‘เอ็มเค’รุกร้านอาหารเต็มสูบ ซื้อไลเซนส์-เทกโอเวอร์รับเทรนด์ตลาดโต

ฤทธิ์ ธีระโกเมน
“เอ็มเค” เดินหน้าขยายธุรกิจร้านอาหารรับเทรนด์ตลาดโต ลุยทุกรูปแบบ “ซื้อไลเซนส์-ร่วมทุน-ซื้อกิจการ” เปิดแผนนำระบบเอไอช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค พร้อมนำแหลมเจริญบุกไทย-เทศ จับมือพันธมิตรญี่ปุ่นขยายฐานลูกค้าโลจิสติกส์

นายฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเค เรสเตอรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เจ้าของร้านเอ็มเค สุกี้, ร้านเอ็มเค ไลฟ์, ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ, ร้านอาหารญี่ปุ่นฮากาตะ, ร้านมิยาซากิ เป็นต้น เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดร้านอาหารในเมืองไทยมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง และมีการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากมีผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศกระโดดเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังต้องเผชิญกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เอ็มเคจึงต้องปรับตัวเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ด้วยการมุ่งพัฒนาแบรนด์และเมนูอาหารให้มีความหลากหลาย เพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค

จากนี้ไป เอ็มเคจะยังคงให้ความสำคัญกับการมุ่งขยายธุรกิจร้านอาหารแบรนด์ใหม่ ๆ เพิ่มประเภทของกลุ่มเมนูอาหารให้หลากหลาย ทั้งในรูปแบบการซื้อไลเซนส์ การร่วมทุน และซื้อกิจการ ตลอดจนการพัฒนาแบรนด์ใหม่ ๆ ขึ้นมา จากก่อนหน้านี้ที่เพิ่งซื้อกิจการแหลมเจริญ ซึ่งเอ็มเคจะเข้าไปช่วยสร้างแบรนด์ และทำการตลาด เพื่อบุกตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมมีแผนจะนำเทคโนโลยีใหม่มาให้บริการ ล่าสุดได้นำแอปพลิเคชั่นสำหรับการจองคิว เพื่ออำนวยความสะดวกและรวดเร็วให้ลูกค้า และเตรียมนำระบบเอไอเข้ามาช่วยวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำมาปรับปรุงการให้บริการได้ตรงจุด

ส่วนต่างประเทศ ปัจจุบันยังใช้ 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ เอ็มเค สุกี้ ยาโยอิ มิยาซากิ เป็นหัวหอก ทั้งการลงทุนเองและขายแฟรนไชส์ให้กับนักลงทุนหรือผู้ประกอบการที่สนใจ ขณะนี้เปิดไปแล้วที่ญี่ปุ่น เวียดนาม และลาว

นายฤทธิ์กล่าวด้วยว่า ปีที่ผ่านมา เอ็มเคได้ร่วมลงทุนกับบริษัท เซนโค กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์จากประเทศญี่ปุ่น ร่วมกันก่อตั้ง บริษัท เอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์  ล่าสุดได้ทุ่มงบฯ 1,750 ล้านบาท พัฒนาคลังสินค้าแบบเย็น ให้บริการด้านคลังสินค้า ขนส่งวัตถุดิบอาหารแช่เย็นและอาหารแช่แข็ง บริการนำเข้า-ส่งออกสินค้า และการซื้อขายสินค้า เจาะกลุ่มธุรกิจบีทูบี เช่น ผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้ผลิตอาหาร รวมถึงห้างค้าปลีกต่าง ๆ

ในอนาคตเตรียมขยายให้บริการกลุ่มลูกค้ารายย่อย หรือบีทูซี ซึ่งขณะนี้ร้านอาหารในเครือเอ็มเค กรุ๊ป ก็ใช้บริการของเอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ ในการจัดเก็บวัตถุดิบและขนส่งไปทุกสาขา ปัจจุบันลูกค้าของเอ็ม-เซนโค โลจิสติกส์ เป็นลูกค้าชาวไทย 75% และชาวต่างชาติ 25% ตั้งเป้าเติบโตปีละ 15% หรือทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท ภายในปี 2568

ด้านนายยาสึฮิสะ ฟุคุดะ ประธานบริษัท เซนโค กรุ๊ป โฮลดิ้ง คัมปะนี กล่าวเสริมว่า ภาพรวมธุรกิจโลจิสติกส์
และซัพพลายเชนในไทย มีมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านบาท แบ่งเป็น มูลค่าด้านธุรกิจขนส่ง 1.3 แสนล้านบาท และการจัดเก็บคลังสินค้า 7 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นต่อเนื่อง

Previous articleทองในปท.เช้านี้ราคาคงที่ ทองคำแท่งขายออกบาทละ 21,650 บาท
Next articleราคาน้ำมันดิบปรับลงต่อ หลังตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐสูงกว่าที่คาด