“ซิงเกอร์” หาพาร์ตเนอร์รอบทิศ “ฟรีแฟรนไชส์-จำนำทะเบียนรถ” ดันยอด

“ซิงเกอร์” สปีดธุรกิจ 360 องศาชิงดีมานด์ตลาด โฟกัสสินเชื่อทะเบียนรถรับเกณฑ์ดอกเบี้ยใหม่ 28% ด้านสินค้าขนไลน์อัพใหม่ตู้เติมเงินไฟติ้งชิงพื้นที่ ตจว. พ่วงแอร์อินเวอร์เตอร์-ตู้เย็นเรโทรตามเทรนด์ พร้อมเข้มเฟ้นคัดทั้งพนักงาน-ลูกค้าก่อนเดินหน้าเจรจาพันธมิตรหาสินค้า-บริการใหม่ ตั้งเป้าปูพรมแฟรนไชส์เพิ่ม 1,000 สาขาปักฐานลึกระดับหมู่บ้าน มั่นใจปีนี้ปั้นรายได้-ลดเอ็นพีแอลต่ำ 10%

นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยคาดการณ์ธุรกิจเงินผ่อนและทิศทางของบริษัทกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้ภาพรวมธุรกิจสินเชื่อน่าจะทรงตัวเนื่องจากเศรษฐกิจยังไม่ดีและมีปัจจัยผันผวนเยอะ ทั้งสภาพอากาศที่จะส่งผลกับผลิตผลการเกษตร ผลการเลือกตั้งที่คาดเดาไม่ได้ ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดมากขึ้น เป็นโอกาสของบริษัทที่ทำธุรกิจให้สินเชื่อและจำหน่ายสินค้าเงินผ่อนแบบไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เนื่องจากผู้บริโภคและเจ้าของธุรกิจรายย่อย เช่น ร้านชำ ร้านกาแฟ จำนวนมากต้องการเข้าถึงเงินทุน-อุปกรณ์เพื่ออัพเกรดกิจการหรือสร้างรายได้เสริม

โดยกลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมีโอกาสเติบโตสูง เนื่องจากการเปิดให้ขอใบอนุญาตประกอบกิจการ รวมถึงยังสามารถเรียกอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมได้สูงสุด 28% จากเดิม 15% ช่วยให้ผู้ประกอบการรับความเสี่ยงได้มากและขยายฐานได้กว้างขึ้น ขณะเดียวกัน การแข่งขันด้านความเร็วและเงื่อนไขจะดุเดือดขึ้นตามไปด้วย

เร่งสปีดจำนำทะเบียนรับเทรนด์

สำหรับทิศทางบริษัทปีนี้จะเน้นหนักด้านธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเช่นกัน เพื่อชิงโอกาสจากกฎเกณฑ์ใหม่ โดยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจะโฟกัสกลุ่มกิจการรถขนส่งอย่างรถบรรทุกสินค้าเกษตร-อุตสาหกรรม ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำเพราะต้องใช้รถทำงานและมีความต้องการเงินทุนขยายกิจการ โดยหนุนทีมงานที่ปัจจุบันมีกว่า 40 คนให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น

พร้อมชูจุดแข็งด้านความเร็วในการอนุมัติและโอนเงินหลังปรับกระบวนการทำงานเมื่อปีที่แล้ว ช่วยตอบโจทย์ผู้ขอสินเชื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

ทั้งนี้ อาศัยเม็ดเงินจากการเพิ่มทุนครั้งล่าสุดมูลค่า 432 ล้านบาท เตรียมเดินเครื่องเต็มที่ทันทีเมื่อกฎเกณฑ์ใหม่มีผลหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมกับเสริมแกร่งจุดแข็งด้านการเข้าถึงฐานผู้บริโภคลึกระดับตำบล-หมู่บ้าน ด้วยการขยายสาขาย่อยในโมเดลแฟรนไชส์ รวมถึงเดินสายจับมือพันธมิตรสินค้า-บริการที่ต้องการใช้ข้อได้เปรียบนี้เพื่อขยายฐาน ขณะเดียวกัน เตรียมเปิดตัวไลน์อัพสินค้าแบรนด์ซิงเกอร์ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าสร้างรายได้ประจำปี 2562 นี้

ปูพรมแฟรนไชส์เพิ่มเท่าตัว

ขณะเดียวกัน เดินหน้าขยายเครือข่ายการขายเจาะลึกระดับหมู่บ้านทั่วประเทศเพื่อชิงเข้าถึงฐานลูกค้า ด้วยการปูพรมสาขาย่อยเพิ่มจากปัจจุบัน 960 สาขา ให้เป็น 2,000 สาขาก่อนสิ้นปีอาศัยโมเดลแฟรนไชส์พร้อมจุดขายที่แฟรนไชซีไม่มีค่าแรกเข้า ค่ารายปี รวมถึงไม่ต้องสต๊อกสินค้า เพียงแต่มีผู้ค้ำประกันและสถานที่สำหรับเปิดหน้าร้านโชว์สินค้า รวมถึงโครงสร้างรายได้จากทั้งกำไรขั้นต้นและอินเซนทีฟ เช่น เงินสด ทริปท่องเที่ยวต่างประเทศ มุ่งตอบโจทย์เอสเอ็มอี ข้าราชการ พนักงานเอกชนที่ต้องการมีรายได้เสริม

โดยเร่งพัฒนากระบวนการฝึกอบรมแฟรนไชซีเน้นกลยุทธ์ป้องกันหนี้เสีย เช่น การคัดเลือกลูกค้า ขณะเดียวกัน เดินหน้าโปรโมตในวงกว้างผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กและคลิปวิดีโอไปในทิศทางเดียวกับสาขาหลักซึ่งบริษัทลงทุนเอง ปัจจุบันมีประมาณ 187-188 สาขา ยังพยายามขยายต่อเนื่องในระดับอำเภอเพื่อให้เป็นศูนย์กลางรองรับสาขาย่อยในพื้นที่

ยกทัพสินค้าใหม่

ในส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้ายังมีดีมานด์สินค้าตามฤดูกาล เช่น แอร์ รวมถึงสินค้าเพื่อความบันเทิงอย่างทีวี โดยเฉพาะสมาร์ททีวีซึ่งนิยมมากขึ้นตามการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้าน ในขณะที่ผู้ประกอบการร้านชำหรือธุรกิจอิสระยังต้องการสินค้าสร้างรายได้ เช่น ตู้แช่ ตู้เติมเงิน ตู้หยอดเหรียญต่าง ๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างรายได้เพิ่ม สะท้อนจากการขายสมาร์ททีวี ความละเอียด 4K และสินค้าสร้างรายได้ในปีที่ผ่านมา

โดยกำหนดเปิดตัวสินค้าใหม่ช่วงเดือน ก.พ. มีไฮไลต์เป็นตู้เติมเงินระดับไฟติ้งเพื่อชิงทำเลระดับหมู่บ้าน ด้วยจุดขายราคาถูกลง ความเสถียรและบริการหลังการขายซึ่งต่างเป็นจุดอ่อนของตู้โลคอลแบรนด์ที่ครองพื้นที่ระดับหมู่บ้านอยู่ในปัจจุบัน ส่วนกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านนั้นเตรียมลอนช์แอร์อินเวอร์เตอร์รุ่นแรกรับกระแสความนิยมแอร์อินเวอร์เตอร์ที่กำลังมาแรง โดยตั้งราคาสูงกว่ารุ่นธรรมดาประมาณ 1,000 บาท ตามด้วยตู้เย็นสไตล์เรโทรคล้ายกับตู้เย็นซิงเกอร์รุ่น 40 ปีก่อน ตอบรับเทรนด์ย้อนยุค

สำหรับสินค้าที่เปิดตัวช่วงปลายปีที่แล้ว อาทิ เครื่องกรองน้ำ เครื่องทำไอศกรีม และเครื่องชงกาแฟ อยู่ระหว่างทดลองทั้งการฝึกอบรมเทคนิคการขายให้พนักงาน และหากลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพสำหรับสินค้าแต่ละรายการ

“หัวใจสำคัญของไดเร็กต์เซลส์นั้นอยู่ที่ต้องสร้างจุดขายที่เห็นได้ชัด และทำให้พนักงานขายเข้าใจและนำเสนอได้ชัดเจน สามารถอธิบายได้ว่าลงทุนซื้อเครื่องทำไอศกรีมราคา 8 หมื่นบาท ผ่อนเดือนละหลายพัน แต่ขายไอศกรีมราคา 15 บาท จะสามารถมีกำไรได้อย่างไร”

พิสูจน์โมเดลใหม่

ด้านกลยุทธ์การผ่อนสินค้านั้นปีนี้ยังคงคอนเซ็ปต์ดาวน์น้อยผ่อนนานระหว่าง 12-36 เดือน ที่ผ่านมาลูกค้าส่วนใหญ่เลือกผ่อนระยะไม่เกิน 24 เดือน แต่จะจูงใจด้วยการแนะนำให้นำรายได้-กำไรจากตัวสินค้ามาจ่ายค่างวดแทน

โดยเชื่อว่าปีนี้จะสามารถลดสัดส่วนหนี้เสียลงได้ถึงต่ำกว่า 10% ตามที่ตั้งเป้าไว้ด้วยการเพิ่มความเข้มงวดทั้งการคัดเลือกพนักงานขาย แฟรนไชซีและลูกค้าปลายน้ำ ร่วมกับระบบเช็กเครดิตและระบบเก็บหนี้ผ่านแอปพลิเคชั่น ซึ่งอัพเกรดตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจนสามารถให้พนักงานขายกลับมาเป็นผู้รับผิดชอบเก็บเงินได้อีกครั้ง

เดินสายจับมือพันธมิตร

บริษัทเดินหน้าจับมือพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง โดยกำลังเจรจาพันธมิตรใหม่อีก 2 ราย เป็นธุรกิจเซอวิส ซึ่ง 1 รายจะเห็นความชัดเจนภายใน 2 เดือนนี้ อีกหนึ่งรายอยู่ระหว่างคุยในหลักการ นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจหลายรายที่เข้ามาทดลองดิสทริบิวชั่นแชนเนลของบริษัท อาทิ ตู้กาแฟหยอดเหรียญระดับพรีเมี่ยมแบรนด์ฟรายบาร์ ซึ่งปัจจุบันทดลองตั้งในแต่ละพื้นที่ เช่น ออฟฟิศ เพื่อหาบิสซิเนสโมเดลที่เหมาะสมและทดลองระบบโลจิสติกส์

ด้านบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กำลังเจรจาเพื่อขอสิทธิ์ขายบริการติดตั้งอินเทอร์เน็ตบ้าน

“เอไอเอสไฟเบอร์” รับกับความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตไวไฟที่กำลังเพิ่มขึ้นในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยพยายามร่วมกันแก้ปัญหาเรื่องความเร็วและค่าใช้จ่ายในการขยายเครือข่ายสายไฟเบอร์ออปติกที่ตามไม่ทันกับความเร็วในการขาย

“พันธมิตรของเราคือคนที่มองเห็นว่าดิสทริบิวชั่นแชนเนลของซิงเกอร์ที่มีจุดแข่งในการเข้าถึงฐานผู้บริโภคระดับบ้าน ๆ นั้นมีประโยชน์”

เชื่อว่ากลยุทธ์เหล่านี้น่าจะช่วยให้บริษัทสามารถเติบโตต่อเนื่องและสามารถลดหนี้เสียลงมาต่ำกว่า 10%

 

 

Previous article“ออสเตรเลีย” แจงกรณีหมายจับแดง “ฮาคีม”
Next articleไทม์ไลน์ “วุฒิศักดิ์” แม่ทัพใหม่ คนแล้ว…คนเล่า