เทเลเมดิซีนบูมรับกระแสสุขภาพ “รพ.-สตาร์ตอัพ” ผุดแอปปรึกษา 24 ชม.

เทเลเมดิซีนแรง รพ.เอกชน โดดชิงโอกาส บำรุงราษฎร์ นำร่องผนึกบริษัทสิงคโปร์ พัฒนาแอป “Raksa-ป่วยทัก รักษา” ส่วน “สมิติเวช” ปล่อยแอป “Samitivej Virtual Hospital” ชูมีหมอตลอด 24 ชม. ขณะที่กลุ่มธนบุรี-เกษมราษฎร์ ทยอยนำระบบเทเลเมดิซีนเข้ามาใช้กับ รพ.ในเครือ ฟากแอปปรึกษาหมอ “ชีวี ไลฟ์” ย้ำจุดขาย ทีมแพทย์ครบวงจร ราคาเบา ๆ แค่ 100-300 บาทต่อครั้ง รับเทรนด์ผู้บริโภคยุค 4.0

ปัจจุบันผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น ทำให้ความต้องการปรึกษาแพทย์สูงขึ้นตามด้วย อีกด้านหนึ่งก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและทางการแพทย์โตขึ้นตามไปด้วย หนึ่งในนั้น คือ ระบบแพทย์ทางไกล หรือโทรเวชกรรม (telemedicine) ที่ผ่านมา นอกจากกระทรวงสาธารณสุข จะมีโครงการเทเลเมดิซีนการแพทย์ทางไกลผ่านดาวเทียมขึ้นมา เพื่อดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินในพื้นที่ห่างไกล ในลักษณะของการให้คำปรึกษาระหว่างแพทย์กับแพทย์ ขณะนี้เริ่มมีผู้ประกอบการหลาย ๆ ราย ทั้งโรงพยาบาล ร้านขายยา สตาร์ตอัพ นำโมเดลดังกล่าวมาพัฒนาและปรับให้เข้ากับโอกาสทางธุรกิจ และรองรับความต้องการของผู้บริโภคยุค 4.0

โรงพยาบาล…โดดรับโอกาสใหม่

แหล่งข่าวระดับสูงจากวงการโรงพยาบาลเอกชน เปิดเผยว่า โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เป็นโรงพยาบาลเอกชนรายแรก ๆ ที่กระโดดเข้ามาในตลาดนี้ เริ่มจากการลงทุนใน iDoctor Pte. Ltd. ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชั่น ในสิงคโปร์ และได้เริ่มทำแอปพลิเคชั่น “Raksa-ป่วยทัก รักษา” โดยแอปพลิเคชั่นนี้เปิดให้บริการในไทยแล้ว ภายใต้การดำเนินการของบริษัท ดอกเตอร์ รักษา จำกัด บริการให้คำปรึกษาทางด้านสุขภาพจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยคิดค่าบริการ 2 รูปแบบ คือ โทร.สนทนา หรือวิดีโอคอล 15 นาที ราคา 300-500 บาท/ครั้ง และแชต 200 บาท/ครั้ง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ โรงพยาบาลสมิติเวช ได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่น “Samitivej Virtual Hospital” โดยนายแพทย์ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช กล่าวว่า บริการใหม่ดังกล่าวจะรองรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น โดยบริการนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถพบแพทย์ได้ทุกเวลา เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา เฟสแรกนี้ จะมีทีมแพทย์ 10 คน ในการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ตลอด 24 ชม. ส่วนระยะเวลาการให้คำปรึกษา คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที ในอัตรา 500 บาท คาดว่าเบื้องต้นจะมีผู้เข้ามาใช้บริการเฉลี่ยวันละ 30-50 ราย

ด้านนายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวในเรื่องนี้ว่า มีแผนจะนำระบบเทเลเมดิซีนมาทดลองใช้กับโรงพยาบาลชุมชน 2 แห่ง ในย่านรังสิต และประชาอุทิศ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง หากประสบความสำเร็จก็จะขยายต่อในอนาคตด้วย ซึ่งระบบเทเลเมดิซีนจะช่วยประหยัดค่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น ผู้ป่วยไข้หวัด ที่รักษาผ่านระบบนี้จะเสียค่ารักษาเพียง 700 บาท ขณะที่กรณีไปรักษาที่โรงพยาบาลมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,000 บาท

ขณะที่นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ กล่าวในเรื่องนี้ว่า ปัจจุบันเครือ รพ.เกษมราษฎร์ ได้มีการนำระบบเทเลเมดิซีนเข้ามาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาภายในเครือ

คลิกเดียว…หาหมอได้

แพทย์หญิงพิรญาณ์ ธำรงธีระกุล หนึ่งในผู้ก่อตั้งแอปพลิเคชั่นชีวี ไลฟ์ (Chiiwii LIVE) ผู้ให้บริการปรึกษาแพทย์แบบเรียลไทม์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากแนวโน้มประชากรสูงอายุ

ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับผู้บริโภคให้ความสำคัญสุขภาพมากขึ้น เทเลเมดิซีน จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาพ โดย 1-2 ปีที่ผ่านมามีผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นให้คำปรึกษาด้านสุขภาพมากขึ้น ทั้งกลุ่มโรงพยาบาลและเอสเอ็มอีสำหรับชีวี ไลฟ์ ที่ให้บริการมากว่า 2 ปี เน้นเจาะกลุ่มบีทูบีหรือการให้บริการกลุ่มสำหรับบริษัทต่าง ๆ เพื่อสร้างทางเลือกให้แก่ผู้ใช้บริการ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางพร้อมให้บริการกว่า 100 ท่าน อัตราค่าบริการ 100-300 บาท ต่อ 15 นาที ยกเว้นแพทย์บางสาขา เช่น การให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต

ค่าบริการจะสูงขึ้นเพราะเป็นเรื่องต้องใช้เวลา เป็นต้น ขณะนี้มีแผนจะเพิ่มทีมแพทย์สาขาต่าง ๆ เข้ามาอีก เพื่อเสริมบริการให้ครอบคลุมทุกปัญหาสุขภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงาน ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีแอปพลิเคชั่นเทเลเมดิซีนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่น “See Doctor Now” ของ ดร.นพ.ปณต ประพันธ์ศิลป์ เปิดให้บริการเมื่อปี 2560 มีบริการ 2 แพ็กเกจ หลัก ๆ ได้แก่ แพ็กเกจสำหรับปัญหาและความเจ็บป่วยทางกาย เช่น ไข้หวัด โรคซึมเศร้า บาดเจ็บ เป็นต้น ส่วนอีกแพ็กเกจหนึ่งคือ ปัญหาและความเจ็บป่วยทางใจ อาทิ ความเครียด การรับมือกับความสูญเสียและเรื่องกระทบจิตใจ เป็นต้น สำหรับผู้จะใช้บริการนี้ต้องมีการลงทะเบียนและสมัครเป็นสมาชิกรายปี

นอกจากนี้ สำนักงานสาธารณสุขพิษณุโลก โรงพยาบาลพุทธชินราช คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนาแอปพลิเคชั่น “หมอรู้จักคุณ-PATIENT” ขึ้น เพื่อให้ผู้ป่วยติดตามข่าวสารด้านสุขภาพ หรือเมื่อมีปัญหาก็ปรึกษาทีมแพทย์ได้ตลอด 24 ชม. ผ่านการส่งข้อความหรือวิดีโอคอล รวมถึงทีมงานนักวิจัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่พัฒนาแอปพลิเคชั่น “U Care” สำหรับให้คำปรึกษาโดยทีมแพทย์ผ่านระบบแชตแบบเรียลไทม์ฟรี

เทเลเมดิซีน…ยังไม่มีกฎหมายคุม

แหล่งข่าวจากแพทยสภา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายควบคุมกรณีที่สถานพยาบาลที่ให้บริการด้านเทเลเมดิซีนโดยเฉพาะ ดังนั้น จึงอาจจะเป็นช่องว่างที่ทำให้หลาย ๆ สถานพยาบาล รวมถึงผู้ประกอบการมองเห็นโอกาสนี้ และเปิดให้บริการเทเลเมดิซีนผ่านแอปพลิเคชั่นมากขึ้น ซึ่งแพทยสภาเองก็ไม่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลเรื่องการให้บริการรูปแบบนี้ เพราะมีหน้าที่ดูแลเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นแอปพลิเคชั่นเทเลเมดิซีน ผู้ที่จะให้บริการคำปรึกษาได้จะต้องเป็นแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพเวรกรรมของแพทยสภา ส่วนรายละเอียดของบริการในแต่ละแอปพลิเคชั่นก็อาจจะต้องพิจารณาอีกครั้ง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตีความจากลักษณะการให้บริการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนได้

“ที่ผ่านมาก็มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการให้บริการแบบเทเลเมดิซีนเข้ามาบ้าง ซึ่งข้อเสียบริการนี้ คือ อาจจะทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนทางการรักษา เนื่องจากการวินิจฉัยโรคของแพทย์ต้องมีประวัติการรักษา ข้อมูลเบื้องต้น เช่น การวัดความดัน ส่วนสูง น้ำหนัก เป็นต้น เข้ามาประกอบการวินิจฉัยเพื่อป้องกันความผิดพลาดจากการให้คำปรึกษาด้วย”

Previous articleคนจนอย่าห่วง!! สำนักงบฯ ยันมีงบฯ เติมบัตรสวัสดิการได้2หมื่นล้านบาทช่วง 3-4 เดือน ระหว่างรองบฯ ปี’63 บังคับใช้
Next article“บิ๊กตู่” ยิ้มแก้มปริ ได้เป็นนายกฯต่อ ยกมือไหว้ บอก “ขอบคุณครับ ทุกอย่างก็เหมือนเดิม”