“เวชพงศ์โอสถ” ยุคเจน 3 ปรับใหญ่…ดันหมอแมะขึ้นห้าง

“เวชพงศ์โอสถ” นับเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของวงการแพทย์แผนไทยและแผนจีน มีสินค้าชื่อคุ้นหูหลายตัว อาทิ ยาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาว และยาเพี่ยนจือหวัง ฯลฯ บริหารกิจการโดยตระกูลเวชพงศา และมีอายุยาวนานถึง 115 ปี มีธุรกิจด้านยาแบบครบวงจรตั้งแต่ร้านขายยาแผนโบราณและสมุนไพร ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณสี่แยกวัดตึก เยาวราช ภายใต้บริษัท เวชพงศ์โอสถ (ฮกอันตึ๊ง) จำกัด, โรงงานผลิตยา-เวชภัณฑ์ของบริษัท ห้างขายยาตราเสือดาว จำกัด และบริษัท แสงสว่างตราค้างคาว จำกัด รวมถึงธุรกิจค้าส่งยา-เวชภัณฑ์ในชื่อบริษัท ลีโอ เมดดิคอล จำกัด

ปัจจุบันธุรกิจถูกสืบทอดมาถึงทายาทรุ่นที่ 3 และแต่ละบริษัทเริ่มมีความเคลื่อนไหวคึกคักขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแตกไลน์ธุรกิจ-สินค้าใหม่ ๆ การรุกตลาดต่างประเทศและอื่น ๆตามเป้าหมายเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับธุรกิจอายุ 115 ปี และรับมือกับกระแสโลกที่เปลี่ยนไป

“ยุทธเดช เวชพงศา” กรรมการบริหาร บริษัท เวชพงศ์โอสถ (ฮกอันตึ๊ง) จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้ทยอยปรับตัวในหลาย ๆ ด้าน เพื่อให้ผู้บริโภคทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นปรับโลโก้และรูปแบบร้านให้ทันสมัย ขยายสาขาในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น พร้อมแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ๆ โดยจะยังอยู่ในแวดวงสุขภาพเพื่อเสริมความมั่นคงให้กับธุรกิจรองรับความเปลี่ยนแปลงของตลาด

สำหรับช่วง 2 ไตรมาสท้ายนี้จะมุ่งขยายฐานทั้งรูปแบบธุรกิจ ตัวสินค้าและสาขา โดยอยู่ระหว่างการหาทำเลเพื่อเปิดสาขาแฟลกชิปของร้านเวชพงศ์โอสถ ในห้างสรรพสินค้า ที่จะใช้พื้นที่ประมาณ 50 ตร.ม. พร้อมด้วยจุดขายบริการและสินค้าใหม่ในแนวคิด “นำหมอแมะขึ้นห้าง” เพื่อให้บริการตรวจโรคโดยแพทย์แผนจีน พร้อมจำหน่ายยาจีนต้มรูปแบบใหม่เป็นสารสกัดสมุนไพรในซองซาเช่ต์ (sachet) ที่สามารถชงกับน้ำร้อนและดื่มได้ทันที เป็นการตอบโจทย์ด้านความสะดวกที่เป็นจุดอ่อนของยาจีนที่เดิมต้องอาศัยการต้มเครื่องยา ซึ่งใช้เวลานานและไม่สามารถพกพา-ทานขณะเดินทางได้

นอกจากนี้ ยังมีแผนจะเดินหน้าขยายสาขาในห้างสรรพสินค้าเพิ่ม โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งอาจเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าเครืออื่นนอกจากเซ็นทรัล รวมถึงรุกช่องทางค้าส่งเน้นเจาะกลุ่มโรงพยาบาลอีกด้วย

หลังจากช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เวชพงศ์โอสถ เดินหน้าเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมี 6 สาขา ในเครือเซ็นทรัล อาทิ ลาดพร้าว, เอ็มบาสซี, อีสต์วิล, บางนา, ปิ่นเกล้า, และฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต พร้อมด้วยจุดขายทีมพนักงานที่เป็นเภสัชกรทั้งหมดช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า รวมถึงการทำตลาดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กและการเป็นสปอนเซอร์รายการทีวีเพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคอายุ 25-30 ปีที่จะเป็นฐานลูกค้ารุ่นต่อไป

“ความสะดวกถือเป็นหัวใจสำคัญ สะท้อนจากฟีดแบ็กหลังเริ่มเปิดสาขาในห้างและการทำยาจีนต้มบรรจุถุงพร้อมดื่ม ซึ่งลูกค้าเก่าต่างถูกใจกันมาก เพราะไม่ต้องเดินทางฝ่ารถติดไปเยาวราช และสามารถพกพายาจีนต้มไปดื่มขณะเดินทางท่องเที่ยวได้ จึงเชื่อว่านวัตกรรมยาจีนสกัดแบบซองซาเช่ต์นี้จะได้รับการตอบรับที่ดีเช่นเดียวกัน”

ที่สำคัญ เวชพงศ์โอสถยังแตกไลน์ธุรกิจใหม่ด้านดูแลผู้สูงอายุ ที่ล่าสุดได้จับมือกับ “ฮันโนะ” ผู้บริหารโรงพยาบาลและศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จากญี่ปุ่นตั้งบริษัทร่วมทุนในนามบริษัท ฮันโนะ-เวชพงศ์ เจริแอทริค เซ็นเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมลงทุน 150 ล้านบาท เปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ “ฮันโนะ-เวชพงศ์” ขนาด 42 ห้อง ในย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา ชูจุดขายความเชี่ยวชาญด้านดูแลผู้มีภาวะสมองเสื่อม รวมถึงบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกสไตล์ญี่ปุ่น เช่น สระน้ำอุ่นออนเซน ห้องเสริมสวย-ทำผม กิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพทางกาย-จิตใจ ฯลฯ

รวมถึงแพ็กเกจหลากหลายทั้งรายเดือน รายวันและเดย์แคร์ตั้งแต่ 1,900-98,000 บาท หวังตอบโจทย์ลูกค้าครอบครัวระดับบน พร้อมตั้งเป้ารายได้สิ้นปีนี้ 10 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 40 ล้านบาท ในปี 2564 รวมถึงเล็งขยายสาขาอีกอย่างน้อย 2 แห่งในช่วง 2-10 ปีข้างหน้า

“พิชิต เวชพงศา” ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เวชพงศ์โอสถ กล่าวเสริมว่า สำหรับบริษัทอื่น ๆ ในกลุ่มต่างมีเส้นทางการเติบโตของตัวเองตามแนวธุรกิจของตระกูล ที่เน้นให้แต่ละบริษัทเติบโตและแข็งแกร่งด้วยตนเอง โดย “ห้างขายยาตราเสือดาว” และ “แสงสว่างตราค้างคาว” ที่เป็นฝั่งโรงงานผลิตยาและเวชภัณฑ์เดินหน้าขยายไลน์สินค้าใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำเกลือ โพวิโดนไอโอดีน แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ ฯลฯ

ส่วน “ลีโอ เมดดิคอล” ที่ทำธุรกิจค้าส่งและทำการตลาดให้สินค้าต่าง ๆ ในเครือ ขณะนี้อยู่ระหว่างรุกตลาดต่างประเทศ โดยเดินสายจดทะเบียนยาและสินค้าในประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวีเพื่อนำสินค้าเข้าไปทำตลาด หลังจากก่อนหน้านี้ส่งสินค้าเข้าโมเดิร์นเทรดและร้านสะดวกซื้อ เช่น เซเว่นอีเลฟเว่น และเทสโก้ โลตัส ไปแล้ว

หลังจากนี้ต้องรอดูว่า นำหมอแมะขึ้นห้างและนวัตกรรมยาจีนสกัดในซองซาเช่ต์ของเวชพงศ์โอสถ จะออกมาในรูปแบบใดและได้รับผลตอบรับอย่างไร ไม่แน่ว่าอาจกระตุ้นให้วงการแพทย์แผนจีนและยาจีนคึกคักยิ่งขึ้นก็เป็นได้

Previous article“อธิรัฐ” สั่งท่าเรือยกระดับ “สลัมคลองเตย” สู่ตึกสูงเร่งตอกเข็มปี’63
Next article‘สุพันธุ์’ เฮ! กนง. ลดดอกเบี้ย 0.25% ยังขอให้แบงก์ชาติมีมาตรการดูแลค่าเงินบาทด้วย