M&S ปรับโครงสร้างราคาลง 30% ดึงขาช็อป

“มาร์คแอนด์สเปนเซอร์” เปิดศึกดัมพ์ราคาสู้ของหิ้ว ปรับโครงสร้างราคาใหม่ ลดสูงสุด 30% ทั้งร้าน ดึงนักช็อปไทย ซื้อเลยไม่ต้องรอ ครอบคลุม 13 ช็อปทั่วไทย-อีคอมเมิร์ซ ก่อนรุกแคมเปญสื่อสารออนไลน์-ยูทูบเบอร์ สร้างแบรนด์มัดใจคนรุ่นใหม่ ลดอายุแบรนด์

บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ผู้ได้รับสิทธิ์ในการบริหารร้านมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ (Marks & Spencer หรือ M&S) ในประเทศไทย รายงานว่า บริษัทได้ปรับโครงสร้างราคาใหม่ สำหรับสินค้าในร้านทุกแคทิกอรี่ อาทิ เสื้อผ้าแฟชั่น ชุดชั้นใน เครื่องสำอาง และอาหารต่าง ๆ ลงสูงสุด 30% เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ภายใต้แคมเปญ “New Prices You’ll Love” ซึ่งจะครอบคลุมทั้ง 13 สาขาของมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ในไทย ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลชิดลม, เซ็นทรัลสีลมคอมเพล็กซ์, เซ็นทรัลลาดพร้าว, เซ็นทรัลบางนา, เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัลพระราม 2, เซ็นทรัลพระราม 3, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เซ็นทรัลพัทยา, เซ็นทรัลเชียงใหม่, เซ็นทรัลภูเก็ต และ JTC (Outlet) ตลอดจนช่องทางอีคอมเมิร์ซผ่าน www.central.co.th และ www.Looksi.com

แหล่งข่าวในวงการแฟชั่น รายงานว่า มาร์คแอนด์สเปนเซอร์ ต้องการปรับราคาลงเพื่อจูงใจผู้บริโภคให้มาจับจ่ายที่ร้านมากขึ้น และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดแฟชั่นที่ดุเดือด โดยราคาใหม่จะใกล้เคียงกับการไปซื้อในช็อปที่ต่างประเทศ โดยเฉพาะอังกฤษ แต่ไม่ต้องเสียค่าตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางไป หรือการซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ไม่เป็นทางการ หรือที่เรียกว่าสินค้าหิ้ว ซึ่งเสี่ยงที่จะได้ของที่ไม่ตรงตามความต้องการ, ผิดไซซ์, ใส่ไม่ได้ ฯลฯ โดยเสื้อยืดราคาเริ่มต้น 490 บาท กางเกงยีนส์ราคาเริ่มต้น 1,290 บาท เสื้อเทอร์มอลใส่ให้ความอบอุ่น เริ่มต้น 900 บาท เป็นต้น


พร้อมกับการปรับกลยุทธ์การสื่อสารมาเน้นช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางของโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ ฯลฯ ทั้งการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า โปรโมชั่นการลดราคา และแคมเปญต่าง ๆ ตลอดจนการใช้อินฟลูเอนเซอร์ เช่น โมเม พาเพลิน-นภัสสร บุรณศิริ แฟชั่นบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง ผ่านยูทูบแชนเนล ซึ่งมียอดผู้ติดตามกว่า 1.4 แสนคน ทำคลิปรีวิวร้านค้า สินค้า หลังจากแบรนด์ได้ส่งแคมเปญ New Prices You’ll Love ปรับราคาลง เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น หลังจากที่ร้านได้พัฒนารูปแบบช็อป และสินค้ามาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพิ่มความทันสมัย คลาสสิก รองรับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น วัยทำงาน เพื่อเปลี่ยนภาพลักษณ์จากเดิมที่ค่อนข้างจับกลุ่มผู้ใหญ่เป็นหลัก

โดยสินค้าที่วางขายในร้านมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ ได้แก่ กลุ่มเสื้อผ้าแฟชั่น, เสื้อผ้าทำงาน, ชุดชั้นใน, รองเท้า, เครื่องสำอาง, ขนมขบเคี้ยว, คุกกี้, เครื่องปรุงต่าง ๆ, ไวน์ ฯลฯ ซึ่งหากเป็นเสื้อผ้าก็จะมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ไซซ์เล็กไปจนถึงพลัสไซซ์ หรือไซซ์ 20 ในขณะที่เสื้อทำงานผู้ชายก็จะมีฟิตติ้งให้เลือก อาทิ สลิม, เทลเลอร์, เรกูลาร์ เป็นต้น รวมถึงมีบริการเก็บทรงเสื้อ กางเกง ตามที่ลูกค้าต้องการ และการให้คำปรึกษาจากพนักงานภายในร้าน

ทั้งนี้ ภาพรวมของมาร์คแอนด์สเปนเซอร์ทั่วโลกก็อยู่ในช่วงของการปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่เปลี่ยนไปในสมรภูมิค้าปลีกอย่างเข้มข้นเช่นกัน โดยเฉพาะในอังกฤษ ที่มีแผนจะปิดสาขากว่า 100 แห่งภายในปี 2563 เนื่องจากพฤติกรรมการช็อปปิ้งของลูกค้าเปลี่ยนไปในช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้ยอดใช้จ่ายหน้าร้านลดลง ในขณะที่ร้านยังมีฟิกซ์คอสต์ เช่น ค่าเช่า และเงินเดือนพนักงานจำนวนมาก ทำให้กลยุทธ์ภาพรวมของแบรนด์ในระดับโกลบอล จะเน้นการพัฒนาโครงสร้างต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ประหยัดต้นทุนมากขึ้น พร้อมกับการเพิ่มน้ำหนักในช่องทางดิจิทัล เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleอคส.ชง “สนธิรัตน์” เคาะขาย มันเส้น-ข้าวโพดเก่าเก็บ 10 ปี
Next articleเสาร์อาทิตย์ร้อนจัด! กรมอุตุฯ เผยอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ภาคใต้ยังเจอฝนถล่ม