กิฟฟารีนจัดทัพลุยตลาด สกินแคร์หัวหอกดันยอด

ปลุก - สินค้าใหม่ๆ ที่จะเข้ามาปลุกยอดขายและสร้างการเติบโตให้กับกิฟฟารีนอย่างต่อเนื่อง และกลุ่มสกินแคร์จะเป็นหัวหอกดันยอดขาย

กิฟฟารีนทุ่มงบฯการตลาด 200 ล้านบาท เน้นทำตลาดไทย-เทศ ย้ำปีนี้เร่งกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่มสกินแคร์เป็นหลัก พร้อมดึงพรีเซ็นเตอร์สร้างสีสัน กระตุ้นยอดขายเติบโต 3-5%

แพทย์หญิงนลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาพ
รวมธุรกิจขายตรงในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาท จากปัจจัยของเทรนด์การดูแลสุขภาพกำลังมาแรง ทำให้สินค้ากลุ่มสกินแคร์และอาหารเสริมมีแนวโน้มเติบโตขึ้น

ขณะที่ภาพรวมของบริษัทในปี 2561 มีการเติบโตต่อเนื่อง กิฟฟารีนได้ปรับรูปแบบวิธีการทำงานและช่องทางการจำหน่ายออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อปรับตัวให้ทันต่อเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2562 บริษัททุ่มงบฯการตลาด 200 ล้านบาท โดยเน้นทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ และในปีนี้กิฟฟารีนมีแผนกระตุ้นยอดขายกลุ่มสกินแคร์เพิ่มขึ้น โดยเลือกผลิตภัณฑ์ “กิฟฟารีน ไฮยา อินเทนซีฟ ไวท์เทนนิ่ง พรี-ซีรั่ม” ขณะเดียวกัน ในปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
ในไตรมาสแรกกว่า 10 รายการ ได้แก่ กลุ่มสกินแคร์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม โดยใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นตัวแทนหลักในการสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค และมองว่าจะสามารถสร้างสีสันเพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายได้ดี

ด้านนายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัดกล่าวว่า ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา กิฟฟารีนได้ลอนช์ ผลิตภัณฑ์ใหม่ “กิฟฟารีน ไฮยา อินเทนซีฟ ไวท์เทนนิ่ง พรี-ซีรั่ม” โดยดึงอั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ ขึ้นแท่นพรีเซ็นเตอร์ ทำหน้าที่สื่อสารและสร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มลูกเค้าเป้าหมาย ทำให้สินค้าดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่มสกินแคร์ที่มียอดขายกว่า 120,000 ขวด

นอกจากนี้ กิฟฟารีนยังมีธุรกิจเครือข่ายในต่างประเทศแถบอาเซียน อาทิ กัมพูชา พม่า ลาว อินโดนีเซีย และเวียดนาม รวมทั้งธุรกิจแบบค้าปลีก ยกตัวอย่างเช่นประเทศจีน โดยเน้นขายผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากผู้บริโภคจะเน้นซื้อขายทางช่องทางออนไลน์มากกว่าช่องทางออฟไลน์

ปัจจุบันกิฟฟารีนมีจำนวนสมาชิกผู้บริโภค 7.8 ล้านรหัส มีสมาชิกนักธุรกิจ 7 แสนรหัส และมีจำนวนสาขา 106 แห่ง ให้บริการสมาชิกทั่วประเทศ พร้อมมีบริการดีลิเวอรี่ อีกทั้งล่าสุดได้เตรียมเปิดสำนักงานสาขาใหม่ในห้างบิ๊กซีราชดำริแลย่านบางพลี

อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปีนี้โตกว่า 3-5% โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์สกินแคร์ มีสัดส่วนรายได้ 40% และผลิตภัณฑ์อาหารเสริม 35% และอื่น ๆ 25% เชื่อมั่นว่าการเปิดตัวสินค้าใหม่จะสามารถผลักดันยอดขายให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

 

Previous articleประธาน FETCO ชี้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรค ทษช.ไม่กระทบหุ้น
Next articleทิสโก้ เวลธ์ เปิดมุมมองแนะลงทุน “โกลบอล เฮลท์แคร์” ฝ่าเศรษฐกิจขาลง