“มูจิ” เสิร์ฟกาแฟเอาใจสาวก เล็งส่งโมเดลใหม่ “toGo” บุก

“มูจิ” ปักธง “สามย่านมิตรทาวน์” ยึดพื้นที่เกือบ 2 พัน ตร.ม. ผุดสาขาใหญ่สุดในไทย พร้อมเปิดคอนเซ็ปต์ร้านกาแฟที่แรก ก่อนวางเป็นร้านต้นแบบสินค้า/บริการ เตรียมบุกร้านบิ๊กไซซ์เพิ่ม เล็งหาโลเกชั่นในกรุงเทพฯเปิดเพิ่มอีก 2-3 สาขา ปีหน้า-ดึง Muji to Go เปิดสุวรรณภูมิ รองรับกำลังซื้อนักเดินทาง ก่อนปรับราคาสินค้ากว่า 600 รายการ หวังทำราคาเข้าถึงง่าย ขยายฐานลูกค้าเพิ่ม

นายอากิฮิโระ คาโมการิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มูจิ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเป็นระยะเวลา 13 ปี พบว่าไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน และยังมีโอกาสที่จะสามารถเข้าไปสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดสาขาเพิ่มทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด หรือการนำโมเดลใหม่ ๆ จากญี่ปุ่นเข้ามา

ล่าสุดจึงได้เปิดสาขาที่ 19 ที่สามย่านมิตรทาวน์ บนพื้นที่เกือบ 2,000 ตร.ม. และถือว่าเป็นสาขาใหญ่สุดในประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา โดยความพิเศษของสาขานี้ คือ การนำเอาคอนเซ็ปต์ร้านกาแฟ หรือ “coffee corner” เข้ามาเปิดให้บริการเป็นครั้งแรก เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค และเทรนด์การดื่มกาแฟที่เติบโตในไทย โดยจะใช้เมล็ดกาแฟของดอยตุง และขนมหวานจากร้าน 60 Plus Bakery รวมถึงโซน open Muji สำหรับทำกิจกรรม จัดเวิร์กช็อป นิทรรศการโซน Muji books ร้านหนังสือ และบริการตัดขากางเกงฟรี เฉพาะที่สาขานี้ จากปกติที่จะมีค่าใช้จ่ายตัวละ 250 บาท

“เราทดลองนำโมเดลคอฟฟี่คอร์เนอร์เข้ามาก่อน โดยยังไม่ได้มีบริการอาหาร เหมือนกับโมเดลของมูจิ คาเฟ่ แอนด์ มีล ในต่างประเทศ เนื่องจากต้องการเรียนรู้ความต้องการของลูกค้าคนไทยก่อน และตลาดร้านอาหาร หรือคาเฟ่ในไทยก็มีผู้เล่นจำนวนมาก มีการแข่งขันสูง จึงต้องการศึกษาให้แน่ใจว่าจะพัฒนาอย่างไรให้เหมาะสม และตอบโจทย์ได้มากที่สุด”

และยังวางให้สาขาดังกล่าวเป็นเสมือนห้องทดลอง ในการบริหารจัดการร้านไซซ์ใหญ่ของสาขามูจิต่อ ๆ ไปที่จะเปิดในอนาคต เนื่องจากไซซ์ของร้านสามารถนำสินค้าและบริการแบบฉบับญี่ปุ่นเข้ามาเติมได้อย่างครบครัน สามารถสร้างความแตกต่าง และเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคได้มากกว่าเดิม

สอดคล้องไปกับทิศทางของบริษัทในช่วงต่อจากนี้ ที่จะพิจารณาการเปิดสาขาไซซ์ใหญ่เป็นหลัก พร้อมกับรีโนเวตสาขาเดิมที่มีอยู่ให้มีพื้นที่มากขึ้น โดยเน้นร้านที่มีขนาดมากกว่า 1,000 ตร.ม.ขึ้นไป โดยในปีหน้าวางแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มอีก 2-3 สาขา เน้นโลเกชั่นในกรุงเทพฯเป็นหลัก แต่อย่างไรก็ตาม กำลังพิจารณาโอกาสในการขยายในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันมีเพียง 1 สาขาที่เชียงใหม่

นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับราคาสินค้ากว่า 600 รายการ จากสินค้าทั้งหมดกว่า 4,500 รายการ ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เพื่อทำให้สินค้าของมูจิเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น ทั้งกลุ่มคนเมือง และคนต่างจังหวัดที่มีแผนจะขยายสาขาในอนาคต อาทิ ปากกาลูกลื่นหมึกเจล จากราคา 35-45 บาท เหลือ 29 บาท เครื่องพ่นกลิ่นอโรมา จาก 2,780 บาท เหลือ 2,490 บาท หมอนรองคอ 595 บาท เหลือ 490 บาท โทนนิ่ง 485 บาท เหลือ 390 บาท เป็นต้น

นายอากิฮิโระยังระบุต่อไปอีกว่า บริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโมเดลร้าน Muji to Go หรือร้านขนาดเล็ก ที่เน้นวางสินค้าสำหรับการเดินทาง เช่น กระเป๋าเดินทาง หมอนรองคอ เสื้อผ้า ฯลฯ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาหาพื้นที่ เพื่อรองรับกำลังซื้อของคนที่เดินทางท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ

Previous articleยอดจดจัดตั้งธุรกิจ ส.ค.วูบ 8% หวัง “ธุรกิจเมืองรอง” ดันจดตั้งโค้งสุดท้ายเข้าเป้า 76,000 ราย
Next article5 พีระมิด สู่การเปลี่ยนแปลง