ซีเจเอ็กซ์เพรสเร่งสปีดสาขา พ่วง “บาวคาเฟ่-นายน์บิวตี้”

“ซีเจ เอ็กซ์เพรส” ท้าชนรอบทิศ แจกหนัก-โปรโมชั่นอื้อ ทุ่ม 2 พันล้าน เร่งเครื่องขยายสาขา ผนึก “ท็อปแวลู-SCG Express” รองรับบริการสั่งของออนไลน์-ส่งพัสดุ ปั้น “บาวคาเฟ่-นายน์บิวตี้” บุกตลาดร้านกาแฟ-สะดวกซื้อความงาม

การก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจค้าปลีก ร้านสะดวกซื้อ ของแม่ทัพใหญ่คาราบาว “เสถียร เศรษฐสิทธิ์” ด้วยการซื้อกิจการ “ซีเจ เอ็กซ์เพรส” เมื่อ 5-6 ปีที่ผ่านมา พร้อมกับค่อย ๆ ทุ่มเม็ดเงินอีกหลายร้อยล้านบาทในการวางโครงสร้าง วางระบบต่าง ๆ อัพเกรดระบบไอทีให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับการแข่งขัน และการเตรียมความพร้อมในการขยายตัวแบบก้าวกระโดดในช่วงต่อจากนี้ ล่าสุด “เสถียร ได้เปิดทางให้ลูกชายคนโต “วีรธรรม เศรษฐสิทธิ์” เข้ามาดูแลธรุกิจนี้

ทุ่ม 2 พันล้านขยายสาขา

นายวีรธรรม เศรษฐสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเจ เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารร้าน “ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่บริษัทได้มีการลงทุนระบบแบ็กออฟฟิศครั้งใหญ่ช่วงปีที่ผ่านมา รวมถึงได้มีการปรับโครงสร้างการบริหาร ปรับรูปแบบและโมเดลร้าน บริษัทพร้อมรุกตลาดมากขึ้น ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มขยายสาขาเพิ่มมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะใช้งบลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท เพื่อขยายสาขาให้ครบ 600 สาขา ภายในปี 2563 จากปัจจุบันมีสาขาประมาณ 300 แห่งทั่วประเทศ ในครึ่งปีหลังนี้ตั้งเป้าจะเปิดสาขาใหม่เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าเดือนละ 10 สาขา จากนั้นมีแผนที่จะนำบริษัทเข้าระดมทุนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ


สำหรับยุทธศาสตร์การขยายสาขาในช่วงแรกนี้จะเน้นโลเกชั่นในพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ซีเจ เอ็กซ์เพรส แข็งแกร่งอยู่แล้ว เช่น นครปฐม ราชบุรี กาญจนบุรี ควบคู่กันนี้ก็จะขยายไปยังจังหวัดใหม่ ๆ มากขึ้น อาทิ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง อุทัยธานี สมุทรปาการ ตลอดจนพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน

“จุดเด่นของซีเจ เอ็กซ์เพรสคือการเป็นร้านสะดวกซื้อ แต่มีราคาสินค้าเท่ากับไฮเปอร์มาร์เก็ต และสินค้าภายในร้านจะเน้นไปที่ของกินของใช้ในบ้าน เน้นการเปิดสาขาในชุมชน”

กระหน่ำโปรฯแรงจูงใจ

นายวีรธรรมยังกล่าวด้วยว่า ซีเจ เอ็กซ์เพรส ยังใช้กลยุทธ์ทางการตลาดมาเพื่อจูงใจและกระตุ้นการตัดสินใจ โดยเฉพาะทำโปรโมชั่นต่าง ๆ อาทิ สินค้าราคาพิเศษทุกวัน โดยจะหมุนเวียนสินค้าไปทุกสัปดาห์, แคมเปญ “ซีเจ พุธ ถูกสุด” จัดขึ้นทุกวันพุธ เลือกสินค้าจัดโปรโมชั่นลดราคาตั้งแต่ 10 บาทไปจนถึง 100 กว่าบาท หรือซื้อ 1 แถม 1 และช่วงนี้มีการจัดแคมเปญครบรอบ 13 ปี แจกรางวัลทองคำทุกวัน เมื่อซื้อสินค้าครบ 250 บาท

นอกจากนี้ยังมีการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือซีอาร์เอ็ม (customer relationship management) ผ่านบัตรสมาชิก สบาย การ์ด เพื่อดึงลูกค้ากลับมาใช้จ่ายที่ร้านสม่ำเสมอ โดยให้สิทธิประโยชน์

นอกจากนี้ซีเจ เอ็กซ์เพรสทุกสาขายังเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยรวมทั้งได้ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์อีกหลายรายเพื่อเพิ่มสินค้าและบริการให้มีความครอบคลุมมากขึ้น เช่น ที่ผ่านมาได้จับมือกับเอสซีจี เอ็กซ์เพรส ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม เพื่อใช้หน้าร้านเป็นจุดส่งสินค้า และขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายใหญ่อีกราย หรือการจับมือกับผู้ให้บริการด้านอีคอมเมิร์ซในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ไอที “ท็อป แวลู่” จัดตั้งจอทัชสกรีนสำหรับกดสั่งสินค้าภายในร้าน โดยปัจจุบันมีสาขาที่ติดตั้งจอดังกล่าวมากกว่า 20 แห่ง และมีแผนจะนำจอทัชสกรีนนี้ไปติดตั้งในสาขาหรือทำเลที่มีศักยภาพต่อไป

ปั้น “บาวคาเฟ่-นายน์บิวตี้”

นายวีรธรรมกล่าวต่อไปว่า นอกจากสินค้าอุปโภคบริโภคที่เป็นสินค้าหลักแล้ว ภายในร้านยังมีบริการมุมกาแฟสด “บาว คาเฟ่” ที่ขายเครื่องดื่มกาแฟและซอฟต์ดริงก์อื่น ๆ เน้นราคาเข้าถึงง่าย เริ่มต้น 25 บาท และมีร้านสะดวกซื้อความงาม “นายน์ บิวตี้” ที่รวบรวมแบรนด์เครื่องสำอาง เมกอัพ สกินแคร์ มากกว่า 100 แบรนด์ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลัก 10 บาทไปจนถึงหลักร้อยบาท เข้าไปเปิดในลักษณะช็อปอินช็อปร่วมด้วย เพื่อช่วยดึงทราฟฟิกกลุ่มใหม่ ๆ เช่น วัยรุ่น ที่ต้องการสินค้าด้านความงาม และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เป็นการขยายฐานกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ ๆ เพิ่ม จากเดิมที่กลุ่มลูกค้าหลักของซีเจ เอ็กซ์เพรส เป็นครอบครัว แม่บ้าน พ่อค้า แม่ค้า ในชุมชนที่มีรายได้ปานกลาง

บริษัทตั้งเป้าว่าภายในปีหน้าจะนำฟอร์แมตของร้านบาวคาเฟ่และนายน์บิวตี้ออกไปเปิดสาขาตามย่านต่าง ๆ ในรูปแบบของร้านเดียว ๆ หรือสแตนด์อะโลน เพื่อสร้างการเติบโตนอกร้านซีเจฯ ให้มากขึ้น โดยจะเน้นโลเกชั่นในชุมชน เพื่อรองรับโอกาสการเติบโตของตลาดร้านกาแฟและร้านสะดวกซื้อความงามที่ได้รับความนิยมค่อนข้างสูงในปัจจุบัน

“เพื่อเพิ่มสปีดการขยายสาขาของซีเจ เอ็กซ์เพรสให้เร็วขึ้น ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนาโมเดลการขยายสาขาในรูปแบบของแฟรนไชส์ ซึ่งคาดว่าอาจจะใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง”

นายวีรธรรมยังระบุว่า สำหรับเป้าหมายของรายได้นั้น ปีนี้ตั้งเป้าไว้ประมาณ 12,000 ล้านบาท และภายในปี 2563 จะมีรายได้ 20,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2560 มีรายได้ 8,900 ล้านบาท จากปี 2559 ที่มีรายได้ 7,600 ล้านบาท และปี 2558 รายได้ 6,900 ล้านบาทผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับร้านสะดวกซื้อที่มีสาขามากที่สุดยังคงเป็นเซเว่น อีเลฟเว่น รวมประมาณ 10,200 สาขา รองลงมาเป็นโลตัส เอ็กซ์เพรส 1,500 สาขา แฟมิลีมาร์ท 1,100 สาขา มินิบิ๊กซี 800 สาขา และลอว์สัน 120 สาขา