ฉีกกฎ “ร้านอาหาร” ฟินเวอร์…ฮัทเจอก้อน

คอลัมน์ จับกระแสตลาด

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคที่เคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ละแบรนด์ต้องพร้อมปรับตัว โดยเฉพาะธุรกิจอาหารที่เป็นตลาดใหญ่มูลค่า 7 แสนล้าน และต้องเตรียมรับมือกับภาวะการแข่งขันสูง มีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ กระโดดเข้ามามากขึ้น ดังนั้น หลายแบรนด์ต้องเร่งปรับกลยุทธ์รับการแข่งขันเพื่อแย่งชิงลูกค้า

เช่นเดียวกับ “บาร์บีคิวพลาซ่า” ในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา ได้ปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ เดินหน้าทำการตลาดร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ ที่อยู่ในประเภทธุรกิจต่างกัน ได้แก่ แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าแอนิเทค โดยได้ออกผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นพิเศษลายบาร์บีกอน 4 ผลิตภัณฑ์ประเดิมตลาด และได้ร่วมกับแบรนด์สาหร่ายมาชิตะ พบว่า ได้รับความสนใจจากกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก

“บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่า บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้ต้องการนำแบรนด์บาร์บีคิวพลาซ่าให้ออกนอกร้าน ไปอยู่ในแบรนด์ต่าง ๆ มากขึ้น ด้วยการทำ cobrand โดยสิ่งสำคัญไม่ว่าจะร่วมมือกับแบรนด์ไหนก็ตามจะต้องคำนึงทั้ง 2 ฝ่าย หรือ win & win ทั้งคู่

ล่าสุดได้ร่วมมือกับ “พิซซ่าฮัท” ทำการตลาดผ่านกลยุทธ์ marketing collaboration แบบ 360 องศา จัดแคมเปญ “ฟินเว่อร์ ฮัทเจอก้อน” เพื่อพัฒนาเมนูใหม่ ๆ เพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้กับผู้บริโภค

โดยไฮไลต์ของแคมเปญนี้ คือ การพัฒนาเมนูซึ่งเป็นส่วนผสมของวัตถุดิบหลักของทั้งสองแบรนด์ ทำน้ำจิ้มสูตรใหม่ และมีเมนูชุดหมูบาร์บีฮัท ในราคา 299 บาทจำหน่ายในบาร์บีคิวพลาซ่า ส่วนพิซซ่าฮัทได้ส่งเมนูพิซซ่าฮัทบีก้อน พร้อมซอสพิซซ่าบาร์บีคิวสูตรใหม่ ราคา 299 บาท โดยแคมเปญนี้มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน-20 พฤษภาคม 2562

“เหตุผลที่เลือกโคแบรนด์กับพิซซ่าฮัทเพราะว่าเป็นแบรนด์ที่มีแนวทางการตลาดไปในทางเดียวกัน คือ ต้องการสร้างนวัตกรรมที่แปลกใหม่ให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้ พิซซ่าฮัทยังมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง และยังมีช่องทางสร้างการรับรู้ไปถึงผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี”

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะอยู่ในธุรกิจเชนร้านอาหารเหมือนกัน แต่มีกลุ่มลูกค้าแตกต่างกัน โดยฐานลูกค้าของบาร์บีคิวพลาซ่าจะเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในขณะที่พิซซ่าฮัทเป็นกลุ่มครอบครัว ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้แต่ละแบรนด์ขยายฐานลูกค้าใหม่ได้มากขึ้น โดยเชื่อมั่นว่าแคมเปญนี้จะสามารถทำให้บาร์บีคิวพลาซ่ามีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านคน จากเดิมที่มี 1.8 ล้านคน

บุณย์ญานุชย้ำว่า เป้าหมายของแคมเปญนี้จะกระตุ้นและสร้างความตื่นตัวให้กับตลาดอาหารที่กล้าคิดนอกกรอบและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ โดยปีนี้บาร์บีคิวพลาซ่าตั้งเป้าการเติบโต 5% หรือมีรายได้ประมาณ 3,900 ล้านบาท

สอดคล้องกับ “อุษณา มหากิจศิริ” กรรมการบริษัท พีเอช แคปปิตอล จำกัด แฟรนไชส์ซีแบรนด์พิซซ่าฮัทในไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาจุดเด่นของแบรนด์พิซซ่าฮัทจะให้ความสำคัญในเรื่องนวัตกรรม รสชาติเมนูอาหาร และการบริการที่รวดเร็ว และยังไม่หยุดพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง และที่ได้จับมือกับบาร์บีคิวพลาซ่าก็ถือเป็นการสร้างสีสันให้แก่วงการธุรกิจอาหารให้แข็งแกร่งขึ้น เชื่อมั่นว่าการร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ให้แก่ทั้งสองแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

สำหรับกลยุทธ์ในการทำตลาดในรูปแบบของโคแบรนดิ้งแคมเปญจะนำสัญลักษณ์โลโก้ของสองแบรนด์ ทั้งบาร์บีคิวพลาซ่า และพิซซ่าฮัท มาสร้างความน่าสนใจผ่านสื่อภาพยนตร์โฆษณา ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ เพื่อสร้างการรับรู้ไปถึงผู้บริโภค และได้เตรียมกิจกรรมแจกพิซซ่าฮัทบีก้อนกว่า 3,000 ถาด หรือ 2 หมื่นชิ้นทั่วประเทศ

ท้ายที่สุด การทำตลาดแบบเดิมอาจจะไม่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค แบรนด์จึงต้องมองหาพาร์ตเนอร์เข้ามาช่วยคิดค้นกลยุทธ์ใหม่ ๆ

Previous articleสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราโชวาทวันข้าราชการพลเรือน 2562
Next articleแนวร่วม ปชช.เพื่อการเลือกตั้งฯ นัดแถลงสาร ‘บิ๊กตู่’ – ล่าชื่อถอด กกต.ที่ มธ.ท่าพระจันทร์