ญี่ปุ่นแห่ครีเอตนวัตกรรม รับกฎหมายสิ่งแวดล้อมใหม่

สำหรับธุรกิจและผู้บริโภคในญี่ปุ่นเดือน ต.ค.นี้ นับว่ามีความเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายด้าน โดยนอกจากการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 8% เป็น 10% จะเกิดปรากฏการณ์ช็อปกระจายไปช่วงปลายเดือน ก.ย.แล้ว กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ฉบับที่เน้นลดปัญหาอาหารเหลือทิ้ง จะเริ่มมีผลบังคับใช้ ส่งผลให้ภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ผลิตอาหารและค้าปลีกต้องปรับตัวรับมือ ซึ่งหลายรายใช้โอกาสนี้นำนวัตกรรมต่าง ๆ มาอัพเกรดกระบวนการผลิตเพื่อลดต้นทุนและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันไปพร้อมกัน

สำนักข่าว “นิกเคอิ เอเชีย รีวิว” รายงานถึงการปรับตัวของผู้ผลิตอาหารและค้าปลีกในประเทศญี่ปุ่นเพื่อรับมือกับ กม.ใหม่ที่มีผลบังคับใช้ในเดือน ต.ค.นี้ รวมถึงลดต้นทุนธุรกิจไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น คาลบี้ (Calbee) ผู้ผลิตขนมขบเคี้ยวได้ขยายอายุสินค้ากลุ่มมันฝรั่งทอดจาก 4 เดือน เป็น 6 เดือน รวมถึงปรับการกำหนดวันหมดอายุโดยระบุเพียงเดือน แทนการระบุวันที่แบบเดิม ความเปลี่ยนแปลงนี้นอกจากจะลดขยะอาหารแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการควบคุมสต๊อกสินค้าลงด้วย

ไปในทิศทางเดียวกับ “นิชิเรย์ ฟู้ดส์” (Nichirei Foods) ผู้ผลิตเนื้อไก่แปรรูปซึ่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอมาเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการคัดแยกเนื้อไก่แทนระบบถ่ายเอกซเรย์แบบเดิม โดยบริษัทตั้งเป้าลดปริมาณอาหารเหลือทิ้งลง 80% ภายใน 3 ปี ส่วน “คิวพี” (Kewpie) ผู้ผลิตน้ำสลัดและมายองเนส พัฒนากระบวนการล้างกะหล่ำปลีแบบใหม่ช่วยยืดอายุกะหล่ำปลีสดได้นานขึ้นถึง 1 วัน ด้านผู้ผลิตซอส
“คิกโคแมน” (Kikoman) เปิดตัวนวัตกรรมขวดซอสแบบใหม่ที่สามารถรักษาคุณภาพซอสได้นานถึง 120 วันหลังเปิดใช้ครั้งแรก และยังมี “ซากามิยะ ฟูดส์” (Sagamiya Foods) ผู้ผลิตเต้าหู้รายใหญ่ที่นำข้อมูลพยากรณ์อากาศมาช่วยคาดการณ์ดีมานด์และปรับกำลังผลิตให้เหมาะสม โดยคาดว่าจะลดต้นทุนจากสินค้าเหลือทิ้งไปได้ถึง 10 ล้านเยน

ในขณะที่อีกบางรายเริ่มนำผัก-ผลไม้ที่มีตำหนิไม่สามารถวางขายหน้าร้านได้ กลับมาเป็นวัตถุดิบผลิตสินค้าอื่น ๆ แทน เช่น ผู้ผลิตขนมอบ “ยามาซากิ เบกกิ้ง” (Yamazaki Baking) เพิ่มปริมาณการผลิตแยมและครีมที่ทำจากผลไม้รูปร่างไม่ได้มาตรฐาน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า เมื่อปี 2559 ญี่ปุ่นมีขยะอาหารเหลือทิ้งถึง 6.43 ล้านตัน ซึ่งภาคธุรกิจมีส่วนสร้างขยะเหล่านี้ถึง 55% โดยลำพังธุรกิจอาหารแปรรูปสร้างขยะถึง 40% แซงหน้าค้าปลีกและร้านอาหารแบบไม่เห็นฝุ่น นอกจากนี้กระบวนการคัดแยก-กำจัดอาหารเหลือทิ้งนี้ยังสร้างมีค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะสำหรับญี่ปุ่นที่ต้องนำเข้าอาหารถึง 40% ของการบริโภค ด้วยเหตุนี้รัฐบาลญี่ปุ่นจึงวางเป้าลดขยะอาหารเหลือทิ้งลง 20% ภายในปีงบฯ 2573

และหลังจากนี้คาดว่าจะมีความเคลื่อนไหวออกมาจากกลุ่มผู้ค้าปลีกและร้านอาหารด้วยเช่นกัน ซึ่งต้องรอดูกันว่าแต่ละรายจะนำนวัตกรรม-กลยุทธ์อะไรมาใช้เพื่อให้เป็นไปตาม กม. และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

Previous articleบาทแข็งค่า หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเป็นที่น่าผิดหวัง
Next article“เฉลิมชัย” ท้าคกก.วัตถุอันตรายเปิดโผรายชื่อโหวต3 สารเคมี ลั่นพร้อมแถลงจุดยืนแบนร่วม รมต. 4 กระทรวง