter Restaurants Holding) ผู้บริหารเชนร้านอาหาร 249 สาขาทั่วประเทศรายงานว่า ยอดขายเพิ่มขึ้น 30% จากลูกค้าต่างชาติที่เพิ่มขึ้นจาก 10-15% เป็น 90%

ด้านนักวิเคราะห์มองว่า การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งมีผลจากแผนขึ้นภาษีการขายหรือแวตจาก 18% เป็น 20% ซึ่งประกาศออกมาก่อนการแข่งขัน แม้จะมีผลในปีหน้า แต่เริ่มสร้างความกังวลให้กับผู้บริโภค ที่เริ่มซื้อสินค้าไว้ล่วงหน้า

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสขาขึ้นนี้ บรรดาห้างสรรพสินค้าในกรุงมอสโกกลับมียอดขายลดลง โดยบริษัทวิจัยวินคอม (Wincom) เปิดเผยว่า ยอดขายของห้างสรรพสินค้าเหล่านี้ ช่วง มิ.ย.ถึงต้น ก.ค.ไม่ดีนัก “โรมัน สโคโรโฮดอฟ” ประธานบริษัทมอสโก รีเทล คอนซัลแทนต์ อธิบายว่า ในช่วงการแข่งขัน ผู้บริโภคหันไปช็อปและรวมตัวกันในย่านใจกลางเมืองมากกว่า ทำให้ร้านค้าร้านอาหารขนาดเล็กที่อยู่ตามริมถนนได้รับอานิสงส์มากกว่าห้างสรรพสินค้า ยกเว้นบางแห่งที่รับมือด้วยการจัดโซนสำหรับแฟนบอลไว้ ยังสามารถดึงลูกค้าเข้าไปได้

ดังนั้นต้องรอดูกันว่าหมีขาวรัสเซียจะมีมาตรการเด็ดอะไรออกมากระตุ้นให้สามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตของค้าปลีกนี้ให้ยืดยาวไปอีก 2 เดือน หรือจะกลายเป็นอีก 1 ประเทศที่ต้องเผชิญความล้มเหลวจากการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาระดับโลก