“เพย์ทีวี” ปรับตัวหนัก รับมือกระแสสตรีมมิ่ง

ความร้อนแรงของตลาดสตรีมมิ่งในเอเชีย-แปซิฟิก เริ่มส่งแรงกดดันให้บรรดาผู้ประกอบการเพย์ทีวีทั้งระบบเคเบิลและดาวเทียม ซึ่งเคยเป็นผู้ครองตลาด สะท้อนจากตัวเลขของบริษัทวิจัยและให้คำปรึษาทางธุรกิจ “มีเดีย พาร์ตเนอร์ เอเชีย” ที่ระบุว่า รายได้ปี 2561 ของเพย์ทีวี 13 รายใหญ่ในภูมิภาคนี้ อาทิ วอร์เนอร์ มีเดีย เน็ตเวิร์ก, บีอิน, โซนี่อินเดีย, ดิสคัฟเวอรี่ ฯลฯ เพิ่มขึ้นเพียง 1% มาอยู่ที่ 4.9 พันล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น หลังจากเติบโต 5% ในปี 2560

และหากนำค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มาหักออกไปจะเท่ากับหดตัว 5% ในขณะที่รายได้ของฝั่งสตรีมมิ่งเติบโต 40% เป็น 8 พันล้านเหรียญสหรัฐ นำไปสู่แนวโน้มที่ผู้ให้บริการเพย์ทีวีในแต่ละประเทศจะทุ่มเม็ดเงินควบรวมกิจการทั้งในและนอกวงการเพื่อเสริมแกร่งพอร์ต รายการและการเงินให้สามารถรับมือกับสตรีมมิ่งได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างผลวิจัยของ “มีเดีย พาร์ตเนอร์ เอเชีย” ที่คาดว่าในช่วง 1-2 ปีนี้จะเกิดการควบรวมกิจการ และความเปลี่ยนแปลงในโมเดลธุรกิจของธุรกิจเพย์ทีวีในหลายประเทศ โดยเฉพาะในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสตรีมมิ่งรายใหญ่ทั้งเน็ตฟลิกซ์, อเมซอนไพรมวิดีโอ, เอชบีโอและอื่น ๆ เริ่มเข้ามาทำตลาดกันพร้อมหน้า อย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เช่นเดียวกับอินเดียซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดใหญ่

โดยก่อนหน้านี้ในสิงคโปร์ “เอชบีโอ เอเชีย” ได้ยกเลิกสัญญาแพร่ภาพแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ “สตาร์ฮับ” ผู้ให้บริการเพย์ทีวี ก่อนจะลดราคาลงพร้อมเปิดรับสมาชิกบริการสตรีมมิ่งตรงกับผู้บริโภคเอง ส่วนในอินเดียกำลังเกิดศึกชิงซื้อกิจการ “ซี เอ็นเตอร์เทนเมนต์ เอ็นเตอร์ไพรส์” (Zee Entertainment Enterprises Limited) หนึ่งในบริษัทสื่อรายใหญ่ โดยผู้เข้าร่วมประมูลเต็มไปด้วยบิ๊กเนมทั้งโซนี่ผู้เล่นอันดับ 2 ของเพย์ทีวีอินเดีย และคอมแคสต์ “Comcast” รายใหญ่จากสหรัฐภายในความร่วมมือกับแอปเปิล

“วิเวค คูโต” ผู้อำนวยการของมีเดีย พาร์ตเนอร์ เอเชีย กล่าวว่า คลื่นการควบรวมกิจการเพย์ทีวีที่เริ่มในฝั่งตะวันตกทั้งดีลดิสนีย์ซื้อกิจการฟ็อกซ์และดีลเอทีแอนด์ทีซื้อเอชบีโอ เริ่มสาดซัดเข้ามาฝั่งเอเชียบ้างแล้ว โดยเฉพาะในอินเดียซึ่งเป็นตลาดที่เพย์ทีวียังมีรายได้สูงอยู่เห็นได้จากสัดส่วน 62% ของตลาดรวม และเป็นตัวผยุงให้ตลาดรวมเพย์ทีวีเอเชียยังเติบโต ตามด้วยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีสัดส่วน 32% ของตลาดรวม ทั้งนี้เป็นผลจากการเติบโตของเครือข่ายไฮสปีดอินเทอร์เน็ต ซึ่งคาดว่าในปี 2564 ภูมิภาคนี้จะมีผู้ใช้งานไฮสปีดอินเทอร์เน็ตมากกว่าสมาชิกเพย์ทีวี และช่องว่างระหว่าง 2 บริการนี้จะห่างกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้พฤติกรรมการรับชมทีวีของผู้บริโภคเปลี่ยนไปเน้นสตรีมมิ่งมากขึ้น

สอดคล้องกับความเห็นของ “โจนาธาน สปิง” ซีอีโอของเอชบีโอเอเชีย ที่คาดว่าหลังจากนี้ตลาดเอเชียจะท้าทายขึ้นอย่างมากสำหรับเพย์ทีวีเพราะการแข่งขันจะสูงมากจนแม้แต่ในกลุ่มสตรีมมิ่งแบบรับสมาชิกเองอาจมีรายที่พลาดท่าต้องถอนตัวออกไปเช่นเดียวกัน ส่วนบริษัทเองปีนี้จะเน้นเตรียมพร้อมขยายบริการ เอชบีโอโก เข้าไปในแต่ละประเทศของเอเชีย ด้วยการเจรจาลิขสิทธิ์การเผยแพร่บนสตรีมมิ่งกับสตูดิโอต่าง ๆ เพื่อให้สามารถให้บริการแบบฟูลไลน์อัพ และใช้ข้อได้เปรียบด้านความแข็งแกร่งของคอนเทนต์ที่มีอยู่ได้อย่างเต็มที่

ความเคลื่อนไหวนี้น่าจะทำให้การแข่งขันในตลาดเพย์ทีวีและสตรีมมิ่งในภูมิภาคเอเชียเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งต้องดูกันว่าจะเกิดการควบรวมกิจการมากน้อยเพียงใด

Previous article‘สมชัย’ ทวงความคืบหน้า กกต. ปมเอกสารหลุดของกองทัพ จริงหรือเท็จ?
Next articleกรมชลฯ ยันน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์-เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล พอใช้อุปโภคบริโภค ไปจนถึงต้นฤดูฝนนี้