คาราบาวปั้นค้าปลีก”ถูกดี” ผนึกโชห่วยลุยโมเดลใหม่

“คาราบาว” ซุ่มปั้นแพลตฟอร์มค้าปลีกโมเดลใหม่ “ถูกดี” ผนึกโชห่วย งัดเทคโนโลยีเสริมเขี้ยวเล็บ อัพเกรดระบบบริหารจัดการร้าน บัญชี สต๊อก ประเดิมเฟสแรกนครปฐม พิษณุโลก ขอนแก่น ก่อนเร่งหาพื้นที่ปูพรมสาขาทั้งเหนือ-ใต้-ออก-ตก ต่อยอดรายได้ธุรกิจกระจายสินค้า

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นค้าปลีกในเครือของคาราบาว กรุ๊ป ทั้ง “ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต” และโมเดลใหม่อย่าง “ถูกดี” แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ถูกนับอยู่ในโครงสร้างรายได้ของ “คาราบาว กรุ๊ป” หรือ CBG ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่เป็นการลงทุนในนามส่วนตัวของผู้ถือหุ้นใหญ่ “เสถียร เศรษฐสิทธิ์” ที่พยายามจะต่อยอดกับฐานที่มั่นเดิมอย่างชูกำลัง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในธุรกิจจัดจำหน่าย เพื่อผลักดันเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวให้ไปถึงมือของผู้บริโภคโดยไม่ผ่านคนกลาง

สำหรับการเข้าไปลงทุนในธุรกิจร้านสะดวกซื้อ”ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต” ปัจจุบันมีประมาณ 400 สาขา ส่วนใหญ่โฟกัสอยู่ในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง เพื่อสร้างช่องทางค้าปลีกของตัวเอง ซึ่งจะรองรับทั้งเครื่องดื่มชูกำลัง และขยายโอกาสไปยังสินค้าอื่น ๆ ไม่ว่าจะเฮาส์แบรนด์ หรือสินค้าในเครือ เช่น กาแฟกระป๋อง คาราบาว หรือน้ำดื่มคาราบาว ตลอดจนบิ๊กดาต้าจากการจับจ่ายของผู้บริโภค ที่อาจนำมาพัฒนาต่อเป็นสินค้าและบริการรูปแบบใหม่ ๆ ต่อไป

ค้าปลีกโมเดลใหม่

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าล่าสุดกลุ่มคาราบาวได้พัฒนาธุรกิจค้าปลีกรูปแบบใหม่ ภายใต้แบรนด์ “ถูกดี” หรือ “TD” ซึ่งมีคอนเซ็ปต์การจัดร้านใกล้เคียงกับร้านชำ โชห่วย แต่มีการตกแต่งที่เป็นระเบียบ ระบบหน้าร้านที่ทันสมัย เช่น การนำเครื่องอ่านบาร์โค้ดมาใช้ เป็นต้น โดยพบว่าเฟสแรกของการลงทุนของถูกดี ได้เข้าไปเปิดสาขาอยู่ที่จังหวัดนครปฐม พิษณุโลก ขอนแก่น ฯลฯ ภายในร้านเน้นวางขายสินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักทั่วไป อาทิ น้ำมันพืช น้ำปลา นม แชมพู น้ำยาปรับผ้านุ่ม กาแฟสำเร็จรูป รวมถึงสินค้าที่เป็นแบรนด์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นน้ำยาล้างจาน น้ำยาปรับผ้านุ่ม ผงซักฟอก ปลากระป๋อง ฯลฯ ตลอดจนสินค้าในเครือของคาราบาว เช่น เครื่องดื่มชูกำลังน้ำดื่ม กาแฟกระป๋อง เป็นต้นนอกจากนี้ยังมีการจัดทำโปรโมชั่นเช่นเดียวกับร้านค้าปลีกสมัยใหม่ หรือร้านสะดวกซื้อโดยจะหมุนเวียนสินค้าที่นำมาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษทุก ๆ สัปดาห์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ร้านถูกดี อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2555 ด้วยทุนจดทะเบียน100 ล้านบาท เพื่อประกอบกิจการค้าปลีกและค้าส่ง สินค้าอุปโภคและบริโภคทุกชนิด

อัพเกรดโชห่วย

จากการสอบถามไปยังผู้บริหารระดับสูงในเครือคาราบาว กรุ๊ป ได้รับคำชี้แจงว่า ร้านค้าปลีกโมเดลใหม่ดังกล่าว ปัจจุบันอยู่ในช่วงของการทดลอง ทำให้ยังไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดอะไรมากได้ เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอด อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นบอกได้เพียงว่าร้านโมเดลนี้จะเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยพัฒนาให้ร้านค้าโชห่วยมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการมากขึ้น โดยได้ออกแบบให้ร้านถูกดี เข้าไปแก้ปัญหา หรือจุดอ่อนของร้านค้าแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบัญชี การตรวจเช็กสต๊อก หรือการค้าขายแล้วไม่สามารถทำกำไรได้เท่าที่ควร เนื่องจากปัญหาของร้านค้าแบบดั้งเดิมคือ การขาดระบบที่จะช่วยให้การทำงานนั้นมีประสิทธิภาพ แม่นยำ ทำให้มีกำไรน้อย และไม่สามารถที่จะแข่งขันกับอุตสาหกรรมค้าปลีกที่มีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ได้

ส่วนโลเกชั่นของการขยายสาขานั้น ไม่ได้เน้นไปที่ภาคใดภาคหนึ่งเป็นหลัก แต่มองว่าบริษัทมีระบบกระจายสินค้าเอง ซึ่งมีร้านค้าที่เป็นเครือข่ายกว่า 2 แสนร้านค้าที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เบื้องต้นจะพูดคุยกับร้านค้าในเครือก่อน และหากมีร้านค้า โชห่วยที่ไหนอยากนำโมเดลนี้ไปเปิดก็สามารถไปได้หมดทั่วประเทศ และร้านโมเดลนี้ก็จะไม่ทับซ้อนกับซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต เนื่องจากวางโพซิชันนิ่งไว้ต่างกัน

ต่อยอดธุรกิจจัดจำหน่าย

ก่อนหน้านี้นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ถือหุ้นใหญ่ในซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต และทีดี ตะวันแดง เคยกล่าวถึงการลงทุนระบบกระจายสินค้าด้วยตัวเอง ผ่านหน่วยรถแคชแวนกว่า 300 คัน ทำให้บริษัทมีร้านค้าในเครือข่ายอยู่กว่า 2 แสนราย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นร้านค้าแบบดั้งเดิม ไม่ได้บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ จึงต้องการเข้าไปพัฒนาร้านค้าเหล่านี้ให้เป็นค้าปลีกที่ทันสมัย สามารถแข่งขันในตลาดได้ มีกำไรที่ดี สามารถเลี้ยงตัวเองได้ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทั้งการเก็บข้อมูล การจัดวางสินค้า ระบบบัญชี การบริหารสต๊อก การใช้ระบบ POS เข้ามาช่วยในการบริหารสินค้าในร้าน และในอนาคตจะพัฒนาเป็นจุด drop off สินค้า เพื่อรองรับตลาดอีคอมเมิร์ซที่ขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่อง แต่เน็ตเวิร์กการกระจายสินค้าของอีคอมเมิร์ซยังไม่สามารถกระจายไปในจังหวัดรอง หรือพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีศักยภาพมากนัก จากการลงทุนที่ค่อนข้างสูง

“ร้านที่อยู่ในเครือข่ายของเรา ถือเป็นทรัพย์สินที่สำคัญ นอกจากจะช่วยเรื่องการกระจายสินค้าแล้ว ยังใช้วางสินค้าใหม่ ๆ ที่เราต้องการทำตลาด เช่น กาแฟคาราบาวฯลฯ หรือเป็นช่องทางให้สินค้าแบรนด์ของเรา” นายเสถียรย้ำ

Previous articleคิวเศรษฐีแบโฉนดที่ดิน
Next articleชาวอีสานเตรียมต้อนรับ! จันทร์นี้ “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่ ยโสธร-อุบลฯ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม