สื่อนอกบ้าน-ออนไลน์หัวหอก ดันงบฯโฆษณา 9 หมื่นล้านโต

สินค้าจัดหนักเดินหน้าทุ่มงบฯโฆษณาผ่านสื่อ หวังกระตุ้นกำลังซื้อ คาดทั้งปีอุตฯโต 5% จากปีก่อน พร้อมดันเม็ดเงินแตะ 9 หมื่นล้านบาท “สื่อออนไลน์-สื่อนอกบ้าน” ยังโตต่อเนื่อง

นายภวัต เรืองเดชวรชัย ผู้อำนวยการธุรกิจ สายงานการวางแผนและกลยุทธ์สื่อโฆษณา บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์ จำกัด มีเดียเอเยนซี่ กล่าวว่า การใช้เม็ดเงินโฆษณาเดือนมกราคมปีนี้มีมูลค่า 6,318 ล้านบาท ติดลบ 0.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่า 6,337 ล้านบาท โดย 5 บริษัทแรกที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุดในเดือนมกราคมนี้ก็มีแนวโน้มการใช้เม็ดเงินเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ พีแอนด์จีใช้ 272 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ใช้ 164 ล้านบาท ยูนิลีเวอร์ใช้ 195 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ใช้ 282 ล้านบาท ทีวี ไดเร็คใช้ 158 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ใช้ 294 ล้านบาท ลอรีอัลใช้ 141 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ใช้ 91 ล้านบาท และฟอร์ดใช้ 124 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ใช้ 52 ล้านบาท

ด้วยแนวโน้มที่ดีขึ้น คาดการณ์ว่าภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาปีนี้จะโต 5% จากปีก่อน หรือมีมูลค่าประมาณ 91,429 ล้านบาท จากการปรับขึ้นราคาโฆษณาบางสื่อ เช่น สื่อออนไลน์ สื่อนอกบ้าน ทีวีบางช่อง เป็นต้น ประกอบกับกลุ่มสินค้าหันกลับมาใช้งบฯกันคึกคักขึ้น แม้ว่ากำลังซื้อจะยังไม่ฟื้น นั่นหมายถึงสินค้าก็ยังพร้อมจะเดินหน้าต่อ

ขณะที่ปัจจัยการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น คาดว่าจะไม่ส่งผลบวกต่ออุตฯมากนัก เนื่องจากกติกาการหาเสียงไม่เปิดให้พรรคการเมืองโฆษณาผ่านสื่อทีวีเหมือนการเลือกตั้งปี 2554 ทำให้ปีนี้สื่อออนไลน์และสื่อนอกบ้านจะเป็นกลุ่มที่ยังโตได้ต่อเนื่อง เพราะได้รับอานิสงส์จากเม็ดเงินเลือกตั้งและการปรับขึ้นราคา ส่วนสื่อทีวีคาดว่าจะทรงตัวจากปีก่อน ขณะที่เม็ดเงินโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ อย่างหนังสือพิมพ์และแมกาซีนก็ยังลดลงตามเทรนด์ของตลาดต่อไป

นายภวัตกล่าวเพิ่มเติมว่า อย่างไรก็ตาม ปีนี้สื่อทีวีก็ยังมีส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุดหรือคิดเป็น 53.7% ตามด้วยสื่อออนไลน์ 17.6% ป้ายกลางแจ้ง 6.5% สื่อเคลื่อนที่ 6.5% หนังสือพิมพ์ 6.2% วิทยุ 4.3% สื่อโรงภาพยนตร์ 3% แมกาซีน 1.4% และสื่อ ณ จุดขาย 0.8%

“ตอนนี้อุตฯโฆษณาเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ นั่นคือไม่มีตัวแปรใหม่ ๆ เกิดขึ้น ส่วนปัจจัยบวกจากการเลือกตั้งนั้น ไม่ได้ส่งผลบวกต่ออุตฯโดยรวม เพราะงบฯส่วนใหญ่ไหลเข้าหาสื่อออนไลน์และสื่อนอกบ้านแค่นั้น โดยคาดว่าจะมีมูลค่าเพียง 300 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับการเลือกตั้งปี 2554 แต่แตกต่างกันที่เม็ดเงินโฆษณาปี 2554 ตกอยู่ที่สื่อทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์เป็นหลัก”

สำหรับช่วงหน้าร้อนนี้ (มีนาคม-มิถุนายน) ถือเป็นหน้าขายของหลาย ๆ สินค้า และเป็นช่วงพีกของอุตฯโฆษณานั้น นายภวัตกล่าวว่า ขณะนี้ก็เริ่มเห็นการใช้เม็ดเงินโฆษณาแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มและสกินแคร์ แต่ยังไม่มีนัยสำคัญ เพราะตลาดเปลี่ยน กำลังซื้อลดลง ทำให้รูปแบบการใช้สื่อของนักการตลาดเปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มสกินแคร์ให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์และการจัดโปรโมชั่นผ่านอีคอมเมิร์ซมากขึ้น เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ ส่วนกลุ่มเครื่องดื่มยังเน้นการจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม เช่นเคย เพราะเจาะตลาดแมสเป็นหลัก

“ซัมเมอร์ถือเป็นหน้าขายของหลาย ๆ สินค้า ทุกแบรนด์ก็ต้องชิงโอกาสนี้เพื่อเก็บยอดขายให้ได้ ซึ่งปีนี้ตลาดก็เริ่มคึกคักแล้ว เพียงแต่รูปแบบการโฆษณาเปลี่ยนไปจากการใช้เม็ดเงินผ่านสื่อเป็นหลัก ก็มีเปลี่ยนเป็นการผสมผสานระหว่างสื่อออนไลน์และสื่อเก่า เช่น ทีวี วิทยุ เป็นต้น อย่างชัดเจน เพื่อเจาะเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อม ๆ กับการกระตุ้นยอดขาย”

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous articleตลาดของเล่นไทยชะลอตัว “เกี๊ยกทอยส์” ลุยญี่ปุ่นปั๊มยอด
Next articleแฟชั่นหรู แดนมังกรพลิก แห่หนุนโลคอลแบรนด์ ชิงตลาด