เจ้าสัวสหพัฒน์ โอดจัดรัฐบาลช้าฉุดกำลังซื้อ นักลงทุนต่างชาติหนี

เจ้าสัวสหพัฒน์ โอดจัดรัฐบาลช้าฉุดกำลังซื้อ นักลงทุนต่างชาติหนี

“สหพัฒน์” ห่วงจัดตั้งรัฐบาลช้า-ไม่มีเสถียรภาพ ทำประเทศเสียโอกาส ต่างชาติเมินลงทุน เดินหน้าจับมือพาร์ตเนอร์ญี่ปุ่นดึงลูกค้าเข้านิคมอุตสาหกรรม ผนึก “โตคิว” ผุดโรงแรม-คอนโดฯมูลค่า 2 พันล้าน ก่อนเร่งมือพัฒนาสินค้า/บริการตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชั่น

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า ขณะนี้ภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อตั้งแต่ต้นปียังไม่ปรับตัวดีขึ้นนัก เนื่องจากกำลังซื้อรากหญ้ายังคงมีปัญหา และการลงทุนจากต่างชาติก็ได้รับผลกระทบจากเรื่องความเชื่อมั่นของการเลือกตั้ง และจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้า จึงมีแนวโน้มที่จะหันไปหาการลงทุนในประเทศอื่นแทน เช่น เมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย จึงต้องจับตาการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่อย่างใกล้ชิด เชื่อว่าหากเป็นคนเดิมที่เข้ามาบริหารก็จะสามารถสานต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนในอีอีซี ซึ่งจะดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติจำนวนมาก ตลอดจนค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่า คาดว่าหากอยู่ในระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นอัตราที่เหมาะสม

ส่วนของเครือสหพัฒน์เอง ปีนี้ถือว่าชะลอการลงทุนเมื่อเทียบกับทุก ๆ ปี แต่ก็ยังคงมีการเดินหน้าลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจมูลค่าหลายพันล้าน ไม่ว่าจะเป็นการจับมือกับพาร์ตเนอร์ “โซยัสสึ” เทรดดิ้งเฟิร์มท็อป 10 ของญี่ปุ่น ในการพัฒนาและขยายฐานลูกค้าของนิคมอุตสาหกรรม ที่ศรีราชา ลำพูน กบินทร์บุรี และแม่สอด รวมถึงการจับมือกับ “โตคิว” ห้างค้าปลีกสัญชาติญี่ปุ่น ลงทุนทำโรงแรมระดับ 4 ดาวครึ่ง-5 ดาว และคอนโดมิเนียม บริเวณด้านหลังเจปาร์ค คอมมิวนิตี้มอลล์ ศรีราชา ชลบุรี มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท ขณะนี้
อยู่ระหว่างยื่นขอ EIA ตลอดจนการจับมือกับสถาบันศึกษา เปิดโรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจกรุงเทพฯ รองรับตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมปลาย

นายบุณยสิทธิ์ระบุว่า ที่ผ่านมาสหพัฒน์ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านโรงงาน และการผลิตเป็นหลัก แต่เมื่อยุคสมัยทางการค้าเปลี่ยนไป พฤติกรรมผู้บริโภคและตลาดก็เปลี่ยน จึงต้องพัฒนาทั้งด้านสินค้า บริการ และวัฒนธรรมไปพร้อม ๆ กัน จึงจะเห็นเครือสหพัฒน์เข้าไปลงทุนด้านของบริการ หรือวัฒนธรรมมากขึ้น อาทิ การขาย ระบบดิสทริบิวชั่น ระบบรักษาความปลอดภัย และการศึกษา

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาสินค้าซึ่งเป็นหัวใจหลักในการทำธุรกิจ ยังคงต้องพัฒนาต่อไปไม่หยุด โดยเฉพาะการเติมช่องว่างให้มีสินค้าที่คนทุกเจเนอเรชั่นต้องการ เดิมทีสหพัฒน์มีฐานลูกค้าหลักเป็นผู้ใหญ่ แต่จากนี้สินค้าเด็ก วัยรุ่น ก็ต้องเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อเป็นตัวเลือกที่ครบครันให้กับผู้บริโภค ตลอดจนการเพิ่มประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการช็อปปิ้ง เช่น ร้านค้าอัจฉริยะไร้พนักงาน His&Her Smart Shop โดยใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาบริหารจัดการ โดยจะเปิดตัวภายในงานสหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 23 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 27-30 มิถุนายนนี้

อย่างไรก็ตาม คาดว่ารายได้ของกลุ่มสหพัฒน์ในปีนี้จะเติบโตขึ้นเล็กน้อย 2-3% จากมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 3 แสนล้านบาท


QR Code LINE@ Prachachat

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์ @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ