“ไฮเนเก้น” เปิดตัวสตรองโบว์ เจาะเซ็กเมนต์ใหม่ดันยอด

ไฮเนเก้น” ส่ง “สตรองโบว์” เจาะตลาดไซเดอร์ เพิ่มทางเลือกมัดใจคนรุ่นใหม่-สู้ศึกแอลกอฮอล์พรีเมี่ยม ก่อนรุกหนักมิวสิกมาร์เก็ตติ้ง ส่ง 4 แคมเปญกระตุ้นครึ่งปีหลัง คาดทั้งปียอดขายเติบโต 7% สวนทางตลาดเบียร์ภาพรวมติดลบ

นางสาวภัททภาณี เอกะหิตานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์ไฮเนเก้น กลุ่มบริษัททีเอพี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดว่า กลุ่มบริษัททีเอพีได้นำแบรนด์ “สตรองโบว์” เครื่องดื่มไซเดอร์ หรือแอลกอฮอล์ที่หมักจากน้ำแอปเปิลเข้ามาทำตลาด เพื่อเสริมพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มพรีเมี่ยมของบริษัทให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อแข่งขันกับตลาดแอลกอฮอล์นำเข้า คราฟต์เบียร์ ฯลฯ ที่ได้รับความนิยมมาก และเป็นทางเลือกให้กับกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่ จากเดิมที่มีเพียงเบียร์ไฮเนเก้น กินเนส และคิลเคนนี่

โดยวางจำหน่ายทั้งหมด 3 รสชาติ ได้แก่ โกลด์ แอปเปิ้ล, เร้ดเบอร์รี่ และฮันนี่ เบื้องต้นใช้การกระจายสินค้าผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด และร้านสะดวกซื้อ อาทิ ลอว์สัน 108, แฟมิลีมาร์ท, วิลล่ามาร์เก็ต, กูร์เมต์มาร์เก็ต, ท็อปส์, บิ๊กซี ฯลฯ ในขนาด 330 มล. ราคา 59 บาท

ส่วนการตลาดในช่วงครึ่งปีหลังของแบรนด์ไฮเนเก้น ได้ให้น้ำหนักกับการทำมิวสิกมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น ทำควบคู่กันกับจากเดิมที่เน้นสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง เนื่องจากมองว่าดนตรีเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึงผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ได้ง่ายกว่า ทำให้แผนการตลาดในครึ่งปีหลังยังคงโฟกัสการใช้แพลตฟอร์มของดนตรี สร้างคุณค่าของแบรนด์ไฮเนเก้น (Brand Equity) ในฐานะผู้นำตลาดเบียร์พรีเมี่ยมให้ชัดเจนมากขึ้น

โดยจะมีทั้งหมด 4 แคมเปญ เข้าไปกระตุ้นการรับรู้แบรนด์และยอดขายในช่องทางต่าง ๆ เช่น แพ็กเกจจิ้ง ลิมิเต็ด เอดิชั่น 4 ดีไซน์ ในรูปแบบขวดแก้ว ขนาด 325 มล. 630 มล. สลีคแคนขนาด 320 มล. และ 490 มล. วางจำหน่ายเดือนสิงหาคม-ตุลาคม, ไฮเนเก้น ไลฟ์ แอคเซส งานเทศกาลดนตรีที่จัดขึ้นในอัมสเตอร์ดัม, เดอะ เทค โอเวอร์ อีเวนต์ออนกราวนด์และคอนเสิร์ต ที่เข้าไปจัดในเอาต์เลตทั่วประเทศ ตลอดจนการเข้าไปเป็นสปอนเซอร์คอนเสิร์ตให้กับวงเดอะเชนสโมคเกอร์ ในเดือนกันยายน

“แม้ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะหันมาใช้กลยุทธ์มิวสิกมาร์เก็ตติ้งแข่งขันกัน แต่ไฮเนเก้นจะมีจุดแข็งคือการมีเน็ตเวิร์กอยู่ทั่วโลกสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ เช่น การที่ไฮเนเก้นไทยเลือกจัดกิจกรรมส่งตัวแทนไปงานเทศกาลดนตรี EDM ในอัมสเตอร์ดัม ที่ไฮเนเก้นเนเธอร์แลนด์เป็นสปอนเซอร์ ตอบโจทย์ด้านประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้บริโภค ซึ่งเป็นการสร้างแบรนด์ในระยะยาว”

ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว คาดว่าจะผลักดันให้ไฮเนเก้นมียอดขายเติบโตต่อเนื่อง 7% ในปีนี้ โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีการเติบโตอยู่ที่ 4% และยังคงเป็นผู้นำตลาดเบียร์พรีเมี่ยมด้วยมาร์เก็ตแชร์ 79% หรือประมาณ 3% ของตลาดเบียร์ทั้งหมด ส่วนตลาดเบียร์ในภาพรวมครึ่งปีแรกติดลบ 4% มาจากการแข่งขันของเบียร์ในกลุ่มเมนสตรีมที่รุนแรง และเศรษฐกิจชะลอตัว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดเบียร์ในภาพรวมมีมูลค่าประมาณ 1.8 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดเบียร์พรีเมี่ยม 5% โดยแบรนด์หลักที่ทำตลาดในกลุ่มนี้ได้แก่ ไฮเนเก้น คาร์ลสเบิร์ก และเฟเดอร์บรอย ที่รีแบรนดิ้ง ปรับสูตร เปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งใหม่ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้ตลาดในกลุ่มนี้แข่งขันกันอย่างคึกคัก