“สยามสปอร์ต” ปรับทัพใหม่ ชูคอนเทนต์กีฬาปั๊มรายได้

สยามสปอร์ต เร่งเครื่องสร้างแบรนด์ ชูจุดแข็งด้านคอนเทนต์กีฬา ผนึก “บีอิน สปอร์ต” ดึงไฮไลต์ฟุตบอล 4 ลีกดังให้ชมผ่านเว็บไซต์ ตั้งเป้า 3-5 ปี เล็งแตกไลน์ สู่ธุรกิจเสื้อผ้า สถาบันสอนกีฬา หวังสร้างการเติบโตในอนาคต

นายสรายุทธ มหวลีรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทต้องเปลี่ยนตัวเองจาก สื่อสิ่งพิมพ์ สู่สปอร์ตคอนเทนต์บิสซิเนส (Sport Content Business) นั่นคือ ต่อยอดจุดแข็ง ด้านสปอร์ตคอนเทนต์สู่ช่องทางอื่น ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างรายได้ในอนาคต

เป้าหมายธุรกิจ 3-5 ปีจากนี้ แบ่งเป็น 2 เฟส โดยเฟสแรก เน้นสร้างแบรนด์สยามสปอร์ตให้แข็งแกร่ง หนึ่งในนั้น คือ การขยายคอนเทนต์กีฬาสู่ธุรกิจดิจิทัล ภายใต้การดูแลของบริษัท สยามสปอร์ต ดิจิทัล มีเดีย จำกัด ดูแลเว็บไซต์สยามสปอร์ตทั้งหมด อีบุ๊ก แอปพลิเคชั่นต่าง ๆ และรับจ้างผลิตคอนเทนต์

ล่าสุด ร่วมกับ “บีอิน สปอร์ต” ส่งตรงความสนุกให้คอบอล ด้วยไฮไลต์ลิขสิทธิ์ฟุตบอล 4 ลีก และ 2 ถ้วยยุโรป เช่น พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลาลีก้า สเปน ซึ่งรับชมได้บนเว็บไซต์สยามสปอร์ต

เฟสต่อไป คือ การต่อยอดแบรนด์สยามสปอร์ต สู่ธุรกิจอื่น ๆ เช่น แตกไลน์สู่ธุรกิจเสื้อผ้ากีฬา จัดอีเวนต์กีฬา เปิดสถาบันสอนกีฬา เป็นต้น ซึ่งเร็ว ๆ นี้เตรียมเปิดตัวธุรกิจอีคอมเมิร์ซ จำหน่ายบัตรเข้าชมกีฬาด้วย

อย่างไรก็ตาม นายสรายุทธกล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจและรายได้หลักของบริษัทขณะนี้ยังมาจากธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ ปัจจุบันมีหนังสือพิมพ์กีฬาในเครือ 6 เล่ม และแมกาซีนกีฬา เช่น สตาร์ซอคเก้อร์ ฟุตบอลสยาม มวยสยาม เป็นต้น ซึ่งธุรกิจนี้มีแนวโน้มการเติบโตลดลงเรื่อย ๆ ตามภาพรวมตลาดสื่อสิ่งพิมพ์ ดังนั้น สิ่งที่บริษัทต้องทำ คือ รักษาการเติบโตให้แก่ธุรกิจสิ่งพิมพ์ก่อน เพื่อรอการขยายตัวของธุรกิจสื่อดิจิทัลที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ บริษัทยังดำเนินธุรกิจโทรทัศน์ ซึ่งรับจ้างผลิตรายการทีวี 3 ช่องให้แก่ทรูวิชั่นส์ ได้แก่ ที-สปอร์ต ช่องสยามสปอร์ตนิวส์ สยามสปอร์ตฟุตบอล รวมถึงรับผลิตสัญญาณถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพของไทย อีกทั้งมีธุรกิจอีเวนต์ด้วย

“บริษัทดำเนินธุรกิจสื่อมากกว่า 45 ปี ปัจจุบันมีสื่อครอบคลุม ชูจุดแข็งคอนเทนต์กีฬา ทั้งหนังสือพิมพ์กีฬา ผลิตรายการทีวี เว็บไซต์ข่าวกีฬา การปรับองค์กรที่เกิดขึ้นขณะนี้ เพื่อรองรับแนวโน้มของตลาดสื่อสิ่งพิมพ์ที่เติบโตลดลงต่อเนื่อง โดยการขยายสู่ดิจิทัลมากขึ้นถือจิ๊กซอว์ตัวสำคัญในการเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัล”

ทั้งนี้คาดว่ากลยุทธ์ที่วางไว้จะส่งให้ปีนี้มีรายได้จากธุรกิจสิ่งพิมพ์ 1,000 ล้านบาท ธุรกิจโทรทัศน์ 300-400 ล้านบาท ธุรกิจดิจิทัล 100 ล้านบาท ธุรกิจอีเวนต์ 150-200 ล้านบาท

นายสรายุทธกล่าวว่า สำหรับภาพรวมตลาดปี 2561 คาดว่าจะคึกคักขึ้น เพราะจะมีอีเวนต์ใหญ่ถึง 2 อีเวนต์ คือ ฟุตบอลโลก 2018 และเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้ภาพรวมของสยามสปอร์ตกลับมาเติบโตอีกครั้ง และด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดที่วางไว้จะทำให้ปี 2563 สยามสปอร์ตฟื้นกลับมามีกำไรอีกครั้ง

Previous articleมือดีแปะขอรับบริจาคของใช้สำนักงาน เหตุกองสาธารณสุขหลักหกไม่ได้งบ นายกเทศมนตรีปัดตอบ
Next article“ธนศักดิ์”มั่นใจ สนามช้างฯ จัดโมโตจีพี สร้างรายได้ท่องเที่ยวเข้าไทย