เทรนด์สุขภาพบีบหนัก “เฮอร์ชีส์” ดึงสแน็กเสริมทัพ

คอลัมน์ Market Move

การปรับตัวรับมือกระแสสุขภาพยังคงเป็นโจทย์ท้าทายของบรรดาแบรนด์อาหาร เครื่องดื่มและขนม สะท้อนจากผลงานของบางรายที่ไม่น่าประทับใจนัก ล่าสุด “เฮอร์ชีส์” ยักษ์ขนมหวานสัญชาติสหรัฐ ได้เปิดเผยแผนรับมือเทรนด์สุขภาพของตนออกมาแล้วเช่นกัน

ทั้งนี้ “เฮอร์ชีส์” มีนโยบายจะเน้นเพิ่มความหลากหลายของพอร์ตโฟลิโอ ต่อยอดโนว์ฮาวด้านขนมหวานของตนไปทำตลาดกลุ่มขนมขบเคี้ยวที่เป็นมิตรกับสุขภาพตามเทรนด์ของผู้บริโภค พร้อมกับเสริมแกร่งและลดคู่แข่งในกลุ่มขนมหวานที่มีอยู่ ด้วยการทุ่มเม็ดเงินซื้อกิจการสตาร์ตอัพที่มีศักยภาพเข้ามา

สำนักข่าว “เดอะ วอลล์สตรีต เจอร์นัล” รายงานว่า เฮอร์ชีส์เดินหน้าขยายพอร์ตสินค้าเพิ่มไลน์อัพขนมขบเคี้ยวที่เป็นมิตรกับสุขภาพ ด้วยการเข้าซื้อกิจการที่มีศักยภาพเข้ามาเสริม อาทิ “ไพเรตส์ บูตตี้” (Pirate”s Booty) ผู้ผลิตขนมข้าวและข้าวโพดอบกรอบ พร้อมจุดขายด้านไม่ใช้สารสังเคราะห์ หลังจากก่อนหน้านี้ได้ซื้อกิจการบริษัท “แอมพลิไฟ” (Amplify) ผู้ผลิตข้าวโพดคั่วพรีเมี่ยม “สกินนี่พ็อป” (SkinnyPop) ที่ชูจุดขายเรื่องน็อนจีเอ็มโอและอื่น ๆ

เช่นเดียวกับด้านเซ็กเมนต์ขนมหวานซึ่งเฝ้าจับตาและเข้าซื้อสตาร์ตอัพมาแรงและมีแนวโน้มเติบโต เช่น “บาร์กทินส์” (BarkTHINS) แบรนด์ดาร์กช็อกโกแล็ตที่ได้รับความนิยมให้หมู่ผู้รักสุขภาพ เพื่อเสริมแกร่งและลดคู่แข่งไปพร้อมกัน ส่วนไลน์อัพสินค้าดั้งเดิมจะใช้กลยุทธ์ไซซิ่งใส่สินค้าหลายชิ้นใน 1 แพ็กเกจ เพื่อให้ลูกค้าสามารถแบ่งกินทีละน้อยได้

ส่วนสูตรยังคงเดิมเพื่อรักษาฐานแฟนคลับ พร้อมหนุนกิจการใหม่เหล่านี้ด้วยทรัพยากรและโนว์ฮาวจากการทำธุรกิจขนมหวานมานานกว่า 124 ปี ไม่ว่าจะเป็นทีมวิจัยพัฒนา-เครือข่ายโลจิสติกส์ เพื่อไม่ให้พลาดพลั้งเหมือนผู้เล่นรายอื่นในวงการ

“มิเชลล์ บักส์” ประธานและซีอีโอบริษัทเฮอร์ชีส์ อธิบายแนวคิดเบื้องหลังแผนการนี้ว่า ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้บริโภคต้องการของกินขณะเดินทาง หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ มากขึ้น เมื่อรวมกับเทรนด์สุขภาพซึ่งผลักดันให้ผู้คนหลีกเลี่ยงขนมหวานน้ำตาลสูง และแบ่งอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ จึงเป็นโอกาสของขนมขบเคี้ยว ส่วนขนมหวานนั้นจะแบ่งเป็นกลุ่ม ใส่นวัตกรรมช่วยให้เป็นมิตรกับสุขภาพมากขึ้น และกลุ่มสินค้าต้นตำรับเพื่อรับดีมานด์แฟน ๆ ที่ต้องการรสชาติดั้งเดิม

ความใกล้เคียงกันของทั้ง 2 เซ็กเมนต์ ทำให้สามารถนำโนว์ฮาวและทรัพยากรต่าง ๆ จากธุรกิจขนมหวานมาปรับใช้กับขนมขบเคี้ยวได้ด้วย จึงช่วยให้บริษัทซึ่งมีประสบการณ์ด้านนวัตกรรม ช่องทางขายและระบบบริหารสต๊อกได้เปรียบคู่แข่ง ผู้บริหารใหญ่ยังฉายภาพถึงอนาคตของเฮอร์ชีส์ในอีก 3-5 ปีว่า ความหลากหลายของสินค้าจะเป็นหัวใจสำคัญสำหรับธุรกิจ โดยทั้งขนมหวานและขนมขบเคี้ยวจะเป็นหัวหอกหลักช่วยสร้างรายได้ ด้วยตัวเลือกหลากหลายตั้งแต่ช็อกโกแล็ตเฮอร์ชีส์ คิส ซึ่งมีปริมาณแคลอรีเพียงชิ้นละ 25 กิโลแคลอรี หรือริชชี่ พีนัทบัตเตอร์ ที่แม้จะแคลอรีสูงกว่า แต่ 1 แพ็กจะแบ่งเป็น 4 ชิ้น เสริมด้วยกลุ่มขบเคี้ยวอย่าง ข้าวโพดคั่ว และขนมอบกรอบ สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการหลีกเลี่ยงน้ำตาลและแคลอรียิ่งขึ้นไปอีก

“แม้เทรนด์สุขภาพจะมาแรง แต่ในทางปฏิบัติ ผู้บริโภคยังทานอาหารหลากหลายทั้งเนื้อ ผัก ผลไม้ และแน่นอนว่าต้องมีขนมหวานด้วย แม้จะน้อยลงก็ตาม ดังนั้นจึงต้องเน้นความหลากหลาย เพื่อจับทุกโอกาสที่ผู้บริโภคต้องการของกิน”

Previous article“บิ๊กฉัตร” เผยหน่วยงานเกี่ยวข้องวางแผนใช้น้ำให้เหมาะสม รับมือผลกระทบเข้าสู่หน้าแล้งปี’62
Next article“เทย์เลอร์ สวิฟต์” ชวนแฟนเพลง “โหวต” เลือกตั้งกลางเทอม ขณะสุนทรพจน์รับรางวัลศิลปินแห่งปี AMA2018