จบศึก ซูพรีม แดนมังกร NYC ทวงสิทธิ์-ลุยจดตราสินค้า

คอลัมน์ MARKET MOVE

ข้อพิพาททางกฎหมายระหว่าง “ซูพรีม เอ็นวายซี” (Supreme NYC) เจ้าของแบรนด์ซูพรีมตัวจริง กับ “ซูพรีม อิตาเลีย” (Supreme Italia) ที่ชิงตัดหน้าจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “ซูพรีม” ในหลายประเทศ อาทิ อิตาลี สเปน และจีน ทำให้สามารถขายสินค้าปลอมแบบถูกกฎหมายในตลาดเหล่านั้นได้เดินมาถึงจุดพลิกผันครั้งใหม่

เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานเครื่องหมายการค้าของจีน (China Trade Mark Office-CTMO) ประกาศยกเลิกการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งหมดของซูพรีม อิตาเลียในประเทศจีน หลังซูพรีม เอ็นวายซี เดินหน้าดำเนินการทางกฎหมายอย่างเข้มข้น ทั้งการยื่นเรื่องต่อสำนักงานกำกับดูแลและบริหารการตลาดของเซี่ยงไฮ้ เพื่อขอการคุ้มครองทางกฎหมาย รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานรักษากฎหมายในพื้นที่ต่าง ๆ

ขณะเดียวกันความตื่นตัวและกระแสต่อต้านซูพรีม อิตาเลียในประเทศจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยร้านซูพรีมในย่านหวยไห่ถูกพ่นสีเป็นข้อความต่าง ๆ บ่งบอกถึงการไม่ต้อนรับผู้ประกอบการรายนี้

ทั้งนี้ การถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าครั้งนี้จะเปิดช่องให้ซูพรีม เอ็นวายซี สามารถจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้อีกครั้ง จากข้อมูลของสำนักงานเครื่องหมายการค้าของจีน ระบุว่า ขณะนี้ซูพรีม เอ็นวายซี ยื่นเอกสารจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้และอยู่ระหว่างดำเนินการถึง 85 รายการ

“เมลานี ซู” ประธานของรูทคอนซัลแทนซี บริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา ให้ความเห็นว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในวงการเครื่องหมายการค้าของจีน โดยเมื่อปี 2560 ศาลประชาชนจีนได้ตัดสินให้ทรีเชอรี่ ไวน์ เอสเตตส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายไวน์สัญชาติออสเตรเลีย ได้รับสิทธิในเครื่องหมายการค้า “เพนโฟลด์ส” (Penfolds) คืนจากชาวจีนที่แอบชิงจดทะเบียนไปก่อนหน้า ไปในทิศทางเดียวกับกฎหมายตรา

สินค้าฉบับใหม่ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าของตราสินค้าที่แท้จริงสามารถทวงคืนตราสินค้าของตนได้รวดเร็วขึ้น กว่ากฎหมายเก่าที่ให้สิทธิผู้ยื่นจดทะเบียนคนแรกเป็นเจ้าของตราสินค้านั้น และเมื่อมีข้อพิพาทเกิดขึ้นมักต้องใช้เวลานานเพื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของที่แท้จริง

หลังจากนี้ต้องติดตามดูว่าการต่อสู้ทางกฎหมายระหว่าง “ซูพรีม เอ็นวายซี” กับ “ซูพรีม อิตาเลีย” ในตลาดอื่น ๆ จะเป็นอย่างไรต่อไป

Previous articlePTTOR ปรับราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดเพิ่มขึ้น
Next articleหุ้นปิดตลาดบวก 9.43 จุด ดัชนี 1,731 จุด มูลค่าซื้อขาย 6.9 หมื่นล้าน