ขายตรง 8 หมื่นล้านชะลอตัว กิฟฟารีนส่งสินค้าปั๊มยอด

ชะลอ - ปี 2562 นี้ธุรกิจขายตรงมูลค่า 7-8 หมื่นล้านบาท อยู่ในช่วงชะลอตัวเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกำลังซื้อ ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการจับจ่าย

ตลาดขายตรง 7-8 หมื่น ล.ชะลอตัว จากผลพวงพิษเศรษฐกิจ ส่งผลผู้บริโภคจับจ่ายน้อย กิฟฟารีนเร่งพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ ชูสินค้าสกินแคร์-อาหารเสริมเจาะตลาด พร้อมทุ่มงบฯ 100 ล้าน ประชาสัมพันธ์ออนไลน์ ออฟไลน์ พร้อมดึงพรีเซ็นเตอร์สร้างสีสันเรียกลูกค้า ตั้งเป้าสิ้นปีเติบโต 5-6%

นายพงศ์พสุ อุณาพรหม ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันภาพรวมธุรกิจขายตรงมีมูลค่า 7-8 หมื่นล้านบาท ซึ่งอยู่ในช่วงชะลอตัว เนื่องจากปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจ ที่ส่งผลในเรื่องของกำลังซื้อ ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการจับจ่าย รวมถึงภาวะการแข่งขันสูง ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลายช่องทาง โดยเฉพาะการสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้ทุกบริษัทขายตรงต้องปรับตัวพัฒนาสินค้าให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคและให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ต่อเนื่อง

ขณะที่ครึ่งปีแรกของกิฟฟารีน มีแนวโน้มเติบโตประมาณ 7% หลัก ๆ เป็นผลมาจากการปรับรูปแบบวิธีการทำงานผ่านช่องทางการจำหน่ายออนไลน์มากขึ้น พร้อมกับที่ผ่านมาได้เปิดตัวกิฟฟารีน ไฮยา อินเทนซีฟ ไวท์เทนนิ่ง พรี-ซีรั่ม ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และยังออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในซีรีส์เดียวกันออกมาสมทบอีก 3 ตัว คือ กิฟฟารีน ไฮยา ทรีดี คอมเพล็กซ์ โลชั่น กิฟฟารีน ไฮยา ทรีดี คอมเพล็กซ์ ครีม และกิฟฟารีน ไฮยา บูสเตอร์ สลีปปิ้ง มาสก์ ปัจจุบันขายไปแล้วกว่า 600,000 ชิ้น รวมถึงการพัฒนาการบริการหลังการขาย เพื่อให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้อย่างตรงจุดง

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ กิฟฟารีนยังคงเน้นพัฒนาสินค้า ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยสินค้าใหม่ยังอยู่ในกลุ่มสกินแคร์ และกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แต่จะเน้นตอบโจทย์การใช้งานเฉพาะด้าน และจะลอนช์สินค้าใหม่ปีละ 2 ครั้ง โดยใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นตัวแทนหลักในการสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค โดยมองว่าจะสามารถสร้างสีสันเพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายได้ดี

พร้อมกันนี้ยังเร่งฝึกอบรมให้ความรู้ เกี่ยวกับการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ให้แก่นักธุรกิจกิฟฟารีนให้มีความเชี่ยวชาญ เพื่อจะได้นำมาปรับใช้ในการขยายเครือข่ายกองทัพนักขายกิฟฟารีนได้มากขึ้น

ล่าสุดได้เตรียมงบประมาณ 100 ล้านบาท เพื่อทำการตลาด ในแง่ของการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้า ผ่านช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ควบคู่กับทำสื่อ out of home media เพื่อสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคเข้าถึงแบรนด์ได้อย่างครอบคลุม

นอกจากนี้ ยังเตรียมเพิ่มช่องทางจำหน่ายในหลากหลายช่องทาง เพื่อตอบรับกระแสออนไลน์ที่กำลังมาแรง และยังมีการสร้างแบรนด์ธุรกิจและสินค้าอย่างต่อเนื่อง และมีการเพิ่มการสื่อสารในโลกออนไลน์ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย และอินฟลูเอนเซอร์ ให้โดนใจผู้บริโภคมากขึ้น

ด้านธุรกิจในต่างประเทศ ปัจจุบันกิฟฟารีนมีธุรกิจเครือข่ายในต่างประเทศ อาทิ ลาว อินโดนีเซีย กัมพูชา และเวียดนาม รวมทั้งได้นำสินค้าไปขายในช่องทางออนไลน์ของประเทศจีน เพื่อตอบรับความนิยมของผู้บริโภคชาวจีนที่เน้นซื้อขายทางช่องทางออนไลน์เป็นหลัก

ปัจจุบันกิฟฟารีนมีจำนวนสมาชิกผู้บริโภค 7.8 ล้านรหัส มีสมาชิกนักธุรกิจ 7 แสนรหัส และมีจำนวนสาขา 106 แห่ง ให้บริการสมาชิกทั่วประเทศ พร้อมมีบริการดีลิเวอรี่ อีกทั้งล่าสุดได้เปิดสำนักงานสาขาใหม่ในห้างบิ๊กซีราชดำริและย่านบางพลี

นายพงศ์พสุ กล่าวต่อว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าการเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่จะสามารถผลักดันยอดขายให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้ไว้ประมาณ 5-6% คาดว่ารายได้หลักยังมาจากผลิตภัณฑ์สกินแคร์เป็นอันดับ 1 โดยมีสัดส่วนรายได้ 40% รองลงมาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริม 35% และอื่น ๆ 25%

Previous articleดัน”8.8″โหมช้อปออนไลน์ ดึงกำลังซื้อติดอาวุธSMEs
Next articleลุ้น รมว.ดีอีเร่งไลเซนส์ “NDID” 9 บริษัทประกันขอเข้าแซนด์บอกซ์ ธปท.