ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ โชว์กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกพุ่ง 57.8% ลั่นปีนี้โตตามแผน

ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ โชว์กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกพุ่ง 57.8%-ลั่นปีนี้โตตามแผนพร้อมงัดกลยุทธ์เสริมแกร่งสินค้าโดนใจผู้บริโภค

‘ส. ขอนแก่นฟู้ดส์’ ชี้ไตรมาส 3/61 กำไรโต 20.7% อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มธุรกิจอาหารแปรรูป”เนื้อสัตว์-ทะเล”เพิ่มขึ้น บวกแรงผลักยอดขายขยายตัวในเกณฑ์ที่ดี ดันผลดำเนินงานงวด 9 เดือนแรก กำไรสุทธิพุ่ง 163 ล้านบาท ขยายตัว 57% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มั่นใจปีนี้เติบโตตามกลยุทธ์การตลาด ทั้งปรับตำแหน่งสินค้าและปรับปรุงกระบวนการผลิต ยกระดับคุณภาพสินค้า ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

นายเจริญ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส. ขอนแก่นฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SORKON ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์รายใหญ่ของไทย เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 3/61 (กรกฎาคม-กันยายน 2561) ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 724.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.8% เทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY)ที่มีรายได้รวม 690.6 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 45.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 37.7 ล้านบาท


ซึ่งมีปัจจัยมาจากการรุกขยายตลาดและบริหารต้นทุนโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้ ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 8.8% และค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงถึง 19.5% เพียงพอต่อการแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการขายและการบริหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ 4.5% ซึ่งมาจากการลงทุนพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพระบบงานด้านสารสนเทศและระบบการควบคุมภายในของบริษัทในเครือให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายเจริญ กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจที่มีอัตรายอดขายเติบโตได้ดี จะมาจากธุรกิจอาหารแปรรูปเนื้อสัตว์ (อาหารพื้นเมือง, อาหารขบเคี้ยวและอาหารแช่แข็งพร้อมทาน) ซึ่งเป็นกลุ่มรายได้หลัก สามารถทำยอดขายรวม 374.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% และธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป ทำยอดขายรวม 243.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% ส่วนธุรกิจฟาร์มสุกรมีรายได้รวม 58.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% จากปัจจัยราคาสุกรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน มีรายได้รวม 36.2 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเนื่องจากจำนวนสาขาที่ลดลงตามแผนกลยุทธ์การดำเนินงานที่ต้องการรุกให้บริการเดลิเวอรี่มากขึ้น เพื่อรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่

ทั้งนี้ จากศักยภาพการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-กันยายน 2561) มีอัตราการเติบโตก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิพุ่ง 57.8% หรือคิดเป็น 163.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 103.3 ล้าน และมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.2% หรือคิดเป็น 2,186.3 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,058.3 ล้านบาท

“เราขยายตลาดและบริหารจัดการด้านต้นทุนโดยรวมได้ดี ส่งผลต่ออัตราการทำกำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้เพิ่มขึ้นเป็น 32.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 31.2% โดยสามารถผลักดันกำไรขั้นต้นในกลุ่มธุรกิจอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์และธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป ซึ่งเป็นธุรกิจที่ทำสัดส่วนรายได้หลักเพิ่มขึ้นเป็น 17.7% และ 2.2% ตามลำดับ นอกจากนี้เรายังสามารถลดค่าใช้จ่ายทางการเงินลงได้ถึง 19.5% เนื่องจากมีการชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/61 และ 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิเติบโตได้อย่างโดดเด่น” นายเจริญ กล่าว

ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ นายเจริญกล่าวว่า บริษัทฯ จะทำตลาดผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ส. ขอนแก่น โดยปรับตำแหน่งสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพื้นเมือง ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการผลิตและปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ตราสินค้า ซึ่งหลังจากที่เริ่มดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าว พบว่ายอดขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารพื้นเมืองมีอัตราการเติบโตที่ดี ประกอบกับจะเร่งรุกขยายธุรกิจเดลิเวอรี่ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานในปีนี้เติบโตได้ตามแผนเป้าหมาย